

พระบรมศาสดาตรัสไว้ใน มนาปทายีสูตรความว่า
"ผู้ให้ของที่พอใจย่อมได้ของที่พอใจ ผู้ใดให้เครื่องนุ่งห่มที่นอน ข้าว น้ำและปัจจัยมีประการต่างๆ ด้วยความพอใจในท่านผู้ประพฤติตรง สิ่งของที่ให้ไปแล้วนั้นย่อมเป็นของที่บริจาคแล้ว สละแล้วไม่คิดเอาคืน ผู้นั้นเป็นสัปบุรุษทราบชัดว่า พระอรหันต์เปรียบด้วยนาบุญ บริจาคสิ่งที่บริจาคได้ยากแล้วชื่อว่าให้ของที่พอใจ ย่อมได้ของที่พอใจ"
การให้ไม่คิดเอาคืน ผู้นั้นเป็นสัปบุรุษทั้งหลายในโลกนี้ตระหนัก และเห็นคุณค่าอย่างยิ่ง เมื่อเราให้อย่างไรผลที่ออกมาก็จะเป็นอย่างนั้น เหมือนปลูกถั่วก็ได้ถั่ว ปลูกงาก็ได้งา ผู้ที่มีดวงปัญญาเป็นนักสร้างบารมีรู้อย่างนี้แล้ว ก็จะแสวงหาหนทางที่ตนเองจะได้บำเพ็ญบุญ เพราะรู้ถึงผลที่จะบังเกิดขึ้นและสามารถแยกแยะได้อย่างแจ่มชัดที่เดียวว่า สิ่งที่เราทำไปนี้น่ะย่อมเป็นของเราไม่สูญหายไปไหนและเป็นทางมาแห่งบุญที่จะอำนวยทุกๆ สิ่งให้สมปรารถนา
ดังนั้นบัณฑิตทั้งหลายผู้เป็นสัมมาทิฏฐิจึงขวนขวายหาโอกาสให้ของที่พอใจ แก่เนื้อนาบุญทั้งหลายเพื่อเป็นเสบียงบุญติดไปในภพเบื้องหน้า หากลูกๆ ทุกคนได้มีโอกาสศึกษาประวัติการสร้างบารมีของเหล่านักสร้างบารมีทั้งหลาย เราจะได้เห็นต้นแบบแห่งการบำเพ็ญบุญที่หลวงพ่อได้กล่าวถึงนะจ๊ะ ว่าแต่ละท่านแต่ละคนนั้นน่ะเป็นบัณฑิตนักปราชญ์อย่างแท้จริง จะคอยแสวงหาโอกาสสร้างบุญกันตลอดเวลา อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพราะแต่ละท่านต่างก็ตระหนักดีว่า การสร้างบุญบารมีเป็นกิจหลักของชีวิต
การทำตนให้หลุดพ้นจากการเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร กำจัดกิเลสอาสวะให้หมดสิ้นไป เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง และเมื่อได้รับทราบข่าวของการสร้างบุญว่า ทำอย่างไรจะได้บุญมาก ก็จะขวนขวายหาบุญนั้นโดยไม่ต้องให้ใครมาคอยกระตุ้นเตือน หลวงพ่ออยากจะยกตัวอย่างของนักสร้างบารมีในสมัยพุทธกาลมาเล่าให้ลูกๆ ฟังในวันนี้
ในสมัยนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ที่กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน ใกล้เมืองเวสาลีในทุกๆ วัน พระพุทธองค์ก็จะทรงเข้าไปบิณฑบาตในพระนคร ครั้งนั้นเป็นเวลาเช้าตรู่ พระบรมศาสดาเสด็จเข้าไปบิณฑบาตตามปกติ แต่พระองค์ทรงเปลี่ยนเส้นทาง มุ่งหน้าไปยังเรือนของอุคคคฤหบดี แล้วก็ประทับนั่งบนอาสนะ ที่ท่านเศรษฐีให้ตกแต่งไว้แล้ว อุคคคฤหบดีเป็นผู้ที่มีศรัทธาเลื่อมใสในพระรัตนตรัยมาก และเป็นยอดนักสร้างบารมี ที่หาโอกาสทำความดีอยู่ตลอดเวลา ทุกๆ ครั้งที่ได้ฟังพระธรรมเทศนา เกี่ยวกับเรื่องบุญแล้วก็จะจดจำ แล้วก็นำมาประพฤติปฏิบัติตาม โดยไม่ให้ขาดตกบกพร่องเลย
ในวันนั้นพอเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จมาโปรดถึงประตูเรือน ก็กระวีกระวาดออกไปถวายบังคมพระบรมศาสดา แล้วก็นั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วก็กราบทูลว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ยังจำถึงพระดำรัสของพระองค์ที่ประธานเอาไว้ว่า ผู้ให้ของพอใจย่อมได้ของที่พอใจ ตั้งแต่วันนั้นข้าพระองค์ก็แสวงหาโอกาสที่จะถวายของเช่นนั้นอยู่เสมอ ขาทนียาหารชื่อว่า สาละปุบผกะของข้าพระองค์นี้ เป็นอาหารที่ข้าพระองค์พอใจมาก ในวันนี้อยากจะถวายขาทนียาหารนั้น ขอพระผู้มีพระภาคโปรดอนุเคราะห์แก่ข้าพระองค์ด้วยการรับอาหารนี้ด้วยเถิด พระผู้มีพระภาคเจ้าอาศัยความอนุเคราะห์ทรงรับไว้
ลูกๆ คงไม่เคยได้ยินอาหารที่ชื่อว่าสาลปุปผกะ อาหารชนิดนี้น่ะเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อมากของเมืองเวสาลี เป็นของเคี้ยวรูปร่างหน้าตาก็คล้ายๆ ดอกสาละทำด้วยแป้งข้าวสาลีปรุงด้วยโอชารสที่อร่อยที่สุด เวลาทำเขาก็จะตกแต่งให้มีกลีบและเกสรเหมือนดอกไม้สาละ ทอดด้วยน้ำมันเนยปรุงด้วยเครื่องเทศต่างๆ จนสุก แล้วก็จะผึ่งให้เสด็จน้ำมัน บรรจุใส่ภาชนะที่มีฝาอบกลิ่นให้หอม นี่คือขาทนียสาละปุบผกะ
ฝ่ายท่านเศรษฐีพอได้ถวายของที่ชอบใจอย่างนั้นแล้ว นิสัยของบัณฑิตจะเป็นผู้ที่มีอิ่มด้วยบุญ ก็กราบทูลขอพระบรมศาสดาอีกว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ปรารถนาที่จะสร้างบุญเพิ่มขึ้นอีก มีอาหารอีกอย่างที่เป็นที่พอใจของข้าพระองค์มากก็คือ เนื้อสุกรอย่างดี อาหารชนิดนี้ข้าพระองค์ก็ชอบใจพอใจ วันนี้ก็ขอเอาบุญใหญ่อีกหนึ่งอย่าง ขอถวายเนื้อสุกรอันมีรสเลิศนี้แด่พระองค์ ขอพระองค์ทรงรับด้วยเถิดพระเจ้าข้า
พระบรมศาสดาทรงอาศัยความอนุเคราะห์ จึงรับภัตตาหารอีก พอเห็นพระบรมศาสดาฉลองศรัทธาอย่างนั้น ท่านเศรษฐีก็ยิ่งเกิดความปีติอย่างเปี่ยมล้น กราบทูลต่อไปอีกว่า เมื่อเกิดมาในภพชาตินี้แล้ว ข้าพระองค์ก็อยากเอาบุญอย่างเต็มที่ไม่ให้มีข้อที่ขาดตกบกพร่อง เพราะข้าพระองค์ได้สดับว่า ผู้ที่ให้ของพอใจย่อมได้ของพอใจ ดังนั้นวันนี้ขอให้ข้าพระองค์ถวายเพิ่มอีกสักอย่างเถิดพระเจ้าข้า ข้าวสุกแห่งข้าวสาลีนี้ ข้าพระองค์พอใจมากมีรสอร่อยอยากให้พระองค์ได้เสวย ขอพระองค์โปรดรับข้าวสุกแห่งข้าวสาลีนี้ด้วยเถิด
พระบรมศาสดาก็ทรงงรับ เมื่อรับอยู่อย่างนี้ยังไม่หมดเท่านั้นนะจ๊ะ ท่านเศรษฐียิ่งเห็นก็ยิ่งปีติขนลุกชูชันทีเดียว ที่ตนเองได้ถวายของที่พอใจอย่างนี้กราบทูลต่อไปว่าข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระองค์ยังไม่อิ่มใจเลยอยากจะถวายอีกผ้าจากแคว้นกาสีนี้ เนื้อละเอียดนุ่มนวลขอพระองค์รับผ้านี้ด้วยเถิด
พอพระพุทธเจ้ารับแล้ว ก็กราบทูลต่ออีกว่าข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระองค์ยังไม่อิ่มในบุญอยากถวายของที่พอใจอีก เตียงมีเท้าที่ทำเป็นรูปสัตว์ ลาดด้วยผ้าโกเชาว์ ลาดด้วยขนแกะขาว เครื่องลาดมีสัณฐานเป็นช่อดอกไม้ เครื่องลาดอย่างดีทำด้วยหนังชะมด เครื่องลาดมีเพดาน และเตียงของข้าพระองค์มีราคากว่าแสนกหาปณะ ขอพระผู้มีพระภาคโปรดอนุเคราะห์รับเอาไว้ด้วยเถิด เพื่อเป็นบุญ เพื่อความสุข เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ข้าพระองค์ไปทุกภพทุกชาติพระเจ้าข้า
พระบรมศาสดาก็ทรงรับเอาไว้ พร้อมทั้งกล่าวอนุโมทนาแล้วก็หลีกไปสู่ที่จาริก ด้วยผลบุญที่อุคคคฤหบดีทำในครั้งนั้น ส่งผลให้เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ บังเกิดในหมู่เทพชื่อว่า มโนมยะแปลว่า สำเร็จด้วยใจ หมายความว่า คิดอะไรก็สำเร็จทุกอย่าง พออุคคเทพบุตรเห็นสมบัติทิพย์อันน่าอัศจรรย์ของตน ก็ลงมากราบทูลพระบรมศาสดา
พระบรมศาสดาเห็นอุคคเทพบุตร พระองค์ตรัสว่า "ดูก่อนอุคคเทพบุตร ทุกสิ่งที่ท่านหวังสำเร็จทุกอย่างแล้วหรือ" เทพบุตรก็ทูลว่า พระเจ้าข้าสำเร็จทุกอย่างด้วยอานุภาพแห่งบุญ พระบรมศาสดาจึงตรัสว่า "ผู้ให้ของพอใจย่อมได้ของพอใจ ผู้ให้ของเลิศย่อมได้ของเลิศ ผู้ให้ของที่ดี ย่อมได้ของที่ดี ผู้ให้ของพระเสริฐก็ย่อมเข้าถึงฐานะที่ประเสริฐ นรชนผู้ให้ของดีของเลิศของประเสริฐไปบังเกิดที่ใดๆ ย่อมมีอายุ มียศ"
เห็นไหมจ๊ะสิ่งที่เราทำทุกอย่างในโลกนี้ไม่ไปไหนหรอก เป็นของเราทั้งนั้น เราทำแค่ไหนเราก็ได้แค่นั้น ทำมากก็ได้มาก ทำปานกลางก็ได้ปานกลาง ทำน้อยก็ได้น้อย สิ่งที่ทำไปล้วนออกดอกออกผลให้เราสมปรารถนาอย่างแน่นอน อนุภาพของบุญนี้ไม่มีประมาณ เราทำอย่างไรก็ย่อมได้อย่างนั้น ให้สิ่งที่เลิศ สิ่งที่ประเสริฐ สิ่งที่พอใจ เราก็จะบรรลุถึงสิ่งที่เลิศ ประเสริฐและสิ่งที่น่าพอใจอย่างนั้น ดังนั้นการให้สิ่งที่งดงามและมีคุณค่าแก่ชาวโลก เราควรตั้งใจอย่างเต็มที่ หากตั้งใจจะทำความดีอะไรแล้ว ก็ทำให้ดีที่สุดนะจ๊ะ