ครั้งหนึ่ง ขณะพระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่พระเวฬุวันวิหาร พระองค์ทรงกล่าวถึงความอกตัญญูของพระเทวทัตให้ภิกษุทั้งหลายฟังพระองค์ตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ไม่ใช่เพียงชาตินี้เท่านั้นที่เขาเป็นคนไม่รู้คุณ แม้ในอดีตกาล เขาก็เป็นเช่นนั้น”แล้วเรื่องราวในอดีตก็ถูกเล่าขึ้น…กาลครั้งหนึ่ง ในสมัยที่พระเจ้าพรหมทัตครองกรุงพาราณสีลึกเข้าไปในป่าหิมวันต์ มีราชสีห์ตัวหนึ่งผู้ยิ่งใหญ่ เป็นเจ้าป่า ไม่มีสัตว์ใดกล้าต่อกร
วันหนึ่ง หลังจากล่าเหยื่อได้สำเร็จ มันกินอย่างเอร็ดอร่อยแต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดคิด…“แค่ก! แค่ก!” กระดูกชิ้นหนึ่งติดคอแน่นมันพยายามขย้อนออก แต่ไม่สำเร็จคอบวม เจ็บปวดจนตาแดงก่ำจากราชาผู้ยิ่งใหญ่ กลายเป็นสัตว์ที่แม้แต่จะคำรามยังทำไม่ได้

หลายวันผ่านไป มันอ่อนแรงลงเรื่อย ๆล่าเหยื่อไม่ได้ กินอะไรไม่ได้ความทรมานกัดกินทั้งร่างกายและศักดิ์ศรีวันนั้นเอง นกหัวขวานตัวหนึ่งบินผ่านมามันเป็นนกฉลาด ใจดี และมองโลกอย่างเข้าใจชีวิต

เมื่อเห็นราชสีห์นอนหอบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่มันเกาะกิ่งไม้แล้วถามด้วยน้ำเสียงระวัง“ท่านเป็นอะไรหรือ ทำไมดูทรมานเช่นนั้น?” ราชสีห์พยายามตอบด้วยเสียงแหบพร่า “กระดูก…ติดคอ…ช่วยข้าที…”

นกเงียบไปครู่หนึ่งในหัวมันมีทั้งความสงสาร และความกลัว “ถ้าข้าเข้าไปในปากเจ้า แล้วเจ้าหุบปากลงมาล่ะ?” ราชสีห์รีบสัญญา“ข้าสาบาน จะไม่ทำร้ายเจ้า ขอแค่ช่วยชีวิตข้า”
นกคิดอยู่ครู่หนึ่งสุดท้าย ความเมตตาชนะความกลัวนกให้ราชสีห์นอนตะแคงแล้วหาไม้ชิ้นหนึ่งมาค้ำระหว่างฟันบนกับฟันล่างไว้แน่นหนา“เผื่อเจ้าลืมตัว…” มันคิดในใจ

จากนั้น มันค่อย ๆ บินเข้าไปในปากอันมืดมิดกลิ่นคาวเลือดแรงจนแทบหายใจไม่ออกฟันแหลมคมเรียงรายรอบตัวมันหัวใจเต้นแรงราวกลองศึกแต่จะถอยก็ไม่ได้แล้ว
มันใช้จะงอยปากค่อย ๆ เคาะกระดูกเคาะซ้ำ…เคาะอีก…“กึก!”กระดูกหลุดตกลงพื้นภารกิจสำเร็จมันรีบเคาะไม้ค้ำให้หลุด แล้วบินออกมาอย่างรวดเร็วไปเกาะกิ่งไม้สูง หัวใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะ
ราชสีห์หายใจโล่งเป็นครั้งแรกในหลายวันมันรอดชีวิตแล้วเวลาผ่านไปวันหนึ่ง ราชสีห์ล้มกระบือป่าได้ตัวใหญ่ กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อยนกหัวขวานบินมาเกาะกิ่งไม้เหนือหัวมัน “ข้าแต่พญาเนื้อ วันก่อนข้าได้ช่วยชีวิตท่านไว้ข้าไม่ได้หวังสิ่งใดมากนักเพียงอยากรู้ว่า…ท่านจะตอบแทนอย่างไร”
คำถามนั้นไม่ได้มาจากความโลภแต่มาจากการ “ทดสอบใจ” ราชสีห์เงยหน้ามอง ก่อนตอบด้วยเสียงเย็นชา “เจ้ากล้าเข้าไปอยู่ในปากของข้าแล้วรอดชีวิตออกมาได้แค่นั้นก็นับว่าเป็นบุญของเจ้าแล้วยังจะหวังสิ่งใดอีก?”

คำตอบนั้นเย็นยิ่งกว่าลมหนาวในป่านกหัวขวานนิ่งไปชั่วครู่ไม่ได้โกรธไม่ได้เสียใจจนฟูมฟายแต่เข้าใจมันพูดเบา ๆ ว่า “คนที่ไม่รู้คุณคนไม่ตอบแทนความดีการคบหา ย่อมไร้ประโยชน์”“บัณฑิตไม่จำเป็นต้องด่าว่าไม่จำเป็นต้องโกรธเพียงแค่ค่อย ๆ ถอยออกมาแล้วรักษาใจของตนไว้” พูดจบ มันก็บินจากไปไม่หันกลับมาอีก

พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า
ราชสีห์ในครั้งนั้น ได้เป็น พระเทวทัต
ส่วนนกในครั้งนั้น ได้เป็น เราตถาคต ฉะนี้แล