
Dhamma for people
ธรรมะเพื่อประชาชน

อานุภาพวิหารทาน
มีวาระพระบาลีที่ตรัสไว้ในขุททกนิกายชาดก ความว่า
น เหว ติตฺถํ นาสีนํ, น สยานํ น ปตฺถุคํ,
ยาวปติ นิมิสติ ตรัสตาปิสรตีวโย
สัตว์โลกที่ยืน นั่ง นอนหรือเดินอยู่นี้ มิใช่อายุสังขาลเท่านั้นที่ติดตามไป แม้วัยก็เสื่อมลงไปทุกขณะที่หลับตาและลืมตา
ทุกๆ ชีวิต ในโลกนี้หนีไม่พ้นความเสื่อมของสังขาร ที่มีเที่ยงเป็นทุกข์และเป็นอนัตตาทุกๆ ครั้งที่เราหายใจเข้าและหายใจออก ทั้งลืมตาและหลับตา ความชราได้คืบคลานเข้ามาอย่างเงียบๆ ความเสื่อมได้สั่งสมเกิดขึ้นในสังขารร่างกายของเราอยู่ตลอดเวลา และในที่สุดทุกชีวิตก็ย่างก้าวไปสู่ความตาย ทอดร่างทับถมบนพื้นปฐพี ซึ่งในแต่ละวันเราก็จะพบเห็นและได้ยินได้ฟังเรื่องอย่างนี้บ่อยๆ เพราะเป็นเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิต หากเราหมั่นพิจารณาถึงความไม่เที่ยงของสังขาร ก็จะทำให้จิตคลายจากความกำหนัดยินดี ไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งทั้งหลายทั้งปวง แล้วจะได้รู้แจ้งเห็นจริงในชีวิต เมื่อความไม่ประมาทเกิดขึ้น ก็จะได้ตั้งใจสร้างบารมี ให้ยิ่งๆ ขึ้นไป
เหมือนชีวิตของพระอริยสาวิกาท่านหนึ่ง ซึ่งเคยประสบความสำเร็จบนหนทางแห่งอริยะมาแล้ว ก็ด้วยจิตใจที่มุ่งมั่นสร้างบารมี และหมั่นสั่งสมกุศลกรรมเป็นอุปนิสัยติดตัวข้ามภพข้ามชาติ อริยสาวิกาที่หลวงพ่อกล่าวถึงนี้ หลายภพหลายชาติที่ผ่านมา ก็ได้สั่งสมบุญบารมีร่วมกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาโดยตลอด จนกระทั่งเป็นอุปนิสัยที่สั่งสมอยู่ในขันธสันดานมาทุกภพทุกชาติ
ท่านเคยเกิดในยุคของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า โกนาคมนะ ซึ่งมีพระชนมายุยืนนานถึง ๓๐,๐๐๐ ปีในยุคนั้นมีพระอริยสาวกและอริยสาวิกาบังเกิดขึ้นมามาย ทำให้คนในยุคนั้นมีความเจริญทางด้านจิตใจสูงมาก เป็นยุคที่มีเนื้อนาบุญมากมายก่ายกองทีเดียว เหล่าบัณฑิตนักปราชญ์ผู้มีปัญญา ก็พากันตักตวงบุญกุศลกันอย่างเต็มที่ ในจำนวนนั้นสุเมธาอริยสาวิกาท่านนี้ ก็เป็นผู้มีบุญท่านหนึ่งพร้อมกับเพื่อนอีก ๒ คนรวมกันเป็น ๓ คนได้เป็นพี่น้องทางธรรมชักชวนกันสร้างมหาวิหาร ถวายไว้ในพระพุทธศาสนา เป็นสังฆารามเรียกว่า วิหารทาน แล้วก็ตั้งใจสร้างบารมีตั้งมั่นอยู่ในคุณงามความดีจนตลอดชีวิต
เมื่อละโลกไปแล้วก็ได้ไปบังเกิดเป็นเทพธิดาในทิพยวิมาน เป็นชาวสวรรค์นนับ ๑๐,๐๐๐ ครั้ง ไม่นับการเกิดเป็นมนุษย์ซึ่งก็มากครั้ง เมื่อเกิดเป็นเทวดาก็เป็นผู้มีฤทธานุภาพในหมู่ของเทวดา เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ก็สมบูรณ์ด้วยสมบัติอันเลิศในเมืองมนุษย์ และยังเคยเกิดเป็นมเหสีนารีรัตน์ของพระเจ้าจักรพรรดิ ด้วยอานุภาพแห่งวิหารทานนั้น บุญตรงนี้ทำไม่ได้สมบัติที่ละเอียดประณีตกว่าใคร
ในพุทธบทบาทกาลนี้ นางได้มาเกิดเป็นธิดาของพระเจ้าโกญจะแห่งกรุงมันตาวดี พระชนกชนนีย ได้ขนานนามว่าสุเมธา ในสมัยที่นางเริ่มเจริญชันษาพระมารดาพระบิดาได้ตกลงกันว่า จะถวายนางแด่พระเจ้าอนิกรัตต์แห่งกรุงวารณวดี ซึ่งนับตั้งแต่ยังเยาว์วัย เนื่องจากพระนางเป็นผู้สั่งสมบุญบารมีมายาวนาน จิตใจของท่านจึงน้อมไปในการฟังธรรม
พระนางเองพร้อมทั้งราชธิดาในวัยเดียวกัน ได้เสด็จไปยังสำนักภิกษุณี ฟังธรรมในสำนักภิกษุณีแล้วก็เกิดความสลดสังเวชในสังสารวัฏ มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ทำให้พระทัยมีความประสงค์จะออกผนวช เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง จึงได้กราบบังคมทูลพระชนกชนนีว่า ลูกไม่ต้องการที่จะอยู่ครองเรือนเลย ขอให้ประทานอนุญาตการออกบวชแก่ลูกในเถิด
แต่พระชนกชนนีทั้งสองพระองค์พร้อมด้วยเหล่าพระญาติทั้งหลาย ต่างก็ไม่ทรงเห็นด้วยกับความคิดอย่างนั้น ได้พากันอ้อนวอนให้อยู่ครองเรือนกับพระเจ้าอนิกรัตต์ เพราะได้ทําการตกลงยกพระนางให้พระองค์ไปแล้ว แต่พระนางก็ตอบปฏิเสธ คำตอบซึ่งเป็นคำตอบที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหนักแน่น และมุ่งมั่นต่อการสร้างบารมี พอเหล่าพระชนกชนนีและหมู่ญาติอ้อนวอนหนักเข้า
พระนางก็กราบทูลว่า ลูกยินดียิ่งในพระนิพพาน ถึงแม้ว่าจะได้ครอบครองทิพยสมบัติอันเลิศ ก็ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ยั่งยืน จะป่วยการกล่าวไปใหญ่ถึงกามทั้งหลายของมนุษย์ ซึ่งเป็นของว่างเปล่า มีความคับแค้นใจมาก กามทั้งหลายเผ็ดร้อน เปรียบด้วยงูพิษที่พวกคนเขลาหมกอยู่แต่ผู้รู้หาข้องอยู่ไม่ คนเขลาเหล่านั้นแออัดกันในนรก ต้องเดือดร้อนเป็นทุกข์เป็นเวลาช้านาน พวกคนเขลาผู้ไม่สำรวมกาย วาจา ใจทํากรรมที่เป็นบาป พอกพูนแต่บาปย่อมเศร้าโศกในอบายภูมิสิ้นกาลนาน คนเขาเหล่านั้นไม่มีปัญญา เมื่อไม่รู้อริยธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงไว้ ก็ไม่อาจตรัสรู้อริยสัจ เมื่อไม่รู้ความเป็นจริงของชีวิตที่พระพุทธเจ้าแสดงแล้ว ย่อมยึดติดชื่นชมการเกิดในหมู่เทพทั้งหลาย แต่ภพก็ไม่เที่ยง แม้จะเกิดในที่นั้น ก็ต้องกลับมาเกิดในมนุษย์บ่อยๆ การเกิดบ่อยๆ เป็นทุกข์ ทุกข์ตั้งแต่ลงมาเกิด ทุกข์ในขณะดำรงชีวิตอยู่ หากทำผิดพลาดสัตว์ทั้งหลายก็พากันไปเกิดในอบายทั้ง ๔ มีทุกข์ตั้งแต่ต้นจนอวสาน
ขอพระชนกชนนีโปรดทรงอนุญาต ให้ลูกออกบวชในพระธรรมวินัยของพระทศพลเถิด ลูกจะเป็นผู้ขวนขวายน้อย ตั้งใจบำเพ็ญเพียรเพื่อนละชาติ ชรา มรณะดับการเวียนว่ายตายเกิด เพราะโอกาสนี้เป็นโอกาสที่ดีทีสุด ความอุบัติขึ้นของพระพุทธเจ้าเป็นโอกาสที่หาได้ยากแสนยากลูกจะไม่ทำลายศีลและพรหมจรรย์ไปจนตลอดชีวิต หากยังต้องอยู่ในเพศคฤหัสถ์ลูกก็จะไม่เสวยอาหาร จะยอมตายถ้าไม่ได้ออกบวช
พอพระชนกชนนีทั้งสองพระองค์ได้ฟังอย่างนั้น อัสสุชลก็นองพระพักตร์ ทรงพากเพียรเกลี้ยกล่อม ต่างๆ นานาว่า ลูกรักของพ่อ พ่อได้ยกลูกให้กับพระเจ้าอนิกรัตต์ผู้สง่างามแล้วนะลูก ลูกจะได้เป็นมเหสีของพระองค์ เสวยสุขในสิริราชสมบัติ ได้ทั้งอำนาจ ทรัพย์และความเป็นใหญ่อย่าออกบวชเลย แต่ทว่าบุญในตัวได้ตักเตือนผู้มีบารมีเต็มเปี่ยมแล้ว และเป็นภพชาติสุดท้ายของท่าน
พระนางจึงทูลต่อพระชนกไปว่า เสด็จพ่อกายของมนุษย์นี้เนี่ยมีแต่ของไม่สะอาด มีกลิ่นเหม็น น่าสะพรึงกลัวดุจหนังบรรจุซากศพ ผู้ใดพึงชำระร่างกายนั้น เอาข้างในมาไว้ข้างนอก จะทนกลิ่นเหม็นนั้นได้หรือ แม้แต่มารดาของตนยังรังเกียจ แล้วใยลูกจะต้องการวิวาหะมงคลด้วยเล่า หอก ๓๐๐ เล่มที่ปักอกทุกๆ วัน ทิ่มแทงอยู่ถึง ๑๐๐ ปียังประเสริฐกว่า หากว่าได้พ้นทุกข์ด้วยอาการอย่างนี้ สัตว์ทั้งหลายที่อยู่ในอบายยังมีการทำร้ายกันแม้เทวดากีช่วยไม่ได้ สุขอื่นนอกจากพระนิพพานนั้นไม่มีเลย ชนเหล่าใดประกอบเนืองๆ อยู่ในธรรมวินัยของพระทศพล เป็นผู้ขวนขวายน้อย พากเพียรเพื่อละชาติ ชลาและมรณะ ชนเหล่านั้นก็จะเข้าถึงพระนิพพาน
ทูลกระหม่อมวันนี้แหละที่ลูกจะออกบวช ลูกเบื่อหน่ายในสิ่งที่ไม่เป็นสาระแก่นสาร พอพนระนางกราบทูลอย่างนี้แล้ว ก็คว้าพระขรรค์ตัดพระเกศาด้วยพระองค์เอง ทรงปรารภเกศานั้น เริ่มตั้งมนสิการ ใส่ใจโดยความเป็นของปฏิกูล ทรงทำสุภนิมิตให้เกิดขึ้น ก็บรรลุปฐมฌานตรงนั้นนั่นเอง
พระเจ้าอนิกรัตต์ ผู้ที่ได้รับพระราชทานตัวของสุเมธาราชธิดา พอได้ฟังข่าวว่า พระนางไม่ยินดีในการครองเรือน จึงรีบเสด็จมายังพระนคร พอพระนางสุเมธาทราบข่าว จึงปิดประตูประสาทแล้วนั่งเข้าปฐมฌาน พระเจ้าอนิกรัตตะทรงแต่งพระองค์แล้วก็มาทูลอ้อนวอน แต่พระนางมีใจที่หยุดนิ่งระดับหนึ่งแล้ว จึงทูลเตือนสติพระราชาว่า พระองค์อย่าหวังในตัวข้าพระองค์อีกเลย อย่ายึดติดในสิ่งที่ไม่มีสาระแก่นสาร กามทั้งหลายนั้นมีทุกข์มากไม่ยั่งยืน เชิญพระองค์เสด็จกลับเถิด แล้วพระนางก็มุ่งจะทำความบริสุทธิ์อย่างเดียว
ฝ่ายพระญาติทุกๆ พระองค์เมื่อเห็นว่าห้ามไม่ได้ จึงยอมให้พระนางออกผนวช เมื่อพระนางออกผนวชได้ไม่นาน ก็สามารถทำที่สุดแห่งทุกข์ได้โดยไม่ยากเย็นอะไร เป็นพระเถรีที่ทรงอภิญญา ๖ และก่อนที่จะปรินิพพานท่านได้สรุปว่า การที่ท่านได้มหาสมบัติทั้งโลกียทรัพย์และอริยทรัพย์นั้น จุดเริ่มต้นก็มาจากการที่ได้ถวายวิหารทานนั่นเอง
เห็นไหมจ๊ะว่าอานุภาพแห่งวิหารทาน และการสร้างบารมีนั้น ผลที่บังเกิดขึ้นได้ติดตามตัวเราไปตลอดเวลา และจะสั่งสมเพิ่มพูนอยู่ในใจของเรา เป็นความดีงามที่จะส่งผลให้เราได้บรรลุวัตถุประสงค์ของชีวิต ดังเช่นพระสุเมธาอริยสาวิกาท่านนี้ ท่านเป็นแบบอย่างของการสร้างบารมี ที่พวกเราทั้งหลายควรที่จะดูไว้เป็นเยี่ยงอย่าง และเพิ่มพูนความเชื่อมั่นในการสร้างบารมีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป ใจของเราก็จะได้มุ่งตรงสู่ความบริสุทธิ์ หยุดนิ่ง เช่นเดียวกับท่าน เมื่อทำได้อย่างนี้ชีวิตของเราก็จะมีแต่ความสุขสมหวังอย่างแน่นอน