
พระอาจารย์: เพื่อนมีอยู่สองลักษณะชัดเจน
ลักษณะแรก คือ กอดคอแล้วเดินไปด้วยกันได้
ลักษณะที่สอง คือ กอดคอแล้วเหลือแต่ลมปาก
มิตรร่วมทุกข์ร่วมสุข คือมิตรที่ยืนอยู่ข้างเราอย่างแท้จริง อยู่ข้างเราแบบไปไหนไปกัน เป็นพื้นที่ปลอดภัย ไม่ละทิ้งกันในวันที่ลำบาก มิตรแท้ในความหมายนี้ พระพุทธเจ้าทรงอธิบายไว้ชัดเจนว่า มีคุณสมบัติสำคัญอยู่ 4 ประการ
หนึ่ง บอกความลับแก่เพื่อนได้
คือความไว้วางใจระดับที่กล้าเปิดเผยเรื่องที่ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นพื้นที่ปลอดภัย
สอง รักษาความลับของเพื่อนได้
ไม่เอาเรื่องของเพื่อนไปป่าวประกาศ ไม่ใช้ความลับเป็นอาวุธ ไม่ใช้ความไว้ใจเป็นเครื่องมือ
สาม ไม่ละทิ้งกันยามมีภัย
เมื่อเพื่อนเดือดร้อน ไม่หาย ไม่ตีตัวออกห่าง ไม่ทิ้งกันกลางทาง
สี่ แม้ชีวิตก็สละให้ได้
คือจิตใจที่พร้อมปกป้อง เกื้อกูล และยืนอยู่ข้างกันอย่างถึงที่สุด
ตรงกันข้ามกับมิตรแท้ คือคนที่พูดดีแต่ไม่ทำ
ยกแต่คำพูดในอดีตขึ้นมาทวงบุญคุณ
อ้างเหตุขัดข้องเสมอเมื่อถึงเวลาต้องช่วยจริง
สงเคราะห์ด้วยสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์
และอยู่ด้วยกันได้แค่ตอนสุข แต่หายไปตอนทุกข์
คนสองแบบนี้ต่างกันชัด
กอดคอแล้วเดินไปด้วยกันได้
กับ กอดคอแล้วเหลือแต่ลมปาก
ก่อนจะตัดสินว่าใครควรเลิกคบ
ให้ย้อนถามตัวเองก่อนว่า
เรื่องไหนเราไม่ชอบทุกข์ร่วมกับใคร
เรื่องไหนเราอยากเสพสุข แต่ไม่อยากแบกไปด้วยกัน
เพราะมิตรแท้ ไม่ได้เริ่มจากคนอื่น
แต่มันเริ่มจากการที่เรา เป็นมิตรแท้ให้ตัวเองให้ได้ก่อน
ก่อนจะไปตามหามิตรแท้จากใคร
พระอาจารย์สัจจาธิโก
ฟังเพิ่มเติมได้ที่