ที่ 1 ของคณะแพทย์รามาฯ ทำไมจึงบวชตลอดชีวิต !

วันที่ 23 มค. พ.ศ.2569

ที่ 1 ของคณะแพทย์รามาฯ ทำไมจึงบวชตลอดชีวิต !

Person01_01.jpg

(พระมหาชวิน  อภิชฺชโว)

วัดพระธรรมกาย

 

ท่านยอมทิ้งอาชีพที่มีเกียรติที่สุด 

ทิ้งอนาคตทางโลกที่เพียบพร้อมทุกอย่าง

อะไรเป็นเหตุให้ทำเช่นนี้ !

 

ถ้าเราเกิดมาทำงาน แต่งงานมีลูกไปเรื่อย ๆ แล้วสุดท้ายเราก็ตายไปโดยที่ไม่ได้สั่งสมบุญ มันก็น่าเสียดาย ไม่ได้ประโยชน์อะไร

 

               สอบติดแพทย์คะแนนสูงสุดในคณะ

ตอน 8-9 ขวบ คุณแม่เป็นคนพาเข้าวัด แล้วก็ได้บวชเณร ตอนอายุ 10 ขวบ ช่วงนั้นปี 2545 งานสลายร่างคุณยาย ก็ได้มาเป็นอาสาสมัครด้วย พอได้มาช่วยงานอาสาสมัคร ทำให้จากที่มาวัดแค่เดือนละครั้ง กลายเป็นได้มาทุกวันอาทิตย์ ต่อให้ช่วงใกล้สอบก็มาวัดทุกวันอาทิตย์ ถ้าไม่มีงานบุญอะไรก็ไปตั้งแถวต้อนรับหลวงพ่อ แล้วมานั่งสมาธิพร้อมกับส่วนกลาง ได้ฟังธรรมจากพระอาจารย์ จากหลวงพ่อด้วย 

 

Person01_02.jpg

               พอเราอยู่ในสังคมที่ดีก็เลยทำให้เราไม่ไปติดอบายมุขต่างๆ เพื่อนๆ ชวนไปกินเหล้า สูบบุหรี่ เราก็ไม่ไปเลย ทำให้เป็นคนที่ไม่เคยกินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ รู้จักบริหารเวลา มีเวลาในการเรียนหนังสือ มีผลการเรียนที่ค่อยๆ ดีขึ้น พอเอนทรานซ์ก็สอบได้คะแนนที่ 1 ของคณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี ติด 1 ใน 8 ของประเทศ

 

Person01_03.jpg

               บวชสักครั้งในชีวิต

พอเรียนหมอแล้ว ปี 2 ได้มาบวชธรรมทายาทรุ่นอุดมศึกษา ได้มาลองใช้ชีวิตสมณะ พอได้มาบวชทำให้เรารู้ว่า สิ่งที่เรายังไม่รู้มีอีกเยอะเลย ตอนจบโครงการก็ตั้งเป้าหมายไว้เลยว่า ถ้าเรียนจบจะกลับมาบวชอีก

 

Person01_04.jpg

               บวชอีกครั้งเพื่อย้ำเป้าหมาย

เราไม่เคยรู้มาก่อนว่า ชีวิตหมอเป็นอย่างไร ที่หนักจริงๆ ก็คือตอนปี 6 เป็นแพทย์ Extern บางทีทำงาน 36 ชั่วโมง  คือ เข้าเวรเช้าวันนั้นแล้วจบงาน 5 โมงเย็น แต่เราอยู่เวรต่ออีกจนถึงเช้าของวันรุ่งขึ้น แล้วก็ทำงานไปจนถึง 5 โมงเย็นของวันถัดไป ทำงานหนักเหมือนกับใช้ชีวิตเราเพื่อชีวิตของผู้อื่น เราดูแลชีวิตคนอื่น เราก็ต้องตั้งใจให้เต็มที่ ทำงานแข่งกับเวลา ทุกวินาทีมันมีคุณค่า ตอนนั้นพอเราได้มาทำงาน ก็สมัครเรียนต่อแพทย์เฉพาะทางอายุรกรรม

 

Person01_11.jpg

               ลาบวชก่อนที่จะไปเรียนต่อ ครั้งนั้นพอเราได้กลับมาบวช ได้มาใช้ชีวิตแบบสมณะ ความตั้งใจที่จะบวชก็มั่นคงมากขึ้น 

 

Person01_05.jpg

               ชีวิตไม่แน่นอน ความตายไม่มีนิมิตหมาย

ช่วงที่เรียนต่อเฉพาะทางอายุรกรรม เราได้เจอคนแก่ คนเจ็บ คนตายเป็นเรื่องปกติเลย เพราะเราอยู่ในโรงพยาบาลตลอด มะเร็งปอดบางชนิดคนที่เป็นเขาไม่เคยสูบบุหรี่ แล้วสุดท้ายก็เป็นมะเร็ง ซึ่งทางวิทยาศาสตร์ก็จะหาสาเหตุไปจนกระทั่งจบลงที่ว่า เขามียีนพันธุกรรมที่ไม่ดี แต่พอเราได้มารู้เรื่องกฎแห่งกรรม เราจะรู้ว่า จริงๆ แล้วมันมีเบื้องหลังมากกว่านั้น คือเบื้องหลังที่ทำให้เขามียีนที่ไม่ดีจนเป็นมะเร็ง ก็เป็นเพราะว่ากรรมในอดีตที่เขาเคยทำมา หลวงพี่ให้คำแนะนำคนไข้ตามหลักทางการแพทย์ และแนะนำให้เขาไปทำบุญเพิ่มขึ้น 

 

               หลวงพี่เคยเจอหลายๆ เคสที่เขาเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย วิ่งเล่นกันแล้วล้มอกไปฟาดกับเตียง หัวใจหยุดเต้นไปเลย พอเราได้เจอเคสแบบนี้บ่อยๆ ก็จะย้ำเตือนตัวเราว่า ความตายมันไม่มีนิมิตหมาย ชีวิตเราไม่แน่นอน

 

 

Person01_06.jpg

               พอเรียนจบแพทย์เฉพาะทาง ช่วงนั้นเราก็คุยกับอาจารย์เลยว่า ขอทำงานถึงเดือนนี้ หลังจากนี้จะลาออก เพราะว่าตั้งใจจะไปบวช โยมพ่อโยมแม่ก็ดีใจ ไม่คัดค้านอะไร พอเราได้มาบวช ทำให้ชวนพ่อมาวัดได้ง่ายขึ้น ทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้กับโยมพ่อของเราได้ดีขึ้น

 

 

Person01_08.jpg

               นำความรู้ทางการแพทย์มาใช้ในงานพระพุทธศาสนา

ถามว่าเสียดายไหม ทั้งที่เราเรียนหมอมาตั้งหลายปี แล้วสุดท้ายก็มาบวช  ความรู้ทางการแพทย์ก็อาจจะไม่ได้ใช้ จริงๆ แล้วเรื่องความรู้ของโลกใบนี้มันเยอะมาก แต่ว่าสิ่งที่จำเป็นต้องรู้ก็คือ ความจริงของชีวิต คนเราจริงๆ แล้ว เกิดมาทำไม ตายแล้วไปไหน 

 

               เราเกิดมาทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี  

ถ้าหากว่าเราทำงานเป็นหมอไปเรื่อยๆ แล้วสุดท้ายเราตายไปโดยที่เราไม่ได้สั่งสมบุญ อันนี้น่าเสียดายกว่า อีกทั้งความรู้ทางการแพทย์นี้จริงๆ ก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้ใช้เสียทีเดียว เพราะว่าช่วงที่มาบวชมีโครงการอบรมธรรมทายาท

 

Person01_09.jpg

Person01_10.jpg

               เราก็ได้เป็นพระพี่เลี้ยงบุญพยาบาล ดูแลสามเณร ดูแลพระ เนื่องจากบุคลากรทางการแพทย์มีไม่พอ ช่วงไหนที่มีการอบรมแล้วต้องการใช้ความรู้ทางด้านการแพทย์ เราก็ไปช่วยในไซต์อบรมต่างๆ หรือช่วงที่ต้องตรวจสุขภาพพระธรรมทายาทเวลาบวชแสนรูปก็ได้ไปช่วย จึงรู้สึกว่าไม่ได้เสียประโยชน์เสียทีเดียวในการที่เราได้เรียนหมอ

 

person_01_11.jpg

               ชีวิตสมณะเป็นชีวิตที่ใช่

คำสอนของหลวงพ่อที่เราใช้เป็นหลักก็จะมีเรื่องที่หลวงพ่อบอกว่า เราเป็นพระ ให้เราคิดแบบพระ พูดแบบพระ แล้วก็ทำแบบพระ ทำแค่ ๓ อย่างนี้เท่านั้น ไม่ต้องไปทำอย่างอื่นเลย เราก็ต้องมาดูมหาปูชนียาจารย์ ดูท่านเป็นต้นแบบว่าท่านทำอย่างไร เน้นการปฏิบัติธรรม และอยู่ในศีลในธรรม ก็จะทำให้เราสามารถใช้ชีวิตอยู่ในเพศสมณะได้อย่างมีความสุข แล้วก็เอาใจอยู่กับการปฏิบัติธรรม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านบอกว่า นัตถิ สันติปะรัง สุขัง สุขอื่นยิ่งกว่าใจหยุดใจนิ่งไม่มี

 

person_01_12.jpg

               ชีวิตสมณะนี่แหละเป็นชีวิตที่ใช่ เรารู้สึกว่ามีความสุขจากการที่ได้ปฏิบัติธรรม ได้สร้างบุญสร้างบารมีอย่างเต็มที่ แล้วก็ได้ดูแลให้ธรรมะน้อง ๆ อาสาสมัคร ซึ่งเป็นสิ่งที่เราปลื้ม

 

               เผยแผ่พระพุทธศาสนาไปทั่วโลก

ขอบพระคุณหลวงพ่อที่สร้างวัด แล้วขยายงานพระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกายไปทั่วโลก เพราะถ้าไม่มีหลวงพ่อ ป่านนี้ลูกๆ อาจจะไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ไม่ได้มาสร้างบารมี ตอนนี้ลูกจะขอตั้งใจฝึกฝนอบรมตนเอง จะปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน และขอติดตามตามติดหลวงพ่อและหมู่คณะสร้างบารมีไปจนถึงที่สุดแห่งธรรม

 

 

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0015915989875793 Mins