เรื่องของโอโม กล่องที่ 30 : เมื่อไหร่จะจบ
ขอย้อนกลับมาเรื่องเรียนสักนิด ในช่วงที่อยู่ สำนักงานกัลยาณมิตร ที่ สมก. ช่วงนั้นก็ยังทำงานไป เรียนรามไปด้วย ซึ่งเป็นช่วงท้ายๆของการเรียน
ผมเข้ารามปี 24 พอมาเข้าวัดปี 26 และเริ่มช่วยงานที่สำนักงานกัลยาณมิตร ปลายปี 27 ก็เริ่มรู้สึกว่า เราคงไม่ได้ไปทำงานทางด้านเคมีแล้วแหละ ก็เลยเริ่มเบื่อการเรียน แต่เป้าหมายเราต้องจบ แต่จบแบบไม่ได้เอาไปใช้ และต้องเรียนอย่างหนัก ดูจะไม่สัมพันธ์กันเลย การเรียนเคมีที่ราม ก็เหมือนเรียนในมหาวิทยาลัยปิด มีlecture มีการทดลอง มีส่งรายงาน โดยปีท้ายๆจะเป็นเคมีล้วนๆ ยิ่งหนักแรง
ในหน่วยกิตที่จะจบมีรายวิชาที่ผ่อนคลายจากเคมีไปได้บ้างคือวิชาเลือกแบบอิสระ 2 รายวิชา อันหนึ่งเลยไปเลือกเรียน พุทธปรัชญาเถรวาทผ่านไปได้สบายๆ เก็บ G มาได้ แต่อีกวิชานี่สิ เค้าเรียกว่าไม่ดูตาม้าตาเรือ
ไปที่ฝ่ายตำราไปดูตัวอย่างหนังสือพบว่าวิชาโสตทัศนศึกษาเล่มหนึ่งดูบางๆ เนื้อหาก็น่าสนใจ คงสอบผ่านได้ไม่ยาก เรื่องวิชาท่องนี่ไม่กลัวเลย ถึงเวลาเรียนเข้าจริงๆ วิชานี้มีแต่พวกที่เรียนโสตฯ คณะศึกษาศาสตร์เค้าเรียนกัน คงจะบันทึกในประวัติศาสตร์ภาควิชาว่ามีพวกเคมีมาเรียน น่าจะเป็นคนแรก คนเดียว
เหมือนหนีเสือมาปะจรเข้ ต้องการผ่อนคลายสบายๆจาก Lab เคมี มาเจอวิชานี้ เค้ามีLabด้วย เช่นคุมห้องsound lab คุมห้องบันทึกเสียง เวลาสอบต้องสอบทั้งทฤษฏีและปฏิบัติ ก็จับคู่เป็น buddy กัน ปรากฏว่าเราสอบผ่าน buddyที่เรียนโสตฯ ตกทฤษฏี เอวังก็มีด้วยประการละฉะนี้
กลับมาที่เคมีของเรา มีรายวิชาหนึ่ง เค้าจะให้สารเคมีที่เรียกว่า unknown กับเรา1หลอดประมาณสัก 30 cc. ถ้าไม่พอหรือทำหก ขอเพิ่มได้แต่โดนตัดคะแนน ให้เวลาเรา 2 สัปดาห์ ทำการทดลองเดี่ยว ทำอย่างไรก็ได้ตามที่เรียนมาทั้งหมด ให้ตอบว่าสารเคมีในหลอดทดลองคืออะไร เขียนสูตรออกมา ต้องทำอย่างนี้ 2 ครั้ง
แต่ละคนจะได้ unknown ไม่เหมือนกันเลย ได้เป็นของเหลว อย่าคิดว่าเป็นของเหลว อาจจะเป็นของแข็ง 2 ตัวเจอกันแล้วทำปฏิกิริยากันเป็นของเหลว ที่เป็นของแข็งก็อาจจะมาจากที่เป็นของเหลวมาก่อน
ผมโชคดี มีบุญช่วย ใช้เวลาสัปดาห์กว่าๆก็ส่งคำตอบ ถูกทั้ง 2 ครั้ง เอาตัวรอดมาได้ แต่ต้องมาเจออีกหลายด่าน ที่ทำให้ต้องใช้เวลาเรียนถึง 6 ปีเต็ม