
๑. รักการปฏิบัติธรรม
ทุกครั้งที่เรานั่งสมาธิเป็นการเสียบปลั๊กเชื่อมสายบุญอยู่กับมหาปูชนียาจารย์ ต้องทำให้ได้ ตลอดเวลาสม่ำเสมอ เรามีบารมีของครูบาอาจารย์เชื่อมโยงอยู่ เรามั่นใจอานุภาพของท่านจะคุ้มครองเรา แน่นอน จะทำอะไรก็สำเร็จหมด เพราะเราศิษย์มีครู ถ้าเราปล่อยให้มารมาครอบงำใจเรา จิตใจของเราจะ ตกต่ำ จากคิดได้แต่เรื่องดี ๆ จะกลายเป็นคิดเรื่องดี ๆ ไม่ออก คิดออกแต่เรื่องแย่ ๆ จับดีใครก็ไม่เป็น จับผิด ได้อย่างเดียว เพราะใจขาดการปฏิบัติธรรม
๒. มีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน
วางเป้าหมายในการสร้างบารมีให้ชัดเจนแล้วมุ่งทำให้สำเร็จตามเป้าหมายไม่ลังเล ไม่ถอยหลังกลับ
๓. มีความเคารพ
เคารพในที่นี้ก็ คือ การเคารพทั้งครูและผู้อื่น เชื่อฟังคำครู ครูว่าอย่างไรก็ต้องว่าตามกัน น้อง ๆ รุ่น ใหม่ที่เข้ามาสร้างบารมีต้องเคารพพระทุกรูป บางรูปท่านรุ่นราวคราวเดียวกันกับเรา แต่โดยเพศภาวะแล้ว ท่านเป็นพระ จะไปล้อเล่นจนเกินงามหรือไปอ้อนท่านไม่ได้ เรายังไม่หมดกิเลส มารเขาจ้องจะสอดละเอียด ให้ผูกจิตผูกใจเกิดความผูกพันกัน จากความไม่เคารพนิดเดียว เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ สุดท้ายเสียทั้ง ท่าน เสียทั้งเรา แล้วพอออกไปแล้วอยากกลับมาก็กลับไม่ได้แล้ว
๔. มีวินัย
ทำอย่างไรต้องให้เรียบร้อย เก็บให้ดีก่อนแล้วค่อยลุก ให้เขาเห็นว่านี่แหละ “ธรรมกาย” ไปไหนให้ เขาเห็นว่าเราไม่เหมือนใคร
อยู่ในวัดก็มีวินัยแบบวัด ให้เราสันโดษ พอใจตามมีตามได้ ลองนึกดูวินัยที่ฝึกในวัดทำให้เราอยู่ร่วม กันได้ เช้ามาหิวข้าวก็มีข้าวให้กิน อยากนั่งหลับตาสบาย ๆ ก็มีห้องแอร์เย็น ๆ ให้นั่งเปิดรออยู่ตลอดเวลา ลูกจะเอาอะไรหลวงพ่อท่านก็ให้ทุกอย่าง แต่ก็เป็นการให้ตามอรรถภาพที่เราเป็นสุข ไม่ได้ให้อย่าง หวือหวา ถ้ามาอยู่วัดแล้วต้องแต่งชุดสวยงาม มีแหวนเพชร แบบนี้ไม่ใช่
มาสร้างบารมีทุกคนบอกเหมือนกันหมดว่าจะเอาชีวิตมาอุทิศให้กับวิชชาธรรมกาย แต่พออยู่ไป จริง ๆ ตี ๕ ยังไม่อยากตื่น สำหรับอาจารย์ถ้าไม่ได้ป่วยตี ๕ คือ เวลาสายที่สุดแล้ว การมีวินัยจะทำให้เรา รักษาสัจจะวาจาที่เราตั้งใจไว้ได้
วินัยในวัดทุกข้อมีไว้เพื่อให้นักสร้างบารมีอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
๕. ทำงานเป็นทีม
เหมือนนิ้ว ๕ นิ้ว ถ้าไม่ยอมงอทุกนิ้วก็ใช้งานไม่ได้
ขนมปังชิ้นใหญ่เท่ากำมือ เอามาวางไว้ ต่อให้มดมาทั้งลังก็ไม่พอจะยกขนมปังก้อนนั้นได้ แต่มดใช้ วิธีแบ่งเป็นชิ้นเล็ก ๆ ให้แต่ละตัวเอาไปเท่าที่แบกไหว แบบนี้เอาขนมปังไปได้ ไม่มีปัญหา องค์กรของเราก็ เหมือนกัน ต้องทำงานร่วมกัน แบ่งงานให้เหมาะสมในทีม ความสำเร็จใหญ่จึงจะเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่คนไหน เก่งก็เอางานไปถมให้เขาซะเยอะแยะสุดท้ายก็ไม่ไหว มันไม่ไปเป็นทีม
ไม่จับผิดใคร เพราะผิดเราเองนั่งจับ นั่งแก้ ทั้งชาติยังแก้ไม่หมด ทีมจะแตกถ้าเราจับผิด เช่น เพื่อนคนนี้ทำไมสกปรก เพื่อนคนนี้เอาเปรียบฉัน เพื่อนคนนี้นอนกรนเสียงดัง เพื่อนคนนี้ฉันเกลียดจังเลย ใจส่วนดีของเราเริ่มตกต่ำ ใจส่วนไม่ดีมันก็คลุมใจเรามากขึ้น ทำให้ใจของเราขุ่นหมอง ทำให้ใจเรามีแต่ ความทุกข์