ให้อดทน ทำจริงแล้วต้องได้ทุกคน

วันที่ 02 กย. พ.ศ.2558

 

ให้อดทน ทำจริงแล้วต้องได้ทุกคน

 

โอวาทหลวงปู่วัดปากน้ำ 
ตอนที่30 ตอนพิเศษ โดยสิงหล  
29 ส.ค.2558 ขึ้น15ค่ำเดือน9     

          การทำสมาธิจนบรรลุวิชชาธรรมกายนั้น หลวงพ่อท่านพูดเสมอว่า ถ้าทำจริงแล้วต้องได้ทุกคน ที่ไม่ได้คือทำไม่จริง ผู้ที่ยังไม่เข้าถึงนั้นเป็นเพราะประมาท เลินเล่อ เผลอตัว ทำไม่จริง เข้าไม่จริง จรดไม่จริง ตั้งไม่จริง ลอกแลก โกงตัวเอง คือเกียจคร้าน เช่นทำๆอยู่เมื่อเมื่อยขบเล็กๆน้อยๆ ก็ขี้เกียจเสียแล้ว หยุดเสียแล้ว ไม่ทำ ไปไถลทำอื่นเสียแล้ว เอาใจไปจรดที่อื่นเสียแล้ว หลวงพ่อท่านว่าพอเมื่อยทนไม่ไหวจะตายให้ได้ก็รู้ทีเดียวว่ามันจะถึงแล้ว มันจะเป็นแล้วให้มันเลยตรงนี้ไปให้ได้ ปล่อยชีวิตจะตายก็ตายเถิดประเดี๋ยวก็เป็น 
คำว่า ตายก็ตายเถิดนี้ พระศาสดาท่านทำได้เป็นตำรา ดังที่ได้เล่าให้ท่านผู้อ่านทราบแล้ว หลวงพ่อท่านเล่าถึงตัวท่านเองว่า ท่านนั้นเคยทดลองปล่อยชีวิตจะตายก็ตายเถิด ถึง ๒ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อพรรษา ๖ พอตั้งใจไว้ว่าเหลือแต่กระดูกหนังช่างมัน เนื้อเลือดจะแห้งเหือดหมดไปก็ไม่ว่า ถ้าไม่เห็นธรรมเป็นไม่ลุกจากที่ ปรากฏว่าเห็นแจ่มทีเดียว (เห็นดวงปฐมมรรค) ครั้งที่ ๒ พรรษา ๑๒ ท่านได้บอกกับพระภิกษุเพื่อนๆ ไม่ให้ไปกวน ท่านบอกว่า 
       “จะตายก็ตายเถิด ปล่อยให้ได้นั่งตามชอบใจเถอะ ถ้าไม่มีคุณธรรมอะไรไม่เห็นอะไร ไม่เป็นอะไร อย่างนี้เลี้ยงไว้ก็เสียข้าวสุกเปล่าๆ ไม่มีประโยชน์อะไร” 
สั่งเสร็จท่านก็เข้าไปนั่งในโบสถ์ ปรากฏว่าไม่ถึงค่อนคืนเพียงครึ่งคืนกว่าๆ เท่านั้นก็เห็นธรรมกาย ท่านจึงนำมาสอนลูกศิษย์ให้ตั้งความเพียรประกอบด้วยองค์สี่เช่นนี้บ้าง ท่านย้ำว่า ถ้าเราทุกคนทำความเพียรประกอบด้วยองค์สี่เช่นนี้ ก็คงเข้าถึงธรรมกายกันหมดแล้ว
        แต่มันไม่อย่างนั้น มันบ่นว่าอายุมาก แก่แล้วทนไม่ไหว ก็แก่นั่นแหละดีเพราะรู้แล้วว่าต้องตายแน่ ไหนๆจะตายก็ตายอยู่กับธรรมกายดีกว่า ส่วนที่มันยังไม่แก่มันก็ยังหนุ่มยังสาว ยังคิดจะสร้างโลกอยู่ก็ปล่อยเขาไปก่อน ใครรู้ตัวว่าแก่แล้ว ก็ให้รีบเสียทีเดียวอย่าไปรอใคร เมื่อยขบเล็กๆน้อยๆ อย่าบ่นทำเป็นทนไม่ไหวละ โอยเมื่อยเลิกทีพักที นอนทีอย่างนี้ปฏิบัติไปสักร้อยปีมันก็ไม่ได้ เพราะว่ามันหลอกตัวเอง มันโกงตัวเองอยู่อย่างนี้  มันไม่จริงเหมือนพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้านั้นท่านจริงท่านตัดสินใจแล้ว ถ้าทนไม่ไหวจะตายก็ตายเถิด ถ้าใครทำอย่างนี้ก็เป็นธรรมกายเดี๋ยวนี้ หลวงพ่อท่านย้ำว่าของจริงต้องคู่กับคนจริง และสอนให้ยึดภาษิตว่า

 

 ประกอบเหตุ สังเกตผล สนใจเถิด ประเสริฐนัก
 ประกอบเหตุ สังเกตในผล สนใจเข้าเถิด ประเสริฐดีนัก
 ประกอบที่ในเหตุ สังเกตดูในผล สนใจเข้าเถิด ประเสริฐดียิ่งนัก

 

 

(จากหนังสือ ตรีธาเล่าเรื่องหลวงพ่อวัดปากน้ำ)