
๖.อานุภาพความเชื่อมั่น
คุณนพรัตน์ พันธ์เพ็ชร์ เล่าว่า เธอมีอาชีพรับจ้างทั่วไป ไม่เลือกงานว่าสะอาดหรือสกปรก ขอให้ทำแล้วได้เงินมา เช่น รับจ้างขนขี้หมาขนหมาตายเน่าเฟะอยู่ใต้ถุนบ้านเตี้ยๆ ต้องคลานเข้าไปก็ยอมทำ ได้ค่าจ้างไม่แน่นอน ส่วนมากแล้วแต่น้ำใจคนว่าจ้าง เช่น ขี้หมาแห้งค่าขนไปทิ้งราคากองละ ๓ บาท ขี้หมาเปียกราคากองละ ๑๐ บาท หมาตายจนเน่าตัวละ ๑๐๐ บาท ถ้าใช้น้ำยาดับกลิ่นราดให้ด้วย ผู้ว่าจ้างมักให้เพิ่มอีก ๕๐ บาท
ส่วนสามีคุณนพรัตน์มีอาชีพขับรถรับจ้าง คุณนพรัตน์มาวัดพระธรรมกายครั้งแรกโดยการชักชวนของกัลยาณมิตรชื่อหมวย คุณหมวยชวนทำบุญสร้างองค์พระประดิษฐานบนมหาธรรมกายเจดีย์ ทยอยบุญงวดละหนึ่งพันบาท คุณนพรัตน์มีเงินอยู่ ๒ บาท แต่ต้องการทำบุญหนึ่งพันบาทอย่างแรงกล้า เมื่อกลับถึงบ้านจึงเอ่ยปากขอสามี ได้รับคำตอบจากสามีว่า
“ทำบุญอะไรตั้งพัน คนอื่นเขาทำกัน ๕ บาท ๑๐ บาท จึงทำตั้งพันกูไม่ให้หรอก”
คุณนพรัตน์จึงตอบผู้เป็นสามีไปว่า “ถ้าไม่ให้เงินตามที่ขอละก็ จะอยู่ด้วยกันไปทำไม อยู่ไม่ได้สร้างบุญ ไม่ได้สร้างกุศล อยู่ไปทำไม ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างไปก็แล้วกัน” สามีฟังแล้วยอมให้เงินหนึ่งพันบาท
ต่อมาคุณนพรัตน์แอบเห็นสมุดบัญชีเงินฝากของสามีธนาคารถึงหนึ่งหมื่นบาท จึงออกปากขอเงินทั้งหมดไปทำบุญสร้างพระให้ครบองค์ไม่ต้องผ่อนส่ง สามีพูดด้วยความเหลืออดว่า
“เอาไปทำบุญอีกเรอะ เมินเสียเถอะ กูไม่ให้จะหนีก็หนีไปเถอะ พันหนึ่งก็ให้ยากอยู่แล้ว นี่จะเอาตั้งหมื่น กูไม่สนใจแล้ว จะหนีไปไหนก็ไป”
คุณนพรัตน์ไม่สิ้นความพยายามอ้อนวอนต่อไป “พี่ถอนมาเถอะนะ ให้ฉันทำบุญแล้วเงินจะมาหาให้พี่มากกว่านั้น ถ้าไม่จริงอย่างที่ฉันพูดฉันยอมนอนให้พี่กระทืบได้เลย"
สามียืนกรานปฏิเสธ คุณนพรัตน์อธิษฐานขอพรหลวงพ่อวัดปากน้ำอยู่ถึง ๓ วัน ไม่สำเร็จ จึงนำสายสร้อยของตนเองไปจำนำขาดที่โรงรับจำนำ ได้เงินมา ๑๓,๐๐๐ บาท นำเงินไปทำบุญสร้างองค์พระธรรมกายประจำตัวให้ตนเอง
ต่อมาคุณนพรัตน์ต้องการให้สามีทำบุญสร้างองค์พระให้ตัวเขาเองบ้าง จึงชักชวนอีกครั้ง คราวนี้สามีโกรธถึงกับขว้างจานขว้างมีดใส่คุณนพรัตน์ แล้วท้าทายว่า ถ้าบุญช่วยได้จริงๆ เขาจะร่อนจานใส่หน้าคุณนพรัตน์ ถ้าจานไม่ถูกหน้าแสดงว่าบุญช่วยจริง ก็เป็นเรื่องแปลกจานที่ร่อนมาไม่ถูกหน้า แต่ไปถูกข้อศอกแทน ทำให้ถึงกับมีแผลเลือดออก สามีจึงจำต้องยอมทำบุญ
เวลาผ่านไปอีกระยะหนึ่ง คุณนพรัตน์ขอสามีสร้างองค์พระประจำตัวให้กับแม่ของตนเอง คราวนี้สามีไม่แสดงอาการโกรธขึ้นมาเหมือนครั้งก่อน แต่พูดว่า
“เออ เดี๋ยวกูจะให้เงินไปสร้างพระให้แม่มึงนะ เพราะกูเห็นแก่แม่มึง แต่พ่อมึงกูไม่เห็นกูไม่สร้างให้” ได้ยินสามีรับปากก็ดีใจ คิดว่าคงสร้าง

องค์พระผ่อนส่งเดือนละหนึ่งพันบาท ๑๐ เดือนก็ครบ แต่เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ ส่งเพียงแค่ ๓ เดือน ครบหนึ่งหมื่นเต็มองค์ สร้างเสร็จมารดามาเข้าฝันพูดว่า
“ลูกเอ๋ย มึงเป็นใครมาเกิด จึงถึงได้สร้างบุญใหญ่บุญโตให้กู” ในฝันคุณนพรัตน์กอดมารดาไว้แน่น ตอบท่านว่า “แม่ไม่ต้องถามว่าฉันเป็นใครมาเกิด” แม่จึงว่า “ดีจริงๆ บุญสร้างองค์พระนี่ใหญ่โตมาก พ่อเราก็ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเลี้ยงลูกเลี้ยงเต้ามา ป่านนี้คงมีบาปกรรมตกนรกนะ”
เมื่อแม่มาเตือนเรื่องพ่อในฝัน ทำให้คุณนพรัตน์คิดทำบุญสร้างพระให้บิดา โดยทำแบบผ่อนส่งเช่นเดิม เริ่มต้น ๑,๐๐๐ บาท แล้วพูดขอสามีอีก ถูกปฏิเสธตามเดิมว่า “กูไม่สร้างหรอก” เวลาผ่านไปเป็นปีคุณนพรัตน์ยังเก็บเงินทำบุญผ่อนส่งต่อไม่ได้ ต้องตั้งอธิษฐานจิตขอหลวงพ่อวัดปากน้ำอีกตามเคย
“พ่อหนูเขาจะชั่วหรือดีก็เป็นพ่อของหนู เขาทำบาปทำกรรมเพราะลูก ฆ่าเนื้อ ฆ่าปลามาให้ลูกกิน ขอหลวงปู่สดช่วยหนูด้วย ให้หาเงินมาสร้างองค์พระให้พ่อจนครบไวๆ ”
เป็นเรื่องประหลาดอีกแล้ว อธิษฐานได้ไม่กี่วัน มีรายได้ปุ๊บปั๊บเต็มหมื่น ทำบุญให้พ่อได้ครบ พ่อมาเข้าฝันให้เห็น พ่อนอนคว่ำหน้าพูดกับเธอว่า
“กูดีใจนะ ที่มึงสร้างบุญให้กู กูได้บุญทำให้มีสิทธิ์ไปเกิดเป็นคนได้แล้วนะ มึงไปดูกูมั่ง”
ในปีต่อมาได้ไปเยี่ยมญาติที่ราชบุรี มีหลานชายเกิดใหม่ได้ไม่นานหน้าตาเหมือนบิดาของเธอเป็นพิมพ์เดียวกัน เห็นแล้วมั่นใจทันทีว่าพ่อมาเกิดเป็นเด็กคนนั้น คุณนพรัตน์พูดกับเด็กว่า
“ชาตินี้พ่อมาเกิดใหม่ เอาบุญ เอาศีลเอาธรรมมานะ อย่าเอาความเจ้าชู้เหมือนชาติที่แล้วมานะ” คุณนพรัตน์ย้ำว่า อานุภาพของบุญสร้างองค์พระอุทิศให้ผู้ตายยิ่งใหญ่จริงๆ
เวลาต่อมาทางวัดเชิญชวนทำบุญสร้างองค์พระบูชาธรรมคุณยายอาจารย์ คุณนพรัตน์เดินไปเชิญชวนผู้คน บางครั้งก็ถูกไล่ส่ง บางรายจะยอมทำบุญหนึ่งหมื่นบาท แต่ต้องเอาเหรียญที่ระลึกรุ่น “เหรียญสำเร็จ”มาให้ หาเหรียญให้เขาไม่ได้ จึงไม่ได้รับเงินทำบุญ อย่างไรก็ตามในที่สุดสามารถรวบรวมเงินทำบุญได้พอสร้างองค์พระให้คุณยายอาจารย์ได้ ๒ องค์ปลื้มใจมากที่สุด
ต่อมามีเรื่องที่ทำให้สามีเริ่มมีสัมมาทิฏฐิขึ้นมาคือเขาฝันเห็นพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำมาพบ แล้วพูดว่า “วัดพระธรรมกายกำลังสร้างบุญใหญ่ทั้งนั้น จึงรีบมาช่วยสร้างให้เสร็จนะ”
ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่ขัดขวางในเรื่องที่คุณนพรัตน์ตระเวนชวนคนทำบุญเหมือนที่เคยคัดค้านแต่เดิม
ครั้งหนึ่งกลับจากเชิญชวนผู้คนทำบุญดึกเกินไป ถึงบ้านเป็นเวลาเที่ยงคืน ถูกสามีชักด้วยความโกรธ ทำให้ทะเลาะทุ่มเถียงกัน ในที่สุดสามีเหวี่ยงรูปคุณยายในใบบอกบุญทิ้งแล้วเดินออกจากบ้านไป คุณนพรัตน์รีบอธิษฐานจิตขอพรคุณยายอาจารย์ว่า “ขอให้คุณยายช่วยเรียกสามีกลับด้วยเถิด” เพียงครู่เดียว สามีเดินกลับมาพร้อมกับพูดว่า “ใบบอกบุญใบเก่า กูไม่เอา กูจะเอาใบใหม่ไปช่วยมึงบอกบุญ”
จากนั้นคุณนพรัตน์เล่าเรื่องอัศจรรย์เพิ่มอีกเรื่องหนึ่งคือ เรื่องการมีบ้านเป็นของตนเอง แต่เดิมครอบครัวของเธออาศัยอยู่ในที่ดินของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ต่อมาทางมหาวิทยาลัยต้องการพื้นที่คืน จึงขอให้ทุกคนที่อาศัยอยู่อพยพย้ายที่อยู่ คุณนพรัตน์ใช้วิธีอธิษฐานขอจากหลวงพ่อวัดปากน้ำเช่นที่เคยทำ ขอให้มีบ้านของตนเองอยู่เสียที ไม่ต้องเช่าใคร
เป็นเรื่องประหลาดอย่างยิ่ง ภายในเวลา ๓ เดือนนั้นเอง สามีของเธอมีรายได้เพิ่มมากจนมีเงินครบแสนบาท พอสร้างบ้านอยู่กันได้อย่างสบาย แต่ไม่ได้ขอพรให้มีที่ดินด้วย จึงเลยยังต้องเช่าที่ดินปลูกบ้าน
สำหรับเรื่องการปฏิบัติธรรมก็มีเหตุการณ์อัศจรรย์อยู่ไม่น้อยวันที่ ๕ ธันวาคม (ไม่ได้บอกปี) นั่งสมาธิ จิตใจไม่ยอมสงบ มีเสียงเด็กๆ ที่ผู้ปกครองนำมาวัดด้วย นั่งอยู่ใกล้ๆ ทำเสียงรบกวนอยู่ตลอดเวลา ทำอย่างไรใจก็ไม่ยอมหยุดนิ่ง จึงอธิษฐานจิตนึกถึงคุณยายอาจารย์ขอให้ท่านส่งบารมีช่วยให้จิตใจสงบ ว่างเปล่า ให้เกิดความสว่างไสวขึ้นภายใน ให้รู้แจ้งแทงตลอดในวิชชาของพระพุทธเจ้า สักครู่หนึ่งเห็นภาพในนิมิตเป็นคุณยายอาจารย์ลอยมาในท้องฟ้า เสื้อผ้าสีขาวนวล ลอยมาบนเมฆ คุณยายท่านยกมือพรึบขึ้นเป็นสัญญาณให้เธอ ทันใดนั้นคุณนพรัตน์รู้สึกว่าจิตใจโปร่ง โล่ง เบา ใส ข้างๆ ตัวจะมีเสียงใครทำอะไรตุ๊บตับไม่สนใจแล้วเห็นภาพคุณยายลอยอยู่บนเมฆ ใจสบาย โล่ง เบา มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
บางครั้งเมื่อไปเล่าเรื่องให้ผู้อื่นฟัง ก็มีผู้ไม่เชื่อ บ้างกล่าวว่าทำให้เธอเสียใจ เธอจึงอธิษฐานต่อเลยว่า หากวัดพระธรรมกายเป็นเนื้อนาบุญบริสุทธิ์ มีพระที่เป็นสาวกแท้จริงของพระพุทธเจ้ามาเกิด ขอให้เงินทำบุญแค่จำนวนพันของเธอไปดึงให้เธอมีเงินหมื่น ให้เงินทำบุญหมื่นของเธอไปดึงให้เธอมีเงินแสน ให้เงินทำบุญแสนของเธอไปดึงให้เธอมีเงินล้าน ขอความปรารถนาทำบุญเงินล้านของเธอ จงสำเร็จ จงสำเร็จ
เมื่อเธอได้มีโอกาสเข้าพบพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เธอกลับมีใจใหญ่ไม่พูดแค่ขอให้มีเงินทำบุญล้านเดียวเสียแล้ว เธอพูดขอพรจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ให้เธอมีเงินทำบุญ ๑๐ ล้าน
คุณนพรัตน์เล่าเรื่องราวความเป็นมาในการทำบุญของเธอ เริ่มมาตั้งแต่ทำบุญได้เพียง ๒ บาทในครั้งแรก และสุดท้ายตั้งใจทำให้ได้ถึงล้าน พร้อมทั้งกล่าวตอนจบว่า
“ทุกวันนี้เชิญชวนใครทำบุญ มักจะพูดกับเขาว่า ผัวเมียทิ้งกันไปก็เป็นคนอื่น ลูกเต้าทิ้งไปก็แค่ลูก เวลาเป็นอะไรขึ้นมาไม่มีใครช่วยเราได้มีแต่บุญเท่านั้นช่วยเราได้ ไม่ทุ่มทำบุญแล้วจะมีอะไรมาช่วยเหลือเราเราเป็นคนโชคดีอย่างยิ่ง เจอคุณยาย เจอหลวงพ่อ เจอหลวงปู่ มาเจอเนื้อนาบุญแล้ว นี่เรามีบุญแล้ว ขอให้สร้างบุญให้ยิ่งๆ ขึ้นไป อย่าให้พลาดโอกาสอันประเสริฐนี้เสียเลย”