อานิสงส์ของการทำทาน ด้วยจิตที่ผ่องใส ๓ วาระ

วันที่ 28 กย. พ.ศ.2558

อานิสงส์ของการทำทาน ด้วยจิตที่ผ่องใส ๓ วาระ


            การบำเพ็ญทานกุศล ที่จะทำให้มีอานิสงส์อันไพบูลย์ จะต้องกระทำด้วยจิตที่ผ่องใส ๓ วาระ คือก่อนให้ก็ดีใจ ขณะให้ก็เลื่อมใส หลังจากให้ไปแล้ว ก็ตามระลึกนึกถึงด้วยความปลื้มใจ
            ก่อนให้ก็ดีใจ ดีใจเพราะว่า บางคนมีศรัทธาแต่ไม่มีไทยธรรมก็ให้ไม่ได้ บางคนมีไทยธรรมแต่ไม่มีศรัทธาก็ให้ไม่ได้ บางคนถึงพร้อมด้วยศรัทธาและไทยธรรม แต่ห่างไกลพระพุทธศาสนา ไม่มีเนื้อนาบุญ แม้ให้ก็เหมือนหว่านพืชในนาเลว ย่อมไม่มีผลมาก เป็นบุญลาภอันประเสริฐของเราที่ถึงพร้อมด้วยศรัทธาไทยธรรมและเนื้อนาบุญ คิดอย่างนี้แล้วจึงดีใจก่อนให้ทาน
ขณะให้ก็เลื่อมใส เลื่อมคือไม่ขรุขระ ใสคือไม่ขุ่นมัว ขณะที่ให้ก็รักษาใจให้ผ่องใส ไม่ยอมให้มีสิ่งใดมากระทบใจให้ขุ่นมัว หลังจากให้แล้ว ก็ตามระลึกนึกถึงด้วยความปลื้มใจไม่ตระหนี่เสียดายทรัพย์ ดีใจว่าชีวิตที่ผ่านไป ไม่สูญเปล่าผ่านไปพร้อมบุญบารมีที่เพิ่มพูนขึ้น สมกับที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนาเกิดมาสร้างบารมี ทานกุศลที่กระทำด้วยใจที่ผ่องใสทั้ง ๓ วาระนี้ ย่อมมีอานิสงส์คือ เมื่อถึงคราวที่ทานกุศลส่งผล ย่อมมีโภคทรัพย์และความสุขทุกวัย ทั้งปฐมวัย มัชฌิมวัย และปัจฉิมวัย.

-----------------------------------------------------------------

หนังสือ " ร่าเริงบันเทิงใจ ด้วยสัมโมทนียกถา เล่ม๑ "

พระไพบูลย์ ธมฺมวิปุโล และคณะ