เล่าตามใจ 148 : ส่ง "พี่แอ๊ว" กลับวิมาน
สำหรับพี่แอ๊วหรือกัลยาณมิตรยมโดย เวชศิริ ผมคิดว่า ผมน่าจะรู้จักพี่เค้าตั้งแต่ปีแรกที่เข้าวัดคือ พ.ศ. 2526 จะเห็นพี่แอ๊วทำหน้าที่กัลยาณมิตร คู่กับพี่เพ็ญจันทร์ คณะฤกษ์ พี่ทั้งสองเป็นสุดยอดกัลยาณมิตร ที่มีบุคคลิกที่เหมือนกันหลายอย่าง คือ ใจเย็น ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดจาไพเราะ น้ำเสียงแบบบรรยายได้ยาก คร่าวๆคือสุภาพ นุ่มนวล เบาๆ เนิบๆ แฝงไปด้วยความรัก ความปรารถนาดี รับรู้ได้ว่ามีอะไรให้ช่วยเหลือ บอกได้เลย พร้อมช่วยเสมอ ประมาณนี้เลย
ตั้งแต่รู้จักมาไม่เคยเห็นพี่แอ๊ว โกรธใครเลย เราก็คิดในใจว่าใครทำพี่แอ๊วโกรธได้ คนนั้นต้องกลับไปทบทวนตัวเองให้จงหนักเลย
ครอบครัวพี่แอ๊ว เป็นครอบครัวแก้ว ครอบครัวธรรมกาย มีบุตร 3 คน คือ น้องเป้ น้องปอป้อ น้องปอมปาดัว น้องทั้งสามได้มีโอกาสขึ้นไปนั่งธรรมะกับหลวงพ่อธัมมชโยที่ดอยสุเทพ ตั้งแต่เด็กๆ นั่งธรรมะดีมากอยู่ในชุดของยุวกัลยาณมิตร ปัจจุบันน้องทั้งสามเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็ยังมาสร้างบุญที่วัดไม่ขาด ส่วนพ่อบ้านของพี่แอ๊วคือพี่สุรศักดิ์เมื่อลูกๆโตแล้ว ก็มาบวชเป็นพระภิกษุ ปัจจุบันมรณภาพไปแล้ว
พี่แอ๊วทำหน้าที่กัลยาณมิตรได้อย่างเยี่ยมยอดในยุคที่หมู่คณะเราอยู่ในยุคบุกเบิกสร้างวัด ได้ชักชวนผู้คนมาสร้างบุญที่วัดอย่างมากมาย ดูแลประคับประคองดุจญาติ แม้แต่น้องๆอาสาสมัครช่วยงานวัด หากพี่แอ๊วทราบว่าขาดเหลืออะไร พี่แอ๊วจะเข้าไปช่วยเหลือทันที ถ้ายังศึกษาอยู่ ก็จะดูแลจนเรียนจบ มาเป็นเจ้าหน้าที่วัด ถ้าเป็นฝ่ายชายก็ดูแลจนได้บวชอุทิศชีวิตเลย
ในแต่ละปีที่มีอุบาสกบวชอุทิศชีวิต จะมีกัลยาณมิตรผู้ใหญ่ชวนทั้งผู้บวชและสมาชิกทั้งอาศรมไปทำบุญ ปล่อยปลา แล้วก็เลี้ยงอาหารเพล พี่แอ๊วก็เป็นท่านหนึ่งที่ทำเป็นประจำ เป็นกำลังใจให้แก่น้องๆอุบาสกทุกปี
เสียดายแต่ว่าการบวชอุทิศชีวิตของอุบาสกในปีนี้พี่แอ๊วคงไม่ได้ไปทำบุญและเลี้ยงอาหารพวกเราด้วยกายหยาบ แต่ก็มั่นใจว่ากายทิพย์ของพี่แอ๊วคงเฝ้าติดตามไปอนุโมทนาบุญกับพวกเราอย่างแน่นอน
ขอกุศลผลบุญที่พี่แอ๊วและหมู่คณะได้ร่วมกันสร้างมา ยังผลให้พี่แอ๊วมีความสุขในทิพยวิมาน แล้วกลับมาร่วมกันสร้างบารมีติดตามมหาปูชนียาจารย์ ไปจนถึงที่สุดแห่งธรรมเลยนะพี่ครับ