คนเราเกิดมาทำไม

วันที่ 13 พค. พ.ศ.2563

คนเราเกิดมาทำไม

 

 

ชีวิตในโลกหล้า

ลวงตา

เห็นทุกข์เป็นสุขพา

โศกสิ้น

ดั่งเหยื่อที่ล่อปลา

ติดเบ็ด

แสบเผ็ดเดือดร้อนดิ้น

กว่าได้เห็นธรรม

 

                                                                                                          ตะวันธรรม

                  เมื่อเราสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยกันเสร็จเรียบร้อยแล้วต่อจากนี้ไปตั้งใจให้แน่แน่ว มุ่งตรงต่อหนทางพระนิพพานกันทุก ๆ คนนะ ให้นั่งขัดสมาธิ โดยเอาขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้าย ให้นิ้วชี้ของมือข้างขวาจรดนิ้วหัวแม่มือข้างซ้าย วางไว้บนหน้าตักพอสบาย ๆ

 

                  หลับตาของเราเบา ๆ ค่อนลูก พอสบาย ๆ คล้ายกับตอนที่เราใกล้จะหลับ อย่าไปบีบเปลือกตา อย่ากดลูกนัยน์ตาหลับตาพริ้ม ๆ พอสบาย ๆ แล้วก็ทำใจของเราให้เบิกบานให้แช่มชื่น ให้สะอาด บริสุทธิ์ ผ่องใส ไร้กังวลในทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ให้ปลดปล่อยวาง คลายความผูกพันจากคน สัตว์ สิ่งของ ธุรกิจการงาน บ้านช่อง การศึกษาเล่าเรียนเรื่องครอบครัว หรือเรื่องอะไรที่นอกเหนือจากนี้

 

                 ให้ปลดปล่อยวาง คลายความผูกพันจากทุกสิ่ง โดยพิจารณาไปตามความเป็นจริงของสรรพสัตว์สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้หรือโลกอื่น เพราะสภาพความเป็นจริงนั้น ทุกสิ่งล้วนไปสู่จุดสลายทั้งสิ้น เมื่อเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็เสื่อมสลายไป จะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ ตึกรามบ้านช่อง ต้นหมากรากไม้ ภูเขาเลากา แม้แต่โลกใบนี้ซึ่งเป็นที่รองรับของสรรพสัตว์สรรพสิ่งทั้งหลาย สักวันหนึ่งก็ต้องล่มสลายไปหมดด้วยกัปพินาศ โลก
ซึ่งเป็นที่รองรับของหมู่สัตว์ยังเป็นเช่นนี้ สรรพสัตว์สรรพสิ่งทั้งหลายก็ต้องเสื่อมสลายหายไป นี่คือความจริงแท้ของสรรพสัตว์สรรพสิ่งทั้งหลาย

 

                พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นพระบรมศาสดาผู้มีอานุภาพมาก สมบูรณ์ด้วยวิชชาและจรณะ ทรงอภิญญาพร้อมบริบูรณ์พระองค์ก็ยังดับขันธปรินิพพาน เหลือแต่คำสอนที่เป็นสิ่งแทนพระองค์เท่านั้น พระปัจเจกพุทธเจ้าตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง ไม่ได้สั่งสอนผู้ใด มีอานุภาพเหาะเหินเดินอากาศได้ยังต้องดับ
ขันธปรินิพพาน พระอรหันตสาวกของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าปฏิบัติตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้บรรลุมรรคผลนิพพานตามพระองค์ มีฤทธิ์ มีอานุภาพมากก็ยังต้องดับขันธปรินิพพาน พระเจ้าจักรพรรดิผู้มีอานุภาพปกครองโลกทั้ง๔ หรือทวีปทั้ง ๔ ทิศ รอบเขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสวรรค์
ชั้นจาตุมหาราชิกาและดาวดึงส์ก็ยังต้องเสื่อมสลายจากโลกนี้ไป

 

              พระเดชพระคุณหลวงปู่พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)พระผู้ปราบมาร ผู้มุ่งไปสู่ที่สุดแห่งธรรม ท่านก็ยังต้องจากโลกนี้ไปคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้เชี่ยวชาญในวิชชาธรรมกายจนได้รับยกย่องจากพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯว่าเป็นหนึ่งไม่มีสอง ก็ยังจากโลกนี้ไป บรรพบุรุษของเราก็เช่น
เดียวกันก็จากโลกนี้ไป ต่างก็ไม่ได้เอาอะไรไปได้ทั้งสิ้น นอกจากบุญและบาปที่ได้กระทำเอาไว้ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่

 

                นับประสาอะไรกับตัวของเราซึ่งยังไม่มีอานุภาพประดุจพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือพระอรหันต์ทั้งหลายทำไมจะไม่จากโลกนี้ไป เราก็ต้องจากไปโดยที่ไม่ได้เอาวัตถุสิ่งของอะไรไปเลย ลาภยศสรรเสริญอะไรก็ไม่ได้เอาไป มีแต่บุญและบาปที่เราได้กระทำเอาไว้ด้วยกายด้วยวาจาด้วยใจเท่านั้น
ติดตัวไป

 

                เรามีเวลาอยู่ในโลกนี้อย่างจำกัด ทุกเพศทุกวัยมีเวลาแห่งชีวิตช่วงสั้น ๆ เพราะความ
ตายไม่มีนิมิตหมาย จะตายเมื่อไรเราไม่ทราบแต่ที่ทราบคือ ทุกคนล้วนตายหมด

 

                ฉะนั้น เราก็ต้องมาพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ของการมาเกิดเป็นมนุษย์ว่า เราเกิดมาทำไม อะไรคือวัตถุประสงค์ของชีวิต ซึ่ง

 

               ก็ได้ข้อสรุปตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า เกิดมาเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี นี่คือวัตถุประสงค์หลักของชีวิต เราก็ต้องนำมาพิจารณา มาใคร่ครวญ จะได้มีสติปัญญา รู้จักสอนตัวเองว่า อะไรคืองานหลัก อะไรคืองานรองเราจะพบว่า

 

              การทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมีนั้นเป็นงานหลักของชีวิต ส่วนการทำมาหากินเป็นเรื่องรองลงมา ความสนุกสนานเพลิดเพลิน เพื่อผ่อนคลาย ก็เป็นเรื่องรองลงมาอีกตามลำดับ

 

              เมื่อเราจับหลักของชีวิตได้อย่างนี้แล้ว วันเวลาที่เหลืออยู่ก่อนที่เราจะจากโลกนี้ไปก็จะต้องสั่งสมบุญบารมีให้มาก ๆ เพื่อความสุขและความสอเร็จในชีวิตของตัวเราเองตั้งแต่เป็นปุถุชนจนกระทั่งเป็น         พระอริยเจ้า โดยเฉพาะเราจะมุ่งไปสู่ที่สุดแห่งธรรม เพราะฉะนั้นเป้าหมายหลักของเราก็ต้องสั่งสมบุญบารมี
ให้มาก ๆ เพราะว่าเมื่อถึงวาระสุดท้าย บุญเท่านั้นจะเป็นที่พึ่งให้กับตัวเรา ที่จะนำเราไปสู่เทวโลก ไปสู่สวรรค์ชั้นดุสิต หรือที่เราคุ้นเคยว่า ดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์

 

              บุญ เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องสั่งสมเอาไว้ด้วยตัวของเราเอง จะทำแทนกันไม่ได้ คนอื่นทำได้อย่างมากก็อุทิศบุญให้กับเราเมื่อเราละจากโลกนี้ไป และเราต้องอยู่ในภูมิที่รับได้ ถ้าไปอยู่มหานรกบุญที่เขา
อุทิศไปให้ก็ยังรับไม่ได้ แปลว่าเราก็ต้องพึ่งตัวของเราเอง อัตตา หิ อัตตโน นาโถ เอาตัวของเรานี่แหละ
สั่งสมความดีด้วยตัวของเราเอง จนกระทั่งความดีบังเกิดขึ้นในตัว กลั่นเป็นบุญ เป็นกุศล เป็นบารมี
เป็นดวงบุญใส ๆ นั่นแหละ จะทำ ให้ใจเราผ่องใสคตินิมิตสว่าง แล้วก็จากโลกนี้ไปสู่เทวโลกอย่างสง่างาม

                                                                                                               

                                                                                                         พระเทพญาณมหามุนี

จากหนังสือ ง่ายเเต่ลึก เล่ม 2
                                                                                                โดยคุณครูไม่ใหญ่

 

 

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.017478199799856 Mins