
พระอาจารย์ : ก่อนอื่นก็เจริญพรทุกท่านก่อนเลยครับ ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่รายการพระไตรปิฎกยามเช้านะ เจริญพร วันนี้เรามาคุยกันในหัวข้อ ที่เดี๋ยวเราให้พรวันเกิด ปิดท้ายนะครับ ในหัวข้อที่ชื่อว่า เนาะ วันนี้ก็เริ่มใหม่ได้นะครับ วันนี้ก็เริ่มใหม่ได้นะฮะ
วันนี้ก็เริ่มใหม่ได้คืออะไร ต้องบอกงี้กันครับว่า หลายคนมักจะชอบปักชีวิต วันที่ 2 เราเลยแล้วมันไม่ได้ทําตามเป้าแล้ว เมื่อวานไม่ได้ทําตามตั้งใจแล้ว เมื่อวานไม่ได้แบบ เอาละหลายคนอาจจะตื่น เปิดหัวปีใหม่ได้ไม่สวยอย่างที่คิดครับ ตั้งแต่ตื่นเช้าจนถึงตื่นสาย ตั้งใจจะมีวินัยเรื่องการออกกําลังกายแต่เมื่อวานก็กินซะเยอะเชียว ตั้งใจนอนเร็วแต่ว่าก็นอนดึก แต่ตั้งใจจะทําไปอย่างก่อนนอนแต่ว่าก็นอนไปแล้ว พลาดแต่วันแรกหลายคนเลยเกิดอาการเทโดยที่ไม่ ไม่รู้ตัว เทข้างในไม่ใช่เทข้างนอก เทแบบไม่เอาแล้ว ไม่ไหวแล้ว ไม่ทําแล้ว ไม่ยุ่งแล้วดีกว่า เป็นอาการแบบเทอะ เออ เทโดยที่ไม่ได้ตั้งใจจะเท เทโดยที่ไม่ทันรู้ตัว แต่เทเพราะว่าลึกๆมันมีความรู้สึกแบบ ไม่เอาแล้วดีกว่า ฉันเหนื่อยกับการที่ฉันต้องมาพยายามทําอะไรอย่างงี้ ซึ่งก็ไม่ผิดครับ หลายคนในชีวิตก็ หลวงพี่รู้สึกว่าหลายคนในชีวิตก็ตั้งใจนะ แต่คือความตั้งใจดีไม่ได้แปลว่าต้องเกิดผลเพราะเราจำไว้นะ ความตั้งใจดีไม่ได้แปลว่าต้องเกิดผล ความตั้งใจดีไม่มีคําไหนเลยที่แปลว่าต้องเกิดผล
ชายคนหนึ่งครับ เขาตั้งใจมากในการจัดเรียงตู้เสื้อผ้าของเขาให้สวยงาม ข้าวของเขาเป็นระเบียบ คือเห็นแล้วรู้สึกว่าสบายใจ เราชอบของเป็นระเบียบกันไหม จัดแล้วมันลงล็อค จัดเป็นระเบียบ จัดโต๊ะหนังสือ เป็นระเบียบหมดเลย และทุกๆวันที่เขาใช้ชีวิตอย่างเป็นระเบียบแล้วนะครับ เขาก็เป็นคนที่มีเพื่อนเยอะ เพื่อนก็มาเที่ยวบ้านบ่อย เพื่อนก็จะชอบแบบ อุ้ย ของมันดูสวยจัง แต่ว่าอยากขอหยิบมาอ่านหน่อย เพื่อที่จะหยิบออกไปจากชั้น พอเพื่อนหยิบปุ๊บ ความเป็นระเบียบมันเป็นยังไง มันก็ลดลง ทุกๆครั้งที่เพื่อนหยิบ เขาก็ฝืนยิ้ม เขาก็เกรงใจเพื่อน แต่ในใจก็รู้สึกหงุดหงิดว่าทําไมมันไม่เป็นระเบียบดั่งใจเลย แต่ถ้าหงุดหงิดเพื่อนไปเดี๋ยวก็ไม่มีเพื่อนอีก ก็เลยกลายเป็นเหมือน diremma คือ จะยังไงดีนะ หนังสือก็โดนหยิบไปแล้ว แต่ว่าถ้าถ้าจะหงุดหงิดเพื่อนเดี๋ยวมันก็จะไม่เป็นระเบียบอะไรเดี๋ยว ถ้าหงุดหงิดเพื่อนมันก็เดี๋ยวจะเสียเพื่อน แต่ถ้าไม่หงุดหงิดเพื่อนเดี๋ยวก็ไม่เป็นระเบียบไรเงี้ย ทุกทุกครั้งที่เวลามีคนไปเยี่ยมบ้านหรือมันมีการหยิบออกไปใช้อะ แม้แต่ตัวเขาเองเวลาหยิบออกไปใช้อะยังมีความเครียดอ่อนอ่อนเกิดขึ้นในตัวแต่เขามักไม่ค่อยรู้ตัว
ใช่ครับ ชายคนนี้ครับ ใช้ชื่อแป๊ะเนี่ย เขาก็จะหยิบของออก เขาจะเครียด หยิบของออก เขาจะเครียด หยิบของเขาจะเครียด แต่ถ้าตั้งไว้เฉยๆ ก็ไม่ได้ใช้อีก มีอยู่วันนึงครับ แผ่นดินไหว ภูเก็ตเขาเคยเป็นระเบียบถล่มลงมาหมดเลย เละเทะทุกอย่างเลย เละเทะทุกอย่างเลยในบ้าน พอกลับมาดูบ้าน เขาเห็นเรารู้สึกว่าโอ้โหแล้วมันจะเริ่มจัดยังไงกว่าจะจัดได้เหมือนเดิมมันใช้เวลานานมากเลยนะ แล้วไอ้ของบางอย่างมันก็เสียหายจัดเข้าเหมือนเดิมไม่ได้เขาก็เลยจัดเข้าเท่าที่เขาจัดไว้ครับ แล้วระหว่างที่เขาจัดของเท่าที่เขาจัดไว้ มันก็กลายเป็นว่ามันก็ไม่ได้เป็นระเบียบเหมือนเดิม มันก็เละเทะหน่อยๆ ในเท่าที่ซากมันจะพอทําได้ แล้วเขาก็นั่งมองดูมันอีกครั้ง ดีจังที่ยังเหลืออยู่ตั้งเท่านี้ แล้วอารมณ์หนึ่งที่ไม่ได้เกิดมานานแล้ว คือ เออ มันก็ไม่เห็นต้องเป๊ะก็ได้นี่หว่า พอเจอความฉิบหายยิ่งกว่า ความฉิบหายนิดหน่อยก็เลยเป็นเรื่องเล็กไป เคยเจอมาในชีวิต เจอความฉิบหายยิ่งกว่า ความฉิบหายเล็กน้อยเป็นเรื่องเล็กไปเลย เขานั่งมองชั้นหนังสือ แล้วก็รําพึงกับตัวเองว่า ที่ผ่านมาเราเป๊ะไปเพื่ออะไร ครับ
ความสมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง ใช่ครับ มองย้อนในชีวิตเราครับ การที่เราอยากให้ชีวิตได้ดั่งใจก็เหมือนกัน การที่เราอยากให้ชีวิตได้ดั่งใจ การที่เราตั้งใจ ตั้งใจ การที่เราพยายามแพลน พยายามจะให้มันเป๊ะ พยายามในหลายเรื่อง ก็เหมือนกันครับ ก็เหมือนกัน การที่ชีวิตของเรากะว่าวันปีใหม่นี้ มันต้องเป็น ไปอย่างที่ควรต้องเป็น มันต้องทําอย่างที่ควรต้องทํา การที่ปีใหม่นี้มันต้องเป็นไปอย่างนั้นน่ะ ทุกวันมันต้องดี ทุกวันมันต้องลงตัว นั่นแหละ การที่ปีใหม่นี้ ทุกวันมันต้องดี มันต้องลงตัว ทั่วมันต้องเป๊ะอะ นั่นแหละ บางทีมันก็คือเรื่องราวที่ตัวเราเองน่า หลวงพี่ใช้คํานี้แล้วกันครับ คิดเอาเองว่ามันจะต้องเป็นไปอย่างนั้น แล้วก็ยึดติดเองว่ามันจะต้องเป๊ะไปอย่างนั้น กะว่ามันต้องเป็นไปแบบนั้น วางใจแบบนั้น อยู่แบบนั้นน่ะ หลวงพี่ว่าเรื่องราวเหล่าเนี้ย มันคือใช้คํานี้แล้วกันครับ มันคือเรื่องราวเล็กเล็ก เรื่องราวเล็กๆ ที่บางที คือเรื่องโคตรใหญ่ เรื่องราวเล็กๆ คือเรื่องที่ชีวิตบางทีมัน มันโคตรวุ่นวาย มันโคตรเป็นเรื่อง ที่ทําหลวงพี่เชื่อว่ามันทําร้ายชีวิตเรามากกว่าที่เราคิดละกัน
จากเรื่องเล็กเล็กเรื่องที่เราเห็นว่ามันแค่นี้เองมันแค่นิดเดียวเองมันเท่านั้นเองไรเงี้ย ทั้งที่จริงเรื่องราวเล็กเล็กเหล่านั้นจริงจริงมันไม่เคยนิดเลยครับ มันคือเรื่องใหญ่มากมาก มันคือเรื่องที่ตัวเรา มันเรื่องนิดๆนะ ในตัวเรา แต่เรารู้สึกมันคือเรื่องใหญ่มาก เราอยากให้มัน เราดันไปให้ความหมายกับมันใหญ่ พอเราไปให้ความหมายกับมันใหญ่ มันกลายเป็นอะไร การไปให้ความหมายกับมันใหญ่ มันกลายเป็นตัวเราไม่ทันตั้งตัว ไม่ทันตั้งตัว แล้วมันกลายเป็นว่า เกิดสภาวะไม่ เกิดสภาวะตัวเราอ่ะ หงุดหงิดกับเรื่องเล็กเล็กไปหมดทั้งที่มันเล็กนิดเดียว แต่เราไปให้ความหมายกับมันใหญ่ คือมันไม่เล็กเลยนะสําหรับเราทั้งที่จริงมันเป็นเรื่องเล็กนิดเดียว ฟังช้าช้านะ มันเป็นเรื่องเล็กนิดเดียวฮะ แต่ศัพท์เรามันดันกลายเป็นว่าไม่เล็กเลย ศัพท์เราดันกลายเป็นว่าไม่โอเคเลย สําหรับเรามันกลายเป็นว่ามันกลายเป็นเรื่อง ดูไม่ดีสักนิดเดียวเลย อันที่จริงมันแค่พลาดวันเดียวเองอะ เราลองดูดีไหมอ่ะ ลองปล่อยให้เรื่องเล็กเป็นเรื่องเล็ก แล้วไม่ทําเป็นเรื่องใหญ่ดู ชีวิตก็จะง่ายขึ้นครับ ง่ายขึ้น เบาขึ้น แล้วก็ลงตัวมากขึ้น พวกเราตามทันไหม
วันนี้จึงได้ชื่อตอนว่าเริ่มใหม่วันนี้ก็ได้ไม่ต้องเริ่มใหม่เอ่อถ้ามันพลาดอะก็เริ่มใหม่วันนี้ได้ไม่ต้องไปพยายามทําอะไรนะเราชอบเทเวลาพลาดเพราะเราชอบได้ ดั่งใจแล้วรู้สึกว่าอยากให้มันได้ดั่งใจตัวเอง คนที่เทเวลาพลาดบ่อย ๆ ตัวเราเอง จริง ๆ กลับมามอง มันไปไหนไกลไหม ชีวิตมันกลับ ๆ ไป ๆ กลับ ๆ อยู่ที่เดิม จริงไหม ความจริงคือเราอย่าไปโฟกัสว่าเราพลาดวันที่ 1 และเราโฟกัสว่าเรากําลังเริ่มต้นวันที่ 2 ต่างหาก
ชายหนุ่มคนนึงที่ไม่มีทุนอะไรเลยครับ เหมือนจุลเศรษฐีชาดก นอกจากหนูตายตัวเดียว มีเศรษฐีชี้หนูตาย หนูตัวนี้นะ คนมีปัญญานะ จะทําการใหญ่ได้ เขาเรียกอะไรนะ คนรับใช้ที่เดินตามมาทีหลัง คนหนึ่งขึ้นมาว่า เอาล่ะ ฉันจะลองดูว่ามันทําอะไรได้บ้าง ก็เอาหนูตายครับ ไปขาย ไปขายให้คนเลี้ยงแมว ได้เงินมาซื้อน้ําอ้อยจากคนตัดหญ้า ได้น้ําอ้อยมาเอาไปแจกจ่ายเด็กๆ เออ ได้คําแนะนําอ้อยมาเอาไปตั้งแต่เด็กเด็ก แล้วก็เอาเด็กเด็กไปช่วยเก็บฟืน เอาฟืนไปขายไปซื้อกองไฟ โอ้โหมันเยอะแยะไปหมด จนกระทั่งกลายเป็นเศรษฐีได้ แล้วก็ได้แต่งงานกับลูกสาวเศรษฐี จากเรื่องเล็กนิดเดียวกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ เออ นะครับ
หรือแม้กระทั่งในขณะสูตรเนี้ย ท่านพูดถึงว่า ขณะโวมา อุปจักคาเนี่ย อย่าปล่อยเลยขณะให้ผ่านเลยไปเสีย คําว่าขณะไม่ใช่วันที่ 1 แต่ขณะคือวินาทีนี้ อย่าให้กลายเป็นอดีตไปเสีย อื้ม วินาทีนี้ อย่าให้กลายเป็นอดีตไปเสีย อืม เข้าใจไหม แก่นของวันนี้คือการรีเซ็ต mindset และ mindset ที่พร้อมจะเริ่มต้นใหม่ เราจะเริ่มต้นใหม่ซ้ํา ๆ ได้ แต่เราจะไม่พลาดติดกัน เมื่อพลาดปุ๊บ เอาใหม่ พลาดปุ๊บ เอาใหม่ ๆ และให้อภัยตัวเองเดี๋ยวนี้ ถ้าหาก เราลองคิดภาพนะ ถ้าหากวันนี้เราพลาด 1 วัน แล้วเราก็เททั้งชีวิต มันเหมือนชีวิตที่เราพลาด 1 ปี แล้วบอกว่าชีวิตนี้ห่วยแล้ว หรือตอนเด็กชีวิตเราไม่เริ่มต้นไม่ดีเลยชีวิตเราแปลว่ากระจอกอะ มันก็ไม่ต่างกันกับที่เราถ้าพลาดหนึ่งวันแล้วก็จะเริ่มต้นใหม่ไม่ได้ จะพลาดอีกกี่วันก็เริ่มต้นใหม่ได้ แต่ขอให้มีไฟตลอดไปนะครับ ขอให้มีไฟเอ้อตลอดไป เออ นะครับ ขอให้มีไฟตลอดไปกันทุกคนนะ
พระอาจารย์สัจจาธิโก
ฟังเพิ่มเติมได้ที่
https://www.youtube.com/live/ZUGvYJvk5xM?si=CMrIF_XQHmIgZ5g3