บารมีของหลวงพ่อ

วันที่ 20 กย. พ.ศ.2558

 

บารมีของหลวงพ่อ

 

โอวาทหลวงปู่วัดปากน้ำ

ตอนที่ 49 โดยสิงหล 17ก.ย. 58

           วัดปากน้ำก็มีญาติโยมมาเลี้ยง เลี้ยงทุกวันต้องเข้าคิว ต้องจองนี่มันเป็นเพราะอะไร ก็ตอบได้ว่า ก็เพราะปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อ เพราะอิทธิบารมี คนเรานี่มีบารมีไม่เท่ากันนี่เชื่อไหม บางคนเกิดมามีปัญญามาก บางคนเกิดมามีเงินมาก มีทรัพย์สินมาก บางคนก็จน 

           อย่างอาตมานี่จน เด็กเลี้ยงควาย ข้าวแต่ละมื้อก็ไม่มีจะรับประทาน นี่ไม่ได้สร้างบารมีไว้ ส่วนหลวงพ่อท่านมีบารมีอีกด้านหนึ่ง ท่านสามารถที่จะเป็นร่มโพธิ์ร่มไทร เป็นที่พึ่งของพระของเณรได้ เกิดมาในยุคกันดาร ถ้าไม่มีหลวงพ่อวัดปากน้ำแล้ว ศาสนาก็จะเสื่อมทราม แล้วก็จะลดความเจริญก้าวหน้าไปเยอะเลย มันก็จะลำบากอดๆอยากๆใครจะมาบวชละ สึกหมด ไม่มีการศึกษา ก็ไม่มาบวช พระบวชแล้วไม่ได้เรื่อง 

          หลวงพ่อท่านเวลาฉันจะมีมโหรี จะมีดนตรีมาเล่นด้วย มีอังกะลุง พระเณรก็นั่งเต็ม เสร็จแล้วก็มีการถวายอาหารฉัน ขณะกำลังฉันก็จะมีมโหรีประโคมอยู่ แหมครบเครื่องเลย หลวงพ่อไม่ให้ขาดเลยเห็นไหม ฉันเสร็จให้ศีลให้พร หลวงพ่อให้พรเพราะนะ หลวงพ่อให้พรศักดิ์สิทธิ์ ญาติโยมประทับใจ แล้วก็มาทำบุญอีก 

กลับไปรวยทุกคน แปลกจริงๆ 

        หลวงพ่อพูดอะไร คำไหนเป็นคำนั้น กลับไปร่ำรวยสุขสบาย เสร็จแล้วก็กลับมาเลี้ยงพระประจำปี เลี้ยงเป็นรายประจำปี รายวัน วันนั้นของฉัน วันนั้นของเธอ ตรงเข้าคิวจองล่วงหน้า หลวงพ่อทำในสิ่งที่ประหลาดอย่างนี้ เออ...เสร็จแล้วหลวงพ่อท่านเป็นองค์ที่ลักษณะอ้วน ท่านไม่ผอม ตอนหลังท่านถึงผอม อ้วนตุ้ยนุ้ยทีเดียว สมสัดสมส่วน 

        แล้วก็ที่ใบหน้าท่านจะมีไฝโตๆ อยู่ด้านขวามือ ใฝเม็ดโต ตาท่านเหมือนพญาช้างนะสมัยก่อนท่านเป็นพญาช้างท่านก็จะเป็นหัวหน้าช้าง เกิดเป็นตระกูลใด ท่านก็จะเป็นหัวหน้า อยู่ในวัดปากน้ำก็จะเป็นสมภารเป็นเจ้าอาวาส เป็นเจ้าคุณ ใบหน้าท่านเนี่ยก็มีหยักๆนะ หน้าผากท่านเป็นหยักๆ ตาท่านโอ้โหน่ากลัว เหมือนตาของเทพเจ้า ผู้คุ้มครอง เพราะฉะนั้นตามร้านค้า ร้านขายทั้งหลายนี่จะมีรูปหลวงพ่อไปแขวนไปสักการะบูชา เสร็จแล้วก็คุ้มครอง 

           แต่ว่าครั้งหนึ่งไฟเกิดไหม้ขึ้นตามตึกอาคาร ไหม้หมดพอมาถึงห้องที่มีภาพหลวงพ่ออยู่นี่ปรากฏไฟมันดับ มันพัดไปทางอื่น มันไม่ไหม้ ไม่ลามมาที่ห้องเจ้าของที่มีภาพหลวงพ่ออยู่ อย่างนี้ก็ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์ซึ่งเขาก็ร่ำลือกัน เรื่องปาฏิหาริย์นี่มีเยอะเลยเพราะว่าเป็นเรื่องพลังจิต มันเป็นของที่พิสูจน์กันได้ยาก แต่มันเป็นนามธรรมไม่ใช่รูปธรรม มันจับมาให้ดูไม่ได้ แต่ว่ามันเป็นของที่มี เป็นของที่ซ่อนเร้น เป็นของซึ่งสูง ของวิทยาศาสตร์ยังจับไม่ถึงเลย เรื่องวิญญาณนะ จับได้ไหมวิญญาณ นักวิทยาศาสตร์พยายามจับ ตามจับวิญญาณ เวลาคนตายนี่ไปไหนนี่ ขนาดเอามาใส่ไว้ในโรงแก้วปิดอย่างสนิทเลย จะดูวิญญาณว่ามันจะไปไหนแต่ก็จับไม่ได้ ตายก็ตาย วิญญาณไม่รู้ไปไหน นักวิทยาศาสตร์ยังเข้าไม่ถึง 

         ถึงจะสร้างมือถือได้ สร้างเครื่องบิน สร้างจรวด ไปดาวพระจันทร์ ส่งยานไปดาวพระอังคารก็แล้วแต่ แต่ก็เรื่องวิญญาณนี่เขายังเข้าไม่ถึง ไม่เหมือนพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าทำนายจักรวาลไว้นี่ตั้งแต่ก่อน 2500 กว่าปีแล้วว่าจักรวาลกว้างใหญ่ มีดวงดาว มีพระอาทิตย์ พระจันทร์นับไม่ถ้วน ไม่รู้กี่ล้านๆๆๆดวง

 

 (เรื่องเล่าโดย พระดร.มหาทวนชัย อธิจิตโต บุคคลยุคต้นวิชชาเล่ม1)