Dhamma for people
ธรรมะเพื่อประชาชน
อานิสงส์ทำบุญทอดกฐิน
ส่วนประกอบต่างๆ ของเครื่องจักรกลจะทำหน้าที่ไปตามโปรแกรม โดยมีตัวควบคุม หากตัวควบคุมเสียสมดุล การทำงานของส่วนประกอบต่างๆ จะคลาดเคลื่อนไป ทำให้เกิดการทำงานผิดพลาด และไม่สามารถควบคุมได้ในที่สุด ชีวิตมนุษย์ ก็เช่นเดียวกัน เป็นสรีรยนต์ที่คล้ายกับเครื่องจักรกล มีใจเป็นตัวควบคุมคำพูดและการกระทำ ในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ล้วนต้องพบอุปสรรคและปัญหานานัปการ หากไม่รู้จักปรับสมดุลของใจให้หยุดนิ่ง ชีวิตจะจมอยู่กับความทุกข์ ตกอยู่ในวงล้อมของปัญหาจนหาทางแก้ไม่ได้ ฉะนั้นหากเราจะประกอบงานใด เราต้องหมั่นทำใจให้หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เพราะใจที่หยุดนิ่งจะมีอานุภาพ สามารถเปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี และทำให้เราสมปรารถนาในทุกสิ่ง
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน โภชนสูตร ว่า
"ปราชญ์ผู้มีปัญญา ให้อายุย่อมได้อายุ ให้พละย่อมได้กำลัง ให้วรรณะย่อมได้วรรณะ ให้ปฏิภาณย่อมได้ปฏิภาณ ให้สุขย่อมได้สุข ครั้นให้อายุ พละ วรรณะ สุข และปฏิภาณแล้ว จะเกิดในที่ใดๆ ย่อมเป็นผู้มีอายุยืน มียศในที่นั้นๆ"
*ย้อนหลังไปในยุคสมัยที่มนุษย์มีอายุ ๒๐,๐๐๐ ปี เมื่อพุทธันดรที่แล้ว ในสมัยของพระกัสสปพุทธเจ้า ที่เมืองพาราณสี มีชายยากจนคนหนึ่ง เป็นคนอัตคัดขัดสนมาก เพราะภพชาติ ในอดีต ไม่ได้ทำบุญกุศลใดๆ ไว้ ไม่มีแม้ชื่อของตนเอง ต่อมาเขาได้งานรับจ้างเป็นคนดูแลหญ้าที่บ้านของสิริธรรมเศรษฐี เพื่อแลกกับอาหารวันละมื้อ เศรษฐีได้ตั้งชื่อให้ว่า นายติณบาล แปลว่า คนรักษาหญ้า มีหน้าที่เกี่ยวหญ้ามาเลี้ยงม้า
นายติณบาลทำงานให้เศรษฐีด้วยความขยันขันแข็ง วันหนึ่ง บุญเก่ามาตักเตือน ทำให้คิดได้ว่า "ตัวเรายากจนเช่นนี้ ก็เพราะไม่เคยทำบุญไว้ในชาติปางก่อน ชาตินี้จึงต้องมาเป็น คนรับใช้ แม้สมบัติติดตัวสักนิดก็ไม่มี ทั้งยังไร้ญาติขาดมิตรที่จะคอยช่วยเหลือ" คิดดังนี้แล้ว เขาปรารถนาอย่างยิ่งที่จะทำทาน จึงแบ่งอาหารที่ได้รับเป็นค่าจ้างออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งไปถวายพระภิกษุด้วยความเลื่อมใสศรัทธา อีกส่วนหนึ่งแบ่งไว้ รับประทานเอง
เศรษฐีเห็นการกระทำของเขา เกิดความเมตตาสงสาร จึงเพิ่มอาหารให้เป็นสองเท่า นายติณบาลดีใจมาก จัดแจงแบ่งอาหารออกเป็น ๓ ส่วน ถวายพระ ๑ ส่วน แบ่งให้คนจน ๑ ส่วน และส่วนที่เหลือเก็บไว้รับประทานเอง เขาทำเช่นนี้มาโดยตลอด
วันหนึ่ง เป็นวันออกพรรษา ชาวเมืองต่างเตรียมตัวเตรียมใจ เพื่อจะได้ทำบุญทอดกฐินเป็นการใหญ่ รวมทั้งท่านเศรษฐีก็ได้เตรียมผ้าไตรจีวรและอัฐบริขาร เพื่อทำบุญทอดกฐิน
วันนั้น ท่านเศรษฐีได้ชักชวนข้าทาสบริวารทั้งหมด ให้มาร่วมบุญทอดกฐินครั้งนี้ด้วย เพราะท่านจะเป็นประธานใหญ่ ทันทีที่นายติณบาลรู้ว่า เศรษฐีจะเป็นประธานทอดกฐิน เขาบังเกิดความยินดี เข้าไปถามว่า "ท่านเศรษฐี กฐินทานนี้มีอานิสงส์อย่างไรบ้าง"
เศรษฐีตอบตามที่เข้าใจว่า "กฐินทาน มีอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ พระพุทธองค์ตรัสสรรเสริญว่า เป็นทานอันประเสริฐ เป็นการทำบุญกับภิกษุสงฆ์ผู้ชำระกาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์ตลอด ๓ เดือน บุญนี้เป็นกาลทาน หาโอกาสทำได้ยากมาก"
ติณบาลได้ฟังดังนั้น เขาอยากได้บุญใหญ่ในครั้งนี้ด้วย เมื่อกลับที่พักของตน เกิดความกังวลว่า ตัวเรานี้ยากจนเหลือเกิน ไม่มีสมบัติอะไรเลย แล้วเราจะทำบุญร่วมกับเศรษฐีได้อย่างไรกัน เขาครุ่นคิดอยู่นาน พยายามหาสิ่งของที่มีค่า เพื่อนำไปร่วมบุญทอดกฐินกับท่านเศรษฐี ก็มองไม่เห็นสิ่งใด ในที่สุดเขาตัดสินใจเปลื้องผ้านุ่งของตนที่มีอยู่เพียงชุดเดียว ออกไปเร่ขายในตลาด ส่วนตนเองก็เอาใบไม้มาเย็บทำเป็นเครื่องนุ่งห่มแทน เพื่อไม่ให้อุจาดตาแก่มหาชนที่ได้พบเห็น
พ่อค้าแม่ค้าและคนเดินตลาดที่พบเห็นสภาพของนายติณบาลที่นุ่งใบไม้เดินมา พากันหัวเราะจนลั่นตลาด ไม่ว่าเขาจะเดินผ่านไปทางไหน ผู้คนก็หัวเราะเยาะ พูดจาเย้ยหยัน หาว่าเขาเสียสติไปแล้วที่ทำแบบนี้ ถึงแม้ใครต่อใครจะหัวเราะ ทั้งส่งสายตาดูหมิ่นดูแคลน แต่นายติณบาลก็ไม่หวั่นไหว หัวใจยังเปี่ยมไปด้วยความปีติยินดีที่จะได้ทำบุญใหญ่ จึงประกาศว่า "ท่านทั้งหลาย โปรดหยุดหัวเราะเยาะข้า ถึงข้าจะยากจน แต่ก็ไม่เข็ญใจ จะขอนุ่งใบไม้ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย ชาติหน้าข้าจะนุ่งแต่ผ้าทิพย์"
เมื่อประกาศท่ามกลางมหาชนแล้ว เขาเดินเร่ขายผ้านุ่งต่อไปด้วยดวงใจที่เบิกบาน ในใจคิดเพียงว่าจะได้บุญใหญ่ และในที่สุด เขาขายผ้าได้ในราคา ๕ มาสก หลังจากได้เงินมาแล้ว ก็รีบนำเงินไปร่วมบุญทอดกฐินกับท่านสิริธรรมเศรษฐี และตั้งจิต อธิษฐานว่า "ต่อแต่นี้ไป ความลำบากยากจนขออย่าได้บังเกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้าอีกเลย สิ่งที่ดีที่สุดของมนุษย์อยู่ที่ไหน ขอให้ข้าพเจ้าพึงได้สิ่งนั้นด้วยเถิด"
เมื่อเศรษฐีได้เงินมา ๕ มาสกแล้ว ได้อนุโมทนาในกุศลเจตนาอันแรงกล้าของลูกจ้าง และนำไปซื้อเข็มกับด้ายสำหรับเย็บผ้าไตรจีวร ครั้นถึงวันทอดกฐิน นายติณบาลก็ติดสอยห้อยตามท่านเศรษฐีไปร่วมงานทอดกฐินด้วย เหตุการณ์นี้ทำให้ชาว-เมืองตื่นตะลึงไปทั่ว ต่างพากันพูดถึงเรื่องของนายติณบาลที่ยอมนุ่งใบไม้ ขายผ้านุ่งเพื่อทำบุญ แม้ชาวสวรรค์ทั้ง ๖ ชั้น ก็ยังกล่าวขานชื่นชมอนุโมทนาสาธุการถึงการกระทำอันน่ายกย่อง ของนายติณบาล
กิตติศัพท์การขายผ้านุ่งทำบุญเลื่องลือไปถึงพระราชา ถึงกับมีราชโองการรับสั่งให้นำนายติณบาลมาเข้าเฝ้า แต่เขาอาย ที่ตนเองแต่งกายไม่สุภาพ มีแต่ใบไม้เท่านั้นเป็นเครื่องนุ่งห่ม พระราชาจึงสั่งให้ราชบุรุษนำผ้าเนื้อดีราคา ๑๐๐,๐๐๐ กหาปณะ ไปมอบให้ เมื่อนายติณบาลเดินทางไปเข้าเฝ้าแล้ว พระราชาทรงรับสั่งว่า ขอให้พระองค์มีส่วนแห่งบุญในการทอดกฐินสามัคคีของนายติณบาลด้วย ซึ่งนายติณบาลก็เต็มใจให้พระราชามีส่วนแห่งบุญของตน เมื่อพระราชาทรงอนุโมทนาแล้ว ทรงพระราชทานทรัพย์สมบัติ ช้าง ม้า วัว ควายและทาสบริวารอีกมากมาย อีกทั้งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเศรษฐีประจำเมือง มีชื่อว่า ติณบาลเศรษฐี
ต่อมาเมื่อติณบาลเศรษฐีหมดอายุขัย ได้ไปบังเกิดเป็นเทพบุตรในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีวิมานแก้วสูงถึง ๕ โยชน์ มีนางเทพอัปสร ๑๐,๐๐๐ นางเป็นบริวาร และพรั่งพร้อมด้วยทิพยสมบัตินานัปการ ได้เสวยทิพยสมบัติเป็นเวลายาวนาน
ส่วนสิริธรรมเศรษฐี เมื่อละโลกแล้วก็ได้ไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เช่นเดียวกับติณบาลเศรษฐี
นี่เป็นอานิสงส์ที่เกิดจากการทำบุญทอดกฐินสามัคคีชนิดเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ทุ่มเทกันสุดฤทธิ์สุดเดช คำว่าทุ่มสุดฤทธิ์สุดเดช หมายถึง มีสติปัญญาเท่าไร ก็นำออกมาใช้ให้มากที่สุด ถึงแม้จะมีปัจจัยน้อย แต่มีใจใหญ่ ทุ่มสุดใจ เมื่อรู้ว่าบุญจากการทอดกฐินเป็นบุญใหญ่ที่พิเศษและจำกัดด้วยกาลเวลา ก็ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไป ได้ทำบุญกับพระสงฆ์ซึ่งท่านอยู่จำพรรษา ครบถ้วนไตรมาส มุ่งฝึกฝนอบรมตนเองให้เป็นพระแท้ เพื่อเป็นเนื้อนาบุญอันเลิศให้กับผู้มีบุญทั้งหลาย

ฉะนั้นกฐินสามัคคีครั้งนี้ก็ต้องทำให้เต็มที่ ทั้งทำด้วยตัวเองและชักชวนผู้มีบุญ ญาติสนิทมิตรสหายให้มาร่วมกัน เราก็จะได้ทั้งทรัพย์สมบัติและบริวารสมบัติติดตัวไปทุกภพทุกชาติและที่สำคัญจะได้อริยทรัพย์อันประเสริฐ คือการได้บรรลุมรรคผลนิพพานด้วย เราโชคดีที่ได้เกิดเป็นมนุษย์ มาพบพระพุทธศาสนา และทุกคนที่เกิดมาเป็นมนุษย์ถือว่าโชคดี แสดงว่าเขามีเชื้อแห่งความดี ที่ได้สั่งสมบุญเอาไว้ดีแล้ว จิตใจก็พร้อมที่จะสั่งสมบุญ เหลือแต่การได้กัลยาณมิตรคอยชักชวน ได้ฟังถ้อยคำอันสิริมงคลเท่านั้นเอง หากเราใช้สติปัญญาสามารถ เปิดใจเขาให้มีความกระจ่างในเรื่องบุญกุศลได้ เขาก็พร้อมที่จะร่วมเดินในเส้นทางบุญ เพราฉะนั้นให้ลูกทุกๆ คนหมั่นทำหน้าที่ผู้นำบุญยอดกัลยาณมิตร แนะนำมหาชนให้มาสู่เส้นทางบุญ มาร่วมกันทอกกฐินสามัคคีในพุทธศักราชนี้กันนะจ๊ะ
พระธรรมเทศนาโดย : หลวงพ่อธัมมชโย (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)