รักษาศีลดีอย่างไร

วันที่ 22 มิย. พ.ศ.2560

 รักษาศีลดีอย่างไร,วาไรตี้,บทความประจำวัน

 

     รักษาศีลดีอย่างไร

      ๒๑. รักษาศีลดีอย่างไร
 
       ถาม
       หนูเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นค่ะ เห็นคุณยายท่านรักษาศีล ๕ บ้าง บางวันก็ศีล ๘ ขอเรียนถามหลวงพ่อว่าศีลคืออะไรคะ  รักษาแล้วดีอย่างไร

       ตอบ
      คนรักษาศีลคือคนที่มีความตั้งใจที่จะควบคุมกาย  ควบคุมวาจาไม่ให้ทำเดือดร้อนให้กับทั้งตนเองและผู้อื่น ศีลแปลว่าปกติ เพราะฉะนั้น ศีลคือเจตนาที่จะควบคุมตัวเองให้เป็นมนุษย์ปกติ  ไม่ให้ไปทำความเดือดร้อน ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น ดังนั้น ในชีวิตประจำวันของพวกเราจึงควรรักษาศีล  ๕ กันให้ได้เป็นอย่างน้อยไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ก็ตามหรือเด็กก็ดี เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจึงควรจะรู้ว่าศีลื  ๕ นั้นมีอะไรบ้าง

      ศีล  ๕ หรือข้อปฏบัติสำหรับควบคุมรักษากาย ว่าจาของเรา ซึ่งเป็นผู้ครองเรือนเป็นชาวบ้านให้ชาวบ้านให้เป็นปกติ ทั้งปกติ ทั้ง ๕ อย่างนั้นมีตั้งแต่

      ข้อที่ ๑ ไม่ฆ่าสัตว์
      
      ข้อที่ ๒  ไม่ลักทรัพย์

      ข้อที่ ๓  ไม่ประพฤติผิดในเชิงชู้สาวกับบุตร ภรรยาผู้อื่น คือไม่เจ้าชู้  

      ข้อที่ ๔  ไม่พูดเท็จ รวมถึงไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดเพือเจ้อ ไม่พูดส่อเสียด
   
      ข้อที่ ๕  ไม่ดื่มสุรายาเมา  รวมทั้งสิ่งเสพติดให้โทษทั้งหลาย

      เพราะฉะนั้นจากจุดนี้เอง  เราอาจพูดอีกอย่างหนึ่งได้ว่า  ศีลคือเครื่องวัดความเป็นมนุษย์ของเรา หรือศีลดีอย่างไร ตอบว่าดีหลายอย่าง

       ประการที่ ๑ การรักษาศีลจะทำให้เราได้รับความสุขทั้งปัจจุบันชาติและชาติหน้า ในปัจจุบันชาติก็คือเราจะไม่มีเรื่องมาทำให้เดือดร้อนกายและใจ ไม่ติดคุกติดตะราง มีแต่จะเจริญก้าวหน้า แม้จะละโลกนี้ไปแล้วก็ตาม ก็เป็นอันหวังไว้ว่าจะไม่ไปอบายภูมิอย่างแน่นอน

    ประการที่ ๒ รักษาศีลแล้วจะทำให้ทรัพย์สมบัติเกิดง่าย อย่างน้อยที่สุด ตั้งแต่หลวงพ่อจำความได้มาจนกระทั่งบัดนี้ เวลามีประกาศของทางราชการว่าจะรับใครเข้าทำงาน เห็นแต่ประกาศบอกว่าต้องการคนที่มีศีลธรรมเท่านั้นนะ ไม่เห็นมีครั้งใดเลยที่จะปรกาศบอกว่า  ผู้ที่จะมาสมัครทำงานนี้ต้องฆ่าเก่งต้องลักทรัพย์เก่งต้องเจ้าชู้เก่งอะไรทำนองนี้ ไม่เคยได้ยินเลย  เพราะฉะนั้นถ้าใครรักษาศีลได้ดีละก็  หางานทำไม่ยาก และจะทำให้สมบัติเกิดง่าย

   นอกจากสมบัติจะเกิดง่ายแล้ว  สมบัติที่เกิดขึ้นเรายังใช้ได้เต็มอิ่มอีกด้วย ใช้สมบัติได้เต็มอิ่มเป็นอย่างไรหรือ

   ขอให้ดูตรงนี้ ของที่เราขโมยของผู้อื่นมา ไปโกงมาหรือไปคอรัปชั่น มันแปลก คือมันเหมือนผีสิง ยกตัวอย่างเช่น นาฬิกา หรือแหวนที่เราไปขโมยเขามา  อย่าว่าแต่จะหยิบมาใช้เลย แค่เดินผ่าน เท่านั้นแหละมันเหมือนกับผีร้องบอกทีเดียวว่า "ดูนี่ของนี้ขโมยเขามา" พอจะหยิบเอาไปใช้มันก็พูดได้อีกว่า "แน่ใจหรือว่าเจ้าของเขาจะไม่เห็น" เรานึกตอบว่า "ไม่เห็น" มันก็ค้านอีก "แล้วถ้าเห็นล่ะ" เห็นแล้วเขามาทวงจะว่าอย่างไร

          นี่ของที่ไปโกงไปโกงขโมยมา มันเหมือนผีสิง เหมือนมีคนสาปแช่งอยู่ในตัว เพราะฉะนั้นของที่ได้
มาจนร่ำรวย ก็ไม่คุ้มเลย เพราะว่าของพวกนั้นใช้ไม่เต็มอิ่ม  ไม่เหมือนทรัพย์บริสุทธิ์ๆ ที่ได้มาด้วยน้ำพักน้ำ
แรงของตนเอง  ซึ่งแม้จะน้อยแต่ก็ใช้เต็มอิ่มจริงๆเลย

         ประการที่ ๓ ทางพระเราใช้คำว่า "ศีลทำให้ไปพระนิพพานได้" พวกเราที่เป็นชาวบ้านรักษาศีล ๕ นำไปพระนิพพานได้ บางทีพวกเราจะตรองตามไม่ทัน เอาง่ายๆ อย่างนี้ก็แล้วกัน นิพพานแปลว่า "สงบเย็น"นี่อยู่ในขั้นต้นนะ ถ้าขั้นสูงหมายถึง "สงัดจากกิเลส คือนิพพาน"

          สำหรับชาวบ้านบอกแค่ขั้นต้นก็แล้วกัน  คือใครสามารถรักษาศีลได้  จะทั้งสงบทั้งเย็นทีเดียว เมื่อความสงบความเย็นใจเกิดมากขึ้นๆ อีก ไม่นานใจจะหายขุ่น หายขุ่นก็คือใส  พอใสมากเข้าๆ ใจก็สว่างโพลงขึ้นมา

         ถ้ารักษาศีลได้มั่นคงดีขึ้นจริงๆ  ขนาดเอาชีวิตเป็นเดิมพันได้ละก็ ใจเราจะใสสว่างมาก สว่างยิ่งกว่า ตะวันยามเที่ยงเสียอีก  ถึงตอนนั้น ไม่ว่าจะหลับตาลืมตา  ก็มองทะลุ ปรุโปร่งไปหมด  เห็นทั้งสวรรค์ ทั้งนิพพานทีเดียว  เพราะฉะนั้นท่านจึงบอกว่ารักศีลแล้วไปนิพพานได้


               

 

 

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0010788997014364 Mins