ความสนุกสร้างหนี้หนี้ไม่สร้างความสนุก

วันที่ 04 พย. พ.ศ.2568

ความสนุกสร้างหนี้ หนี้ไม่สร้างความสนุก

4-11-68_b1%281%29.png

                    ตอนอาจารย์เรียนอยู่ชั้น ป.๓ ได้เงินค่าขนมน้อยตามประสาเด็กเล็ก ส่วนใหญ่ก็จะใช้หมดตั้งแต่ตอนกลางวัน ตอนเย็นก็เหลือ 0 บาท กลับบ้านตัวปลิว เย็นวันหนึ่งหลังเลิกเรียน อาจารย์เดินกลับบ้านพร้อมกับเพื่อน ๆ เป็นขบวนเหมือนทุก ๆ วัน แต่วันนี้ดันไปเจอแม่ค้าอยู่เจ้าหนึ่ง นั่งอยู่กับหาบขนมไม่ไกลจากโรงเรียนมากนัก แม่ค้าอ้อนวอนให้ช่วยซื้อขนม อาจารย์ก็เห็นขนมร้อน ๆ อยู่ในหม้อดินหอมน่ากินทีเดียวแต่อาจารย์ก็รู้อยู่ว่าตัวเองไม่มีเงิน จึงตอบแม่ค้าไปว่า

 

                      “ไม่มีตังค์จ้ะป้า”

 

                     แม่ค้าแทนที่จะล้มเลิกความพยายาม กลับเสนอ “สินเชื่อ” ให้เด็กน้อย ป.๓

 

                     “ไม่เป็นไร ๆ เอาไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวค่อยมาจ่ายทีหลัง”

 

                     เมื่ออาจารย์ได้ฟังแม่ค้าอ้อนวอนก็นึกสงสาร และคิดว่าคงไม่น่าจะเป็นอะไร จึงตอบแม่ค้าไปว่า

 

                     “เอาถ้วยหนึ่งก็ได้ค่ะ”

 

                    อาจารย์ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าจะกินคนเดียวถ้วยเดียวแล้วกลับบ้าน แต่เพื่อน ๆ ที่เดินมาด้วยกันเห็นเข้าก็วิ่งมากันหลายคน ขนมหมดหม้อ แต่แม่ค้าไม่ได้เงินแม้แต่บาทเดียว ครูใหญ่จึงไปที่บ้านในเย็นวันนั้น เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้คุณแม่ฟังเมื่อแม่ทราบเหตุการณ์แล้ว ก็ “เคาะค้อนสั่งลงโทษโดยไม่ต้องรอลงอาญา” วันนั้น ด.ญ.เสาวลพ ต้องถูกตีไม่นับ ร้องไห้ยับเยินอย่างไรคุณแม่ก็ไม่หยุด คุณพ่อเป็นฮีโร่เข้ามาช่วยห้ามคุณแม่ไว้ในวันนั้นเอง เป็นอีกหนึ่งครั้งที่สร้างประสบการณ์ให้กับเด็กหญิงตัวน้อย ที่เคยได้ยินใคร ๆ เขาพูดว่า

 

                     “เวลาตีลูก แม่เจ็บกว่าลูก”

 

                     ภาพที่จำติดตา คือภาพคุณแม่น้ำตานองหน้า พร้อมกับคำพูดที่กล่าวกับคุณพ่อว่า

 

                      “คุณดูลูกคุณสิ หัดมีหนี้มีสินแล้ว!”

 

                     แม้ ด.ญ.เสาวลพ จะอยู่เพียงชั้น ป.๓ แต่ก็รู้ได้ทันทีว่า “หนี้” คงเป็นสิ่งที่ไม่ดี คงเป็นสิ่งที่น่ากลัว และคงเป็นสิ่งที่เจ็บปวด ไม่เช่นนั้นคุณแม่คงไม่ร้องไห้เสียใจขนาดนั้นอาจารย์มั่นใจว่าราคาขนมมื้อนั้นไม่แพงเกินไปที่คุณพ่อคุณแม่จะจ่ายให้ แต่ราคาของ “ประสบการณ์ชีวิต” ที่ได้จากขนมหม้อนั้น ช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน

 

                   จากวันนั้นมาจนถึงวันนี้ อาจารย์หลีกเลี่ยงการเป็นหนี้สินมาโดยตลอด จ่ายได้ก็จ่าย จ่ายไม่ได้ก็ “ห้ามใจความอยาก” เย็นวันนั้นคุณพ่อคุณแม่ให้อาจารย์กราบขอโทษครูใหญ่ที่เถียงครู เมื่อครูใหญ่ลากลับไปแล้ว คุณพ่อก็เรียกไปสอนว่า

 

                   “เสาวลพ ลูกไม่มีเงิน ลูกยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ อย่าไปเป็นหนี้เป็นสินใคร ถ้าลูกเป็นหนี้ ชีวิตลูกจะไม่มีความสุขไปตลอดชีวิต”

 

                   เหตุการณ์ในครั้งนั้นเป็นความทรงจำที่แม่นยำว่า เราจะต้องไม่เป็นหนี้ใครอีกเลย

 

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0025545676549276 Mins