ศีลทั้งสามประการ

วันที่ 02 สค. พ.ศ.2560

ศีลทั้งสามประการ

 

พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) , พระผู้ปราบมาร , หลวงพ่อวัดปากน้ำ , วัดปากน้ำภาษีเจริญ , หลวงปู่สด , หลวงพ่อสด , ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย , วิชชาธรรมกาย , ธรรมกาย , ตามรอยพระมงคลเทพมุนี , วิสุทธิวาจา , ประวัติหลวงพ่อสด , ประวัติพระมงคลเทพมุนี , รวมพระธรรมเทศนา หลวงพ่อวัดปากน้ำ ,  สมาธิ , วิปัสสนา , สัมมาอะระหัง , ศีล

 

(อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา)

๑๔ มีนาคม ๒๔๗๙ 

นโม.....
อธิศีลสิกฺขา สมาทาเน.....

 

                           ศีลสมาธิปัญญาทั้งเบื้องต่ำ  เบื้องสูง ได้แสดงไปแล้ว โดยย่อ คือ

                           ศีลเบื้องต่ำ คือ ศีลโดยปกติ ด้วยการสำรวมกาย วาจา ประสงค์ศีล ๕ ศีลเบื้องสูง คือปาติโมกข์สังวรศีลของภิกษุสามเณรที่บริสุทธิ์ถึงเจตนา ยังเป็นปกติศีลอยู่ และ บริบูรณ์ด้วยมารยา และโคจร เห็นภัยแม้มีประมาณน้อย สมาทานศึกษาในสิกขาบทน้อยใหญ่

                           สมาธิเบื้องต่ำ คือ พระอริยสาวกในธรรมวินัยของพระตถาคตเจ้า เป็นผู้ ละอารมณ์ทั้งสิ้น หลุดขาดจากใจ ถึงซึ่งความเป็นหนึ่งของใจ

                           สมาธิเบื้องสูง คือ ดำเนินถึงปฐมฌานทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน ได้โดยฌานใดฌานหนึ่ง

                           ปัญญาเบื้องต่ำ คือ พระอริยสาวกในธรรมวินัยของพระตถาคตเป็นผู้ปฏิบัติถึงซึ่งความเกิด ขึ้นและความเสื่อมไป รู้ความเกิดขึ้นนั้น ข้อปฏิบัติถึงซึ่งความสิ้นไปแห่งทุกข์ อันเป็นเครื่องเบื่อหน่าย

                           ปัญญาเบื้องสูง คือ เป็นผู้รู้ชัดว่านี่ทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ความดับทุกข์ ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ คือสัจธรรมทั้ง ๔


อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา

                           "อธิศีล" แปลว่า ศีลยิ่ง เป็นศีลที่เห็น ไม่ใช่ศีลรู้ เป็นดวงใสอยู่ในกลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ ใสบริสุทธิ์เท่าฟองไข่แดงไก่ ใจของผู้ปฏิบัติหยุดนิ่งกลางดวงศีล เป็นหนึ่งไม่ลอกแลก

                           "ศีลนั้นจะบริสุทธิ์ก็เห็นว่าบริสุทธิ์ ศีลไม่บริสุทธิ์ก็เห็นว่าไม่บริสุทธิ์ จะสะอาดเพียงแค่ไหนก็เห็น ไม่สะอาดแค่ไหนก็เห็น ขุ่นมัวเศร้าหมองก็เห็นทั้งนั้น"

                          "ใจหยุดอยู่กลางดวงนั้น ศีลไม่เป็นไปเพื่อกำลัง ไม่ต้องการรักษาศีลจะให้รวยเท่านั้นเท่านี้ มั่งมีเท่าโน้นมั่งมีเท่านี้ มุ่งแต่สมาธิต่อไป ไม่ได้มุ่งสิ่งอื่น"

                          "อธิจิต" เมื่อเห็นอธิศีล เป็นดวงอย่างนั้น ผู้มีปัญญาก็ไม่ได้ถอยออก ใจหยุดนิ่งกลางดวงอธิศีลถูกส่วนเข้าถึงดวงสมาธิ หรือดวงอธิจิต เป็นสมาธิยิ่ง จิตยิ่ง

                          "อธิปัญญา" จิตอยู่กลางดวงสมาธิ (อธิจิต) นั้น พอถูกส่วนกลางของกลางเข้าถึงดวงปัญญาเรียกว่า "อธิปัญญา"

                          "อธิศีล อธิจิต อธิปัญญาทั้ง ๓ ดวงนี้นี่แหละ เป็นธรรมถ่องแท้ในพุทธศาสนาเมื่อผู้ปฏิบัติ ในศีลสมาธิ ปัญญา ต้องเข้าถึงดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา จึงจะได้ชื่อว่าเข้าถึงอธิศีล เข้าถึงอธิจิต เข้าถึงอธิปัญญา"

                           เมื่อเข้าถึงธรรมถ่องแท้ในพุทธศาสนาทั้งสามแล้ว เข้ากลางต่อไป จะถึง "ดวงวิมุตติ" แปลว่า หลุดพ้น ถือว่าหลุดจากศีลสมาธิปัญญา เข้ากลางถึง "ดวงวิมุตติญาณทัสสนะ" ต่อไปจะเห็น"กายมนุษย์ละเอียด"

                            ทำเช่นนี้ผ่านดวงต่างๆ และเข้าถึงกายต่างๆ จนถึงกายธรรม ดวงศีลสมาธิปัญญาเท่าหน้าตักธรรมกาย เป็นกายนอกภพ (ถึงกายอรูปพรหมละเอียด   กายแรก ยังเป็นกายในภพ) เข้าถึงอธิศีลอธิจิต อธิปัญญาแท้ๆ เมื่อผ่านดวงวิมุตติ ดวงวิมุตติญาณทัสสนะจนเข้าถึงกายอรหัต หน้าตัก ๒๐ วา

                            พอถึงพระอรหัต เช่นนี้ หมดกิเลส แล้ว เป็นวิราคธาตุวิราคธรรม ดวงศีลที่อยู่ในกาย พระอรหัตถ้าเรียกว่า อธิศีลจะซ้ำไป เพราะท่านเป็นวิมุตติแล้ว จึงควรเป็นวิมุตติศีล วิมุตติจิต วิมุตติปัญญาวิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะ เข้าถึงกายอรหัตละเอียด

                           เดินแนวนี้ถึงอธิศีล อธิจิต อธิปัญญา เป็นลำดับไป ถูกหลักเป็นพระอรหันต์ไปนิพพานได้ทางอื่นไม่มี

                           เมื่อเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในโลกแล้วท่านก็ส่องดูธรรมอุปนิสัยสัตว์ว่าเราปฏิบัติ มาถึงแค่นี้ เราจะเคารพอะไร

                           กายต่างๆ ในอบายภูมิ กามภพ รูปภพ อรูปภพ ต่ำกว่าทั้งนั้น ยังไม่ได้มรรคผลท่านจึง สอดธรรมกายพระอรหัตถอยออกไปนิพพาน มีเท่าไร เข้ากลางเข้าไปถามพระพุทธเจ้าองค์แรกๆ ว่านับถือใคร จนวางเป็นหลักไว้ว่า เย จ อตีตา สมฺพุทธา

                         พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่าใดมีอยู่แล้วด้วย มีอยู่ในบัดนี้ด้วยทั้งจะมีต่อไปในภายภาคเบื้องหน้าด้วย เคารพสัทธรรมอย่างเดียว ผู้รักตน ผู้สงสารตน ยินดีต่อตน จำนงความเป็นใหญ่ควรเคารพสัทธรรม


เคารพสัทธรรม เคารพอย่างไร

                         เริ่มต้น ก็ต้องหยุดอยู่ศูนย์กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ พอหยุดถูกส่วนเข้าก็เห็น ดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ ดวงวิมุตติญาณทัสสนะ เข้าถึง ๑๘ กาย

                         "หยุดนั่นแหละสำคัญ หยุดนั่นแหละเป็นตัวสำเร็จ หยุดอันเดียวเท่านั้นแหละ"

                         "เมื่อรู้จักใจกลางพระศาสนาดังนี้ละก็ ล้ำใจให้หยุดเท่านั้น ถูกทางไปของพระพุทธเจ้าพระอรหันต์ ให้ถูกต้องร่องรอยความประสงค์ของพระพุทธศาสนาแต่ว่าต้องอาศัย ศีลสมาธิปัญญา ต้องอาศัยอธิศีล อธิจิต อธิปัญญา ต้องอาศัย วิมุตติศีล วิมุตติจิต วิมุตติปัญญา  ถ้าไม่อาศัยทางนี้เดินละก็ไปไม่ได้"

                        ทางพระพุทธศาสนาจึงได้วางตำราว่า

 

วินัยปิฎก ย่อลงคือ ศีล

สุตตันตปิฎก ย่อลงคือ จิต หรือสมาธิ

ปรมัตถปิฎก (อภิธรรม) ย่อลงคือปัญญา

 

                          "ตรงกับ อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา วิมุตติศีล วิมุตติจิต วิมุตติปัญญา อันเดียวกันนั่นเอง นี่เป้าหมายใจดำของพระพุทธศาสนาเป็นอย่างนี้ เมื่อรู้จักหลักอย่างนี้ต้องทำให้ถูกอย่างนี้ เมื่อทำถูกต้องอันนี้ละก็พบพระพุทธศาสนา ก็ได้เรื่องเอาตามหลักได้ ก็ถูกายจีวรของพระพุทธเจ้าอยู่ ถ้าว่าทำไม่ถูกดังนี้ เหมือนอยู่คนละจักรวาล"