
พระอาจารย์สัจจาธิโก :อุเบกขาคือ ใจเราไม่ตกไปในอารมณ์ แต่คําว่าอุเบกขาในไทย มันมักชอบใช้กับแบบเหมือนกับปล่อยมันไปเถอะ อย่าไปยุ่งกับมันเลย เมื่อใจไม่ตกอยู่ในอารมณ์ บางครั้งการเมตตาคือการลงไปช่วย ก็จะลงไปช่วย บางครั้งการเมตตาคือการไม่ควรทําอะไร ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ เพื่อให้เขาได้เติบโต เราก็จะปล่อย ประเด็นคือถ้าใจตกไปในอารมณ์มันก็จะแยกแยะไม่ได้ ว่าอะไรคือสิ่งที่เราควรปล่อย หรืออันนี้คือความอยากของเรา อุเบกขาที่แท้จริง จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ ตัวเราทั้งหลาย วางแล้ว เริ่มวางแล้ว เริ่มวางเรื่องส่วนตัวเป็น เริ่มวางอารมณ์เป็น ก่อนจะวางอารมณ์ก็ต้องทําไงก่อน ต้องรู้ก่อนอารมณ์อะไรเกิด
การจัดการอารมณ์โดยไม่ทําความเข้าใจ คือหายนะของมนุษยชาติชัด ๆ คือเวลาเราจัดการอารมณ์โดยไม่ทําความเข้าใจ เราจะจัดการอารมณ์โดยการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเลย เว้นแต่การพยายามวางใจของตัวเราเอง ที่โกรธนะเพราะไอ้คนนี้มันทําไม่ถูกใจ ฉันจะเล่นงานมัน เนี่ยแหละ คือการจัดการอารมณ์ที่พวกเราชอบใช้ แต่มันผิดวิธี การจัดการอารมณ์แบบนี้ จะสร้างหายนะ มากกว่าสร้างสิ่งดีดีให้ชีวิตแน่นอน ฝึกไม่ยินดี ไม่ยินร้ายบ่อย ๆ ทุกอารมณ์นะเข้ามาเพื่อให้เราเรียนรู้ มันมาบอกอะไรบางอย่างแล้วมันก็จะจากไป
อุเบกขาถ้าจะฝึกให้เป็น ต้องฝึกบารมีมาให้ครบ ๆ ฝึกตั้งแต่:
ทาน: รู้จักให้คนอื่น คือไม่ได้เห็นแก่ตัว
ศีล: ฝึกรักษาศีลคือไม่เบียดเบียน คุมกายวาจาให้ได้
เนกขัมมะ: ประคองใจให้ไม่ตกไปในกามก่อน
ปัญญา: ฝึกปัญญาในการสอนตัวเอง
วิริยะ: ฝึกความขวนขวาย การลงมือทําอย่างทรงพลัง
ขันติ: ฝึกความอดทน จนใจเริ่มเฉยเฉยกับเรื่องต่าง ๆ
สัจจะ: เป็นคนจริง มั่นคงในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจ พร้อมจริงกับชีวิต ณ วินาทีนี้
อธิษฐาน: คือใจนิ่งมั่นคง
เมตตา: ใจเริ่มกว้างพอจะเห็นใจคนอื่น
อุเบกขา: คือใจเราวางเฉยคงที่ ไม่ติดในอารมณ์
ถ้ามีอุเบกขาเราจะมองโลกเคลียร์ขึ้น เพราะฟิลเตอร์มันถูกวางออก เราก็จะค่อยค่อยลงมือทํา อันนี้ต่างหากคือถ้ามีอุเบกขานะ อารมณ์แบบนี้มันก็จะค่อยค่อยกลับมา วันนี้คงฝากทุกท่าน เอาไว้ให้ได้ทบทวนสํารวจตัวเองประมาณนี้ ก็โมทนาบุญกับทุกท่านเนอะ
พระอาจารย์สัจจาธิโก
ฟังเพิ่มเติมได้ที่