ติโรกุฑฑะกัณฑะปัจฉิมภาค

วันที่ 21 เมย. พ.ศ.2559

 ติโรกุฑฑะกัณฑะปัจฉิมภาค , บทให้พร , สวมนต์ , วัดพระธรรมกาย , พระให้พร , อุทิศส่วนบุญ

 

 

ติโรกุฑฑะกัณฑะปัจฉิมภาค

อะทาสิ เม อะกาสิ เม ญาติมิตตา สะขา จะ เม
เปตานัง ทักขิณัง ทัชชา ปุพเพ กะตะมะนุสสะรัง
นะ หิรุณณัง วา โสโกวา ยา วัญญา ปะริเทวะนา
นะตัง เปตานะมัตถายะ เอวัง ติฏฐันติ ญาตะโย
อะยัญจะโข ทักขิณา ทินนา สังฆัมหิ สุปะติฏฐิตา
ทีฆะรัตตัง หิตายัสสะ ฐานะโส อุปะกัปปะติ
โส ญาติธัมโม จะอะยัง นิทัสสิโต
เปตานะ ปูชา จะ กะตา อุฬารา
พะลัญจะ ภิกขูนะมะนุปปะทินนัง
ตุมเหหิปุญญัง ปะสุตัง อะนัปปะกันติ ฯ

 

คำแปล ความหมาย ติโรกุฑฑกัณฑปัจฉิมภาค

    (เวลามีการทำบุญ บรรดาผู้ที่ตายไปแล้วทั้งหลาย ย่อมมาคอยรับส่วนบุญอยู่ ณ ส่วนที่สุดแห่งฝาเรือนและตามช่องฝาเรือน)

     บุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ เมื่อมีความระลึกถึงบุญคุณที่ท่านผู้มีคุณทั้งหลายได้เคยทำไว้กับตนตั้งแต่เมื่อครั้งท่านเหล่านั้นยังไม่ตายในกาลก่อนว่า ผู้นี้ได้เคยให้สิ่งนี้กับเรา ผู้นี้ได้ช่วยทำกิจการนี้อันนี้ของเรา ผู้นี้เป็นญาติเป็นมิตรเป็นเพื่อนของเรา อย่างนี้แล้ว ก็ควรทำบุญกุศลคือ ทาน ศีล ภาวนา อุทิศแก่ผู้ที่ตายไปแล้วนั้น,

   ก็ใคร ๆ ไม่ควรร้องงไห้ เศร้าโศก หรือร่ำไรรำพัน อย่างใดอย่างหนึ่งเพราะว่าการทำอย่างนั้นย่อมไม่เป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ตายไปแล้ว ท่านทั้งหลายที่ตายไปแล้วมีญาติเป็นต้น ไม่ได้รับประโยชน์อันใดจากการร้องไห้ เศร้าโศก หรือร่ำไรรำพันนั้นเลย ย่อมดำรงอยู่ตามสภาพอย่างนั้นนั่น แล,

   ก็สังฆทานที่ท่านทั้งหลายตั้งไว้ดีแล้วในหมู่สงฆ์ แล้วอุทิศกุศลให้แก่ผู้ตายนี้แล ย่อมสำเร็จประโยชน์คือความสุขอันเกื้อกูล ตามฐานะของแต่ละท่านตลอดกาลนาน,

       การบำเพ็ญทาน ศีล ภาวนา ที่ท่านทั้งหลายทำให้ปรากฏอย่างนี้นั้นแล ชื่อว่าท่านเป็นญาติทางธรรม

       อนึ่ง การบูชาอันยิ่งที่ท่านทั้งหลายทำแล้วแก่ผู้ตายนี้ ย่อมเป็นการเพิ่มกำลังให้แก่ภิกษุทั้งหลายด้วย,

       บุญที่ท่านทั้งหลายได้ขวนขวายทำแล้วอย่างนี้ เป็นบุญอันมีประมาณไม่น้อยเลย ด้วยประการฉะนี้แล ฯ

 


** อ้างอิงจาก หนังสือสวดมนต์แปล วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) อ.เมือง จ.อุทัยธานี
*  ขออนุโมทนาบุญกับเสียงสวดมนต์จาก  วัด บ้านระกาศ