ธรรมะเพื่อประชาชน พร้อมภาพประกอบ คติธรรม ข้อคิดสอนใจ

ดูก่อนท่านผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร ท่านทั้งหลายอย่ากลัวต่อบุญเลย เพราะคำว่าบุญนี้เป็นชื่อของความสุข ดูก่อนท่านผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร เราย่อมรู้ชัดผลแห่งบุญอันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ที่เราเสวยแล้วตลอดกาลนาน

ชาดก : ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for peopleรวมนิทานอีสปพร้อมภาพประกอบ  ข้อคิดสอนใจ

ธรรมะเพื่อประชาชน : ตอน ไม่มีหมู่มิตรในคนพาล


ธรรมะเพื่อประชาชน : ตอน ไม่มีหมู่มิตรในคนพาล

Dhammaforpeople
ธรรมะเพื่อประชาชน

 ตอน ไม่มีหมู่มิตรในคนพาล ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

ตอน ไม่มีหมู่มิตรในคนพาล

 

          มีธรรมภาษิตที่มีอยู่ อสัมปทานชาดก ความว่า

          ไมตรีของผู้ใดผู้หนึ่งซึ่งเป็นคนพาลย่อมเป็นโทษ และก่อให้เกิดความแตกร้าวกันได้เพราะไม่รับของไว้ เพราะฉะนั้นเราจึงรับเอาข้าวลีบไว้ เพราะคำนึงถึงว่าไมตรีของเราอย่าได้แตกร้าวกันเลย ขอให้ไมตรีเรานี้ดำรงยั่งยืนต่อไปเถิด

 

 ตอน ไม่มีหมู่มิตรในคนพาล ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          ธรรมภาษิตที่หลวงพ่อยกขึ้นมากล่าวอ้างเป็นอุเทศนี้ มีความหมายลึกซึ้งทีเดียว เพราะว่าการจะแสวงหาไมตรีจากใครสักคนหนึ่งซึ่งหวังจะเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุข คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันหรือนับถือกันชนิดเป็นเพื่อนแท้จนตลอดชีวิตนั้น ไม่ใช่สิ่งที่จะทำกันได้ง่ายๆ โดยเฉพาะการที่จะต้องมีไมตรีจิตกับคนอกตัญญู เห็นแก่ลาภ มีความโลภอยู่เป็นนิจ จะคบหากับใครก็หวังผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง หากใครต้องไปสมาคมกับบุคคลเช่นนี้ก็ต้องเตรียมทำใจเอาไว้ เหมือนดังเรื่องที่หลวงพ่อจะนำมาเล่าสู่กันฟัง

 

 ตอน ไม่มีหมู่มิตรในคนพาล ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          เรื่องมีอยู่ว่าในอดีตกาลพระราชาพระองค์หนึ่งเสวยราชสมบัติอยู่ในเมืองราชคฤห์ในแคว้น มคธ ชาตินั้นพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นเศรษฐีมีสมบัติเป็น ๘๐ โกฏิ

 

 ตอน ไม่มีหมู่มิตรในคนพาล ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          และทางด้านเมืองพาราณสีก็มีเศรษฐีที่มีสมบัติ ๘๐ โกฏิเช่นกัน ชื่อว่า ปิลิยะเศรษฐี เศรษฐีทั้งสองเป็นสหายรัก

 

 ตอน ไม่มีหมู่มิตรในคนพาล ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          ต่อมาปิลิยะเศรษฐีเกิดประสบปัญญาทางธุรกิจ ตั้งแต่น้ำท่วมสวนไร่นา สินค้าที่เคยขายได้ดีก็ถูกโกงและประสบภาวะขาดทุนถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัว กลายเป็นคนขัดสนไร้ที่พึ่ง

 

 ตอน ไม่มีหมู่มิตรในคนพาล ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          เขาจึงชวนภรรยาเดินทางหมายจะไปพึ่งพิงพระโพธิสัตว์ โดยได้ออกจากเมืองพาราณสี มุ่งหน้าไปสู่เมืองราชคฤห์ด้วยเท้าเปล่าจนถึงนิเวศน์ของพระโพธิสัตว์

 

 ตอน ไม่มีหมู่มิตรในคนพาล ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          พระโพธิสัตว์เห็นเพื่อนเก่ามาเยี่ยมก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ให้ที่พำนักอยู่สองสามวัน จึงกระทั่งหายจากความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า

 

 ตอน ไม่มีหมู่มิตรในคนพาล ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          จากนั้นก็ถามเพื่อนว่า “เพื่อนรัก ท่านอุตส่าห์เดินทางไกลมาเยี่ยมเรา เรารู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง ท่านมีอะไรจะให้เราช่วยเหลือหรือไม่ ” ปิลิยะตอบว่า “เพื่อน ภัยได้บังเกิดขึ้นกับข้าพเจ้าแล้ว ถึงขั้นสิ้นเนื้อประดาตัวทีเดียว ท่านช่วยสงเคราะห์ข้าพเจ้าด้วยเถิด”

 

 ตอน ไม่มีหมู่มิตรในคนพาล ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          พระโพธิสัตว์เป็นผู้เปี่ยมล้นด้วยมหากรุณาอยู่แล้ว อีกทั้งมีอัธยาศัยเป็นคนใจกว้างชอบเสียสละแบ่งปัน จึงบอกเพื่อนให้เบาใจว่า “อย่ากังวลไปเลย เราทั้งสองเป็นเพื่อนกัน มีสุขร่วมเสพ ทุกข์ของเพื่อนก็เหมือนทุกข์ของเรา ฉะนั้นเราจะช่วยท่านเอง” ว่าแล้วก็สั่งให้เปิดเรือนคลังแบ่งทรัพย์สมบัติให้กึ่งหนึ่ง คือ ๔๐ โกฏิ

 

 ตอน ไม่มีหมู่มิตรในคนพาล ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          และยังแบ่งอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นที่ดินเรือกสวนไร่นาให้อีก โดยไม่รู้สึกเสียดายทรัพย์เลย ปิลิยะเศรษฐีก็ขนสมบัติกลับไปนครพาราณสีตั้งหลักฐานได้เหมือนเดิม

 

 ตอน ไม่มีหมู่มิตรในคนพาล ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          ในเวลาต่อมาภัยทางเศรษฐกิจเช่นเดียวกันนั้นก็เกิดขึ้นกับพระโพธิสัตว์บ้าง ท่านจึงคิดถึงปิลิยะเศรษฐีผู้เป็นสหายที่ท่านเองเคยให้การอุปการะเอาไว้ และท่านก็เดินทางไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนคนนี้จนถึงเมืองพาราณสี

 

 ตอน ไม่มีหมู่มิตรในคนพาล ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          เมื่อเดินทางไปถึงประตูเมือง พระโพธิสัตว์ก็ได้บอกภรรยาให้รออยู่ศาลาพักริมทางก่อน ส่วนตัวท่านเองจะล่วงหน้าไปหาปิลียะเศรษฐีก่อนและจะให้คนนำพาหนะชั้นดีมารับ เมื่อบอกภรรยาเสร็จแล้วก็มุ่งเดินเข้าไปที่บ้านของปิลิยะเศรษฐี

 

 ตอน ไม่มีหมู่มิตรในคนพาล ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          ครั้นไปถึงประตูบ้านก็ฝากคนรับใช้ให้ไปบอกเจ้านายว่า มีสหายจากเมืองราชคฤห์มาเยี่ยม ปิลิยะเศรษฐีให้คนมาเชื้อเชิญ ครั้นเห็นพระโพธิสัตว์มีเนื้อตัวมอมแมมเพราะเดินทางรอนแรมมาแต่ไกลก็รู้ได้ทันทีว่ากำลังตกที่นั่งลำบาก จะมาขอความช่วยเหลือจากเราเป็นแน่ จึงไม่แสดงอาการปิติยินดีหรือแสดงอาการต้อนรับต่อการมาพระโพธิสัตว์แต่อย่างใด เพราะเกรงว่าพระโพธิสัตว์จะมาขอความช่วยเหลือ

 

 ตอน ไม่มีหมู่มิตรในคนพาล ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          แถมยังชิงบอกก่อนว่าให้ไปพักอาศัยอยู่ที่ศาลานอกเมืองและอย่ากลับมาหาอีก พร้อมกันนั้นให้สั่งข้าทาสให้ตวงข้าวลีบสี่ทะนานให้ไป พระโพธิสัตว์คิดว่าผู้นี้เป็นอสัตบุรุษได้ทรัพย์ ๔๐ โกฏิจากเรา บัดนี้สั่งให้เอาข้าวลีบ ๔ ทะนานมาให้เราคนผู้นี้เป็นคนเนรคุณประทุษร้ายมิตร ถ้าเราไม่รับข้าวลีบ ๔ ทะนานที่เขาให้ก็จะเป็นการทำลายมิตรภาพ ผู้ที่ไม่ยอมรับสิ่งของแม้เล็กน้อยด้วยมิตรไมตรีย่อมทำให้มิตรภาพเสื่อมสลายไป แต่ถ้าเรารับข้าวลีบที่เขาให้ก็จะดำรงมิตรภาพไว้ได้

 

 ตอน ไม่มีหมู่มิตรในคนพาล ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          ว่าแล้วก็รับห่อข้าวลีบ ๔ ทะนานนั้นและเดินลงจากปราสาทกลับไปถามภรรยา ภรรยาก็ไต่ถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด นางรับฟังแล้วก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากจึงร้องไห้ ยิ่งเมื่อเห็นข้าวลีบ ๔ ทะนานก็ยิ่งรู้สึกสลดหดหู่ใจได้แต่รำพึงว่า เราเคยแบ่งทรัพย์ให้เขาไปตั้ง ๔๐ โกฏิ การตอบแทนด้วยข้าวลีบ ๔ ทะนานนี้ไม่สมควรแก่เราเลย

 

 ตอน ไม่มีหมู่มิตรในคนพาล ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          พระโพธิสัตว์ก็ได้กล่าวว่า สิ่งใดที่ให้แล้วไม่ควรเสียดายและไม่ควรไปทวงคืน เพราะของที่ให้ไปแล้วก็ถือว่าเป็นทานที่ได้ทำไว้ดีแล้ว ส่วนปิลิยะเศรษฐีจะกระทำกับเราอย่างไร เราก็ไม่ควรทำให้เสียไมตรี เพราะถ้าไม่มีเยื่อใยที่จะรับของจากเขาไว้เลย ความเป็นเพื่อนกันก็ย่อมขาดสะบัดลง ในขณะนั้น ข้าทาสคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ที่พระโพธิสัตว์มอบให้ปิลียะเศรษฐีเดินผ่านมาทางประตูศาลาพอดี และก็ได้ยินเสียงร้องไห้จึงเข้าไปไต่ถาม

 

 ตอน ไม่มีหมู่มิตรในคนพาล ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          ครั้นพอเห็นเข้าก็จำได้ว่าเป็นเจ้านายเก่าจึงหมอบลงแทบเท้าและช่วยปลอบโยนนายหญิง และเชื้อเชิญให้ไปพำนักอยู่บ้านของตน ให้อาบน้ำหอม ให้บริโภคอาหารอันประณีต และเรียกพวกทาสที่เหลือมาแสดงความเคารพและคอยอุปฐากดูแลเป็นอย่างดี

 

 ตอน ไม่มีหมู่มิตรในคนพาล ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          วันรุ่งขึ้น ทาสทั้งหมดรวมตัวกันเดินทางไปที่ท้องพระลานหลวงเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับพระโพธิสัตว์ พระราชาทรงรับสั่งให้เรียกปิลิยะเศรษฐีให้ทรงเข้าเฝ้า

 

 ตอน ไม่มีหมู่มิตรในคนพาล ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          ตรัสถามเรื่องราวทั้งหมด จากนั้นก็ทรงวินิจฉัยให้ราชบุรุษไปยึดเอาทรัพย์ของปิลิยะเศรษฐีและนำมามอบคืนให้กับพระโพธิสัตว์ตามเดิม

 

 ตอน ไม่มีหมู่มิตรในคนพาล ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          แต่พระโพธิสัตว์เห็นแก่ความเป็นเพื่อน จึงกราบทูลขอสมบัติเพียงครึ่งเดียว พระราชาทรงเห็นแก่ความเป็นผู้มีจิตใจงดงามของพระโพธิสัตว์ จึงได้ทรงอนุโลมตามคำขอร้องทุกอย่าง

 

 ตอน ไม่มีหมู่มิตรในคนพาล ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          จากนั้นพระโพธิสัตว์ก็พาภรรยากลับบ้านไปประกอบสัมมาอาชีพและตั้งใจบริจาคทานให้คนตกทุกข์ได้ยากจนตลอดชีวิต เมื่อละโลกแล้วก็ได้ไปบังเกิดในสวรรค์

 

 ตอน ไม่มีหมู่มิตรในคนพาล ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          จะเห็นว่าการหาความจริงใจและมิตรภาพที่ยั่งยืนจากคนอกตัญญูนั้นเป็นไปได้ยาก ผู้รู้ถึงสอนเอาไว้ว่าถ้าใครจะพึงให้สมบัติในแผ่นดินทั้งหมดแก่คนอกตัญญูก็ไม่สามารถทำให้เขาพอใจได้เลย มีแต่ต้องพบกับความเสื่อมเสียร่ำไป

 

 ตอน ไม่มีหมู่มิตรในคนพาล ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          ซึ่งในบางครั้งถ้าเพื่อนเราประพฤติผิดพลาดไปบ้างก็ต้องรู้จักให้อภัยและให้โอกาสเขา ไม่ควรไปซ้ำเติม ส่วนตัวเรานั้นก็ต้องพัฒนาคุณธรรมทั้งภายนอกภายใน ให้ดียิ่งๆขึ้นไป ให้มีความซื่อสัตย์จริงใจ ไม่ประทุษร้ายมิตรเป็นมิตรแท้กับทุกๆคน

 

 ตอน ไม่มีหมู่มิตรในคนพาล ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          อานิสงค์นี้ก็จะทำให้เรามีเพื่องพ้องบริวารที่จริงใจ ซื่อสัตย์ และคอยสนับสนุนเราทุกอย่าง ทั้งทางโลกและทางธรรม ดังนั้น ให้รู้จักเลือกคบคน ให้คบแต่บัณฑิต นักปราชญ์ ผู้มีศีล มีธรรม เพื่อคุณธรรมภายในของเราจะได้เจริญยิ่งขึ้นกระทั่งเข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน และหมั่นฝึกฝนอบรมตัวเองให้เป็นผู้นำบุญยอดนักสร้างบารมี เป็นยอดกัลยาณมิตรผู้เปี่ยมล้นด้วยคุณธรรม