แสวงหาธรรม

วันที่ 05 พค. พ.ศ.2560

แสวงหาธรรม

         

 

           แม้วันเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด  ความปรารถนา จะไปขอขมาพ่อก็ไม่เคยจางหายไปจากใจของคุณยายเลย แม้แต่น้อย ส่านระลึกเสมอว่าสักวันหนึ่งจะต้องไปหาพ่อให้ได้ ไปเพื่อขอขมาจะได้พ้นเวรพ้นกรรมตามี่พ่อแช่งเอาไว้ และ หากทราบว่ามีสำนักอาจารย์ใดสามารถสอนให้ไปหาพ่อที่จากโลกนี้ไปแล้วได้  ท่านก็พร้อมจะละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อไป ขอเป็นศิษย์ทันที

           ในราวปี พ.ศ.๒๔๗๐  เมื่อคุณยายอายุได้ ๑๘ ปี  มี ข่าวร่ำลือว่าหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ สามารถสอนคนให้ เข้าถึงรรมกายได้  และหากใครเข้าถึงธรรมกายแล้วก็สามารถ ไปนรก ไปสวรรค์ ไปนิพพานได้ ไปเยี่ยมพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย หรือญาติมิตรที่ตายไปแล้วก็ได้  ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถจับมือ ถือแขนกันได้  หากญาติใครตกนรกก็ช่วยให้พ้นได้  หรือถ้าหาก ญาติขึ้นสวรรค์ ก็เอาบุญไปเพิ่มให้ได้

          เมื่อได้ยินข่าวนี้คุณยายรู้สึกดีใจเป็นที่ยิ่ง ท่านตั้งใจว่า จะต้องไปพบหลวงพ่อวัดปากน้ำให้ได้  นับแต่นั้นมาไม่ว่าในยามกำลังทำนาหรือยามว่างจากภารกิจทำนา  ส่านจะคำนึงถึง เรื่องการไปขอขมาพ่ออยู่ไม่เว้นวาง  และรอคอยจนกว่าจะถึง เวลาอันสมควร

         ราวปี พ.ศ.๒๔๗๘ เมื่อคุณยายอายุได้ ๒๖ ปีท่านได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด  ลาแม่และพี่น้อง  โดยมอบทรัพย์ สมบัติอันได้แก่

            ที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของท่าน  ให้กับน้องสาว และพระน้องชาย อีกทั้งแก้วแหวนเงินทั้งหมดของท่าน ก็ถอดยกให้พี่น้องไปจนหมดสิ้น  เหลือเพียงร่างกายที่แข็งแรง กับจิตใจที่แข็งแกร่ง และปณิธานอันแน่วแน่ที่จะไปตามหาพ่อ เท่านั้น

             เมื่อไปกราบลาแทบเท้าของแม่  และบอกความตั้งใจ ให้แม่รับรู้  แม่ฟังแล้วก็ร้องไห้  เป็นภาวะตึงเครียดที่มักจะเกิดขึ้นเป็นปกติในยามจากกันเช่นนี้   และเป็นธรรมดาอยู่เอง ที่น้ำตาของแม่จะมีอานุภาพต่อลูกมาก แต่คุณยายตั้งใจแน่วแน่ แล้วว่าจะต้องไปศึกษาวิชชาธรรมกายจากหลวงพ่อวัดปากน้ำ น้ำตาของแม่กับความรักความห่วงหาอาวรณ์นี้   จึงไม่อาจเหนี่ยวรั้งความตั้งใจของท่านได้

           แม้ว่าความรัก  ความเคารพและบูชาแม่ยังมีอยู่อย่าง เปียมล้นก็ตาม  แต่คุณยายสามารถแยกแยะระหว่างความรัก ของแม่  และมโนปณิธานในการแสวงหาธรรมของท่านได้  ด้วยเหตุนี้ใจของคุณยายจึงเป็นปกติ  ไม่หวั่นไหว  ไม่อาลัยอาวรณ์ ยังคงรักษาไว้ได้อย่างมั่นคงทั้งความกตัญูกตเวทีที่มีต่อแม่ และมโนปณิธานที่จะไปตามหาพ่อให้ได้

               อย่างไรกด็  แม่ได้ยื่นเงินให้คุณยาย ๒ บาท สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง  ท่านก็รับมาโดยดีเพื่อไม่ให้แม่เสียน้ำใจ ต่อจากนั้นก็เดินทางออกจากบ้านไป  แม้จะไม่รู้ว่าจะต้องไป เผชิญกับอะไรบ้าง จะเป็นตายร้ายดีเพียงใด  อีกทั้งไม่รู้ว่าพ่อตายแล้วไปอยู่ที่ไหน แต่ท่านก็ต้องไปหาให้พบ เมื่อพบแล้วจะ ได้กราบขอขมาอย่างที่ตั้งใจไว้

            เมื่อมาอยู่กับญาติที่กรุงเทพ  คุณยายสืบทราบว่า คุณนายเลี้ยบ สิกาญจนานันท์ เศรษฐีนีย่านสะพานหัน ชอบไปทำบุญถวายภัตตาหารที่วัดปากน้ำ  ภาษีเจริญ  เป็นประจำท่านจึงไปสมัครเป็นคนรับใช้ี่บ้านนี้  แม้ว่าครอบครัวของท่าน จะมีฐานะพอที่จะเลี้ยงตัวเองได้อย่างสบายๆ มีศักดิ์ศรีและเป็นที่ยอมรับของคนทั้งหมู่บ้าน   แต่คุณยายกลับถอดวางทุกสิ่ง เหล่านั้น ยอมที่จะเป็นคนรับใช้เขา  เพียงเพื่อได้มาซึ่งโอกาส ในการเข้าถึงธรรมกายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  อันเป็นเป้าหมายสูงสุด  บุคคลเช่นนี้หาได้ยากยิ่งในโลก

               ครอบครัวของคุณนายเลี้ยบเป็นตระกูลใหญ่  มีสมบัติ มากมาย   มีตึกแถวยาวเป็นระยะทางหลายกิโลเมตรอยู่ทั้ง ๒ ฝั่งถนน  และมีกิจการทำธุรกิจอิมปอร์ตเอ๊กซ์ปอร์ตอยู่กับหลาย ประเทศ  เหนือสิ่งอื่นใดคุณนายเลี้ยบเป็นอุปัฏฐากสำคัญของ วัดปากน้ำ   ได้ทำบุญเลี้ยงพระเณรมาตลอดระยะเวลายาวนาน ถึง ๒๐ ปี  จึงเป็นที่รู้จักดีของหลวงพ่อวัดปากน้ำ  เป็นที่รู้จัก ของพระ เณร อุบาสก อุบาสิกา ทั้งวัด  ซึ่งคุณยายมองดูแล้ว ว่าจะอาศัยเป็นเส้นทางไปสู่วัดปากน้ำ

                คุณยายเป็นคนชนบท    เดินทางเข้ามาในกรุงเทพ โดยที่ไม่รู้จักใคร   การที่จะเข้าไปอยู่ในวัดวาอารามจำเป็นต้อง มีผู้ใหญ่ฝากฝัง  การตัดสินใจมาอยู่กับครอบครัวนี้  จึงเป็นการ ตัดสินใจด้วยสติปัญญาอันชาญฉลาดล้ำลึกของท่านที่มุ่งตรงสู่ เป้าหมายหลัก  อันจะนำไปสู่วัดปากน้ำได้เร็วที่สุด

                โดยปกติแล้วคณุนายเลี้ยบเป็นคนเจ้าระเบียบรักความสะอาด ไม่ว่าจะทำอะไร ต้องประณีตเรียบร้อยสวยงาม  เมื่อคุณยายเข้าไปอยู่ในบ้านนี้ ท่านก็รับใช้เขาทุกอย่าง  โดยไม่คิดว่านี่คือการรับใช้   หากแต่คิดว่าจะไปช่วยทำบ้านของเขาให้ สะอาด  ไปช่วยรักษาสมบัติของเขาที่มีอยู่นี้ไม่ให้เสื่อมสลาย

                แม้ท่านจะเติบใหญ่จากวิถีชีวิตชาวนา    แต่ท่านก็สามารถจัดการดูแลทำงานบ้านทุกอย่างได้ละเอียดประณีต  เป็นถูกใจเจ้าของบ้านโดยไม่ต้องบอกต้องสอน  เพราะอุปนิสัยของ คุณยายนั้นเป็นคนขยันขันแข็ง  อดทน  มีระเบียบวินัย รักความ สะอาด และซื่อตรงมาตั้งแต่เด็ก

                เมื่ออุปนิสัยเหล่านี้ได้แสดงออกให้เจ้าของบ้านเห็นอยู่เสมอ  คุณยายจึงได้รับการยกฐานะจากคนรับใช้รรมดา  มาเป็นหัวหน้าคนรับใช้ในเวลาเพียงไม่ถึงสัปดาห์  และยิ่งไปกว่านนั้นคุณนายเลี้ยบยังไว้ใจมอบกุญแจห้องเก็บสมบัติไว้ให้คุณยายช่วยดูแล

                ห้องเก็บสมบัตินี้เป็นเสมือนคลังของบ้าน  แก้วแหวน เงินองั้งหมดจะถูกเก็บไว้ในกำปันซึ่งอยู่ในห้องนี้  ไม่มีใคร สามารถเข้าไปได้แม้แต่ลูกหลาน  นอกจากเจ้าของบ้านกับคุณ ยายี่ได้รับมอบหมายให้ดูแลำความสะอาด  และคอยรักษา สมบัติเหล่านั้นเ่านั้น

                 ด้วยความรับผิดชอบของคุณยาย   เจ้าของบ้านจึง มั่นใจว่า  หากมีท่านอยู่  เขาสามารถไปไหนมาไหนได้โดยไม่ต้องห่วงกังวล   เพราะคุณยายทำหน้าที่ของท่านได้อย่างสมบูรณ์ เจ้าของบ้านจึงทั้งรักและไว้วางใจ  อีกทั้งมีความรู้สึกว่า  หากเอาใจมาวางไว้ที่คุณยายแล้วไม่ผิดหวัง   เพราะวางตรงนี้แล้ว เชื่อมือได้  เชื่อถือได้ว่าปลอดภัย