ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

หลักการให้ทานที่สมบูรณ์ 

Dhamma for people
ธรรมะเพื่อประชาชน

TD%200701_01.jpg

หลักการให้ทานที่สมบูรณ์ 


                     โลกมนุษย์เป็นที่สร้างบารมี ส่วนเทวโลกก็เป็นที่เสวยผลบุญ ถ้าไม่มีบุญ เงินตราสกุลใดๆ ก็ไปใช้ในเทวโลกไม่ได้ เราจึงจำเป็นต้องสั่งสมบุญทุกบุญ แล้วสร้างบารมีกันอย่างเต็มที่ อย่าทิ้งการให้ทาน อย่าคิดว่าบุญเยอะแล้ว ถ้าบุญมากพอแล้วก็ต้องไปนิพพานแล้ว เราใช้บุญเก่าทุกอนุวินาที จึงต้องรู้จักสร้างบุญใหม่ให้กับตัวเอง ยิ่งเมื่อเราสั่งสมบุญมากเท่าไหร่ ก็เท่ากับสั่งสมความสุขและความสำเร็จ ให้กับตัวเองมากเพียงนั้น เพราะบุญเป็นชื่อของความสุข อยากมีความสุขไปทุกภพทุกชาติไม่เป็นผู้ที่มีชีวิตที่ลุ่มๆ ดอนๆ ก็ต้องหมั่นสั่งสมบุญจนตลอดชีวิตกันนะจ๊ะ

 

TD%200701_02.jpg


                        พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ในโภชนทานสูตรความว่า

                      ทายกผู้ให้โภชนะ ชื่อว่าให้ฐานะ ๕ ประการแก่ปฏิคาหก ผู้ให้ย่อมได้รับฐานะทั้ง ๕ ประการนั้นด้วย คืออายุ วรรณะ สุขะ พละและปฏิภาณ ครั้นให้อายุแล้วย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งอายุ ทั้งที่เป็นทิพย์ทั้งที่เป็นมนุษย์ ครั้นให้วรรณะแล้วย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งวรรณะ ทั้งที่เป็นทิพย์ทั้งที่เป็นมนุษย์ ครั้นให้สุขแล้วย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งความสุข ทั้งที่เป็นทิพย์ทั้งที่เป็นมนุษย์ ครั้นให้กำลังแล้ว ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งกำลัง ทั้งที่เป็นทิพย์ทั้งที่เป็นมนุษย์ ครั้นให้ปฏิภาณแล้วย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งปฏิภาณ ทั้งที่เป็นทิพย์ทั้งที่เป็นมนุษย์ 


                        ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทายกผู้ให้โภชนะเป็นทาน ชื่อว่าให้ฐานะ ๕ อย่างนี้แล

 

 

TD%200701_03.jpg

                        ถ้าใครอยากได้ฐานะทั้ง ๕ ประการนี้คือ 

 

TD%200701_04.jpg

                  ฐานะที่ ๑ มีอายุขัยยืนยาว ไม่ตายก่อนถึงวัยอันควร มีอายุยืนยาวกว่าอายุเฉลี่ยมาตรฐาน ของมนุษย์ในยุคนี้ ๗๕ ปีเหมือนท่านพระพากุลเถระมีอายุยืนถึง ๑๖๐ ปี ท่านไม่เจ็บป่วยไข้จนตลอดชีวิต มีสุขภาพแข็งแรงและมีรูปสมบัติที่งดงาม

 

TD%200701_05.jpg

                    ฐานะที่ ๒ มีผิวพรรณที่ผ่องใส งามไปทุกวัยงามสมวัย ตั้งแต่ปฐมวัย มัชฌิมวัย กระทั่งปัจฉิมวัย จะแก่เฒ่าแค่ไหนคนก็อยากเข้าใกล้ เพราะเห็นผิวพรรณวรรณะผ่องใส สะอาดเกลี้ยงเกลาละเอียดเนียน เห็นแล้วเย็นตาเย็นใจ 

 

TD%200701_06.jpg

              ฐานะที่ ๓ มีความสุขกายสุขใจ คือกายจะไม่ค่อยปวดเมื่อย ไม่มึน ซึม งง นั่งสมาธิก็นั่งได้นาน มีความสบายกายและความสบายใจ ไม่มีใครนำเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจมาให้ จะได้ยินได้ฟังแต่เรื่องดีๆ เรื่องที่เป็นบุญกุศล เป็นเหตุให้ใจผ่องใส เมื่อจิตผ่องใสครั้นละโลกก็จะเป็นผู้มีสุคติเป็นที่ไป 

 

TD%200701_07.jpg

                    ฐานะที่ ๔ มีกำลังใจที่เข้มแข็ง ย่อท้อไม่เป็น ไม่ว่างานจะใหญ่โตแค่ไหน มีกำลังความคิดที่สามารถมองเห็นปัญหา มองงานได้ทะลุปรุโปร่ง สามารถแก้ปัญหาได้ มีกำลังวาจาที่พูดไปแล้วใครก็เชื่อฟัง น่าทำตาม แถมมีกำลังกายแข็งแรงไม่เหน็ดเหนื่อย มีพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง มีพละกำลังสามารถเอากำลังทั้งหลายมาสั่งสมบุญให้ยิ่งๆ ขึ้นไปได้

 

TD%200701_08.jpg

                   ฐานะที่ ๕ มีปฏิภาณคือมีไหวพริบเฉลียวฉลาด แตกฉานในความรู้ของครูอาจารย์ เรียนเร็วบรรลุเร็ว ไม่ลำบากยากนาน รู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดทั้งทางโลกหรือทางธรรม

 

TD%200701_09.jpg
 

                   ฐานะ ๕ ประการนี้ เราจะใช้เงินซื้อมาก็ไม่ได้ จะเอาสิ่งของอะไรไปแลกเปลี่ยนก็ไม่ได้ จะได้มาด้วยเหตุเพียงประการเดียวคือการให้ทาน เงื่อนไขที่จะทำให้การทำทานแต่ละครั้ง มีความสมบูรณ์พร้อมคือ ทำแล้วได้ผลบุญมากนั้น มีองค์ประกอบสำคัญๆ อยู่หลายประการเช่น ในเบื้องต้นต้องมีศรัทธา มีไทยธรรมและมีผู้รับทาน โดยเฉพาะผู้เป็นเนื้อนาบุญอันเลิศ ดังที่พุทธองค์ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะความพร้อมหน้าแห่งวัตถุ ๓ กุลบุตรผู้มีศรัทธาย่อมได้บุญมาก 

 

TD%200701_10.jpg


                      วัตถุ ๓ คือศรัทธา ไทยธรรมและทักขิไนยบุคคล เพราะความพร้อมหน้าแห่งวัตถุ ๓ นี้แล กุลบุตรผู้มีศรัทธาย่อมได้บุญมาก แต่นอกจากองค์ประกอบสำคัญทั้ง ๓ อย่างนั้นแล้ว จะมีสิ่งสำคัญอื่นอีกเช่น กำหนดเวลาที่จะทำทานได้ เจตนาและกริยาอาการที่เราให้ ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ เราได้ศึกษากันมาบ้างแล้ว ทำให้รู้ว่า

 

TD%200701_11.jpg

                      ในการให้ทานแต่ละครั้งนั้น บางครั้งไม่อยู่ในขอบเขตที่เราสามารถกำหนดเองได้ เช่นอยากถวายผ้ากฐิน ก็ต้องให้ถึงช่วงกฐินทานก่อนเป็นต้น

 

 

TD%200701_12.jpg


                        แต่โดยทั่วไป เราสามารถให้ทานได้ทุกเมื่อ ถ้าหากมีกุศลศรัทธา ยิ่งได้ทำบุญกับเนื้อนาบุญ ที่พึ่งออกจากนิโรธสมาบัติ เหตุปัจจัยที่จะให้ได้สมบัติอัศจรรย์ทันใช้ ในภพชาติปัจจุบันนี้

 

TD%200701_13.jpg

                        เหมือนอดีตมหาทุคคตะ

 

TD_%200701_14.jpg

                        หรือนายบุญชาวนา ที่ทำถูกเนื้อนาบุญแล้ว รวยอัศจรรย์ทันตาเห็นยิ่งมีโอกาสมาก แต่ไม่ว่าอย่างไร เพื่อให้ทานที่เราทำไปได้บุญมากที่สุด ก็ควรเตรียมตัวของเราเองให้พร้อมไว้ โดยเมื่อจะทำทานครั้งใด ก็ให้ทำไปตามลำดับ ดังที่หลวงพ่อจะได้อธิบายให้ฟังดังต่อไปนี้นะจ๊ะ

 

TD_%200701_15.jpg


                       ตั้งแต่เวลาทำให้ตั้งใจทำไม่ดี รักษาเจตนาของเราให้บริสุทธิ์ ก่อนที่จะทำทาน ด้วยการระลึกนึกถึงคุณของพระรัตนตรัย และคุณประโยชน์ของการทำทาน ที่ทำให้เราเอาชนะความตระหนี่ในใจ เป็นการชำระใจให้สะอาดบริสุทธิ์ ปลูกจิตให้เลื่อมใสศรัทธา และปีติยินดีอย่างเต็มที่ ว่าเราจะได้ทำทานแล้ว ในยามแสวงหาไทยธรรม ซึ่งเป็นสิ่งของที่ควรให้ทาน ค่อยหามาได้ด้วยความบริสุทธิ์ ให้เหมาะสมและดูเหมาะควรแก่ผู้รับ 

 

 

TD_%200701_16.jpg


                        เมื่อได้มาแล้วพึงจัดแจงตกแต่งให้สะอาด ประณีต ให้เป็นทานบดี มีความเคารพในทาน ต้องรู้จักทำตนเองให้บริสุทธิ์ ก่อนที่จะให้ทาน ด้วยการสมาทานศีล ๕ หรือศีล ๘ แล้วนั่งสมาธิกลั่นใจให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ นึกถึงปฏิคาหกผู้รับทาน เสมือนท่านเป็นทักขิไนยบุคคลอันเลิศ หรือเป็นตัวแทนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทำให้เราได้มีโอกาสศึกษาธรรมะ ได้รู้จักความจริงของชีวิต

 

TD_%200701_17.jpg


                        ขณะจะถวายทานก็ให้ตั้งจิตอธิษฐานด้วยการยกทานนั้นให้จบเหนือศีรษะ คำอธิษฐานนั้นต้องไม่เป็นไปเพื่อให้เกิดความโลภ ความโกรธ ความหลงหรือผูกมัดตนเอง ให้อยู่ในวังวนของสังสารวัฏ ควรเป็นไปในทางที่ชอบ ประกอบด้วยกุศลและความหลุดพ้น  อาจจะเริ่มต้นด้วย ให้มีลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ให้ได้ที่สุดแห่งรูปสมบัติ ที่สุดแห่งทรัพย์สมบัติ ที่สุดแห่งคุณสมบัติ หรือเป็นเลิศในด้านใดก็ตาม แต่ลงท้ายให้เป็นไปเพื่อพระนิพพาน ตามที่เรามักลงท้ายคำอธิษฐานด้วยคำว่า นิพฺพานปจฺจโย โหตุ จงเป็นปัจจัยเพื่อให้ได้บรรลุมรรคผลนิพพานด้วยเถิด ซึ่งจะทำให้ใจของเราใสสะอาดเต็มที่ ในขณะที่ให้ทาน 

 

TD_%200701_18.jpg


                        เมื่อทำทานเสร็จแล้ว ให้สละของนั้นขาดออกจากใจ ไม่คิดเสียดายทรัพย์เลย มีแต่ปลื้มปีติเบิกบานใจทุกครั้ง ที่นึกถึงบุญจากการทำทานนั้น จะได้ส่งผลอย่างเต็มที่ เมื่อบุญเกิดขึ้นแล้วควรอุทิศส่วนกุศลผลบุญเป็นปัตติทานมัย จะด้วยการกรวดน้ำให้หรือตั้งจิตอุทิศให้ก็ได้ ขอเพียงจิตเป็นสมาธิ บุญจะสำเร็จประโยชน์ ด้วยการอุทิศส่วนกุศลในใจว่า ขอส่วนแห่งบุญนี้ จงสำเร็จประโยชน์แก่หมู่ญาติของข้าพเจ้า ขอญาติทั้งหลายจงอยู่เป็นสุขเถิด หากนึกถึงชื่อ นามสกุลหรือใบหน้าของบุคคลที่เราตั้งใจอุทิศไปให้ ก็จะยิ่งเป็นการดีนะจ๊ะ เป็นการอุทิศจำเพาะเจาะจง เพื่อให้ท่านเหล่านั้นได้รับอนิสงส์ผลบุญ ที่เกิดจากการทำทานของเรา

 

TD_%200701_19.jpg


        การทำทานเป็นบันไดก้าวแรก ของการสร้างความดี เป็นพื้นฐานที่จำเป็นต้องทำเป็นประจำทุกวัน เพื่อตอกย้ำความเห็นถูก หรือสัมมาทิฏฐิของเราให้มั่นคง จนเกิดเป็นนิสัยรักในการให้ทาน เช่นหมั่นทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน โดยไม่เจาะจงภิกษุรูปหนึ่งรูปใด ซึ่งอาจทำได้หลายวิธีด้วยกัน เช่นการนำสิ่งของไปถวายที่วัด หรือปรารภเหตุทำบุญเลี้ยงพระ เนื่องในโอกาสสำคัญต่างๆ เช่นทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ทำบุญวันคล้ายวันเกิดเป็นต้น 

 

TD_%200701_20.jpg


        นอกจากนี้ยังมีการให้ชีวิตสัตว์เป็นทาน เช่นการปล่อยปลา ปล่อยนก ปล่อยโคกระบือเป็นต้น จะทำให้เป็นผู้มีอายุยืนยาวมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง เพราะการให้ชีวิตย่อมได้ชีวิตยืนยาว

 

TD_%200701_21.jpg

        การปรารภเหตุใดแล้วสั่งสมบุญ เป็นวิสัยของบัณฑิตนักปราชญ์และเป็นวิสัยของนักสร้างบารมี ที่ควรประพฤติปฏิบัติกันจนเป็นอัธยาศัย แล้วฐานะของความเป็นผู้เลิศทั้ง ๕ ประการคือ อายุ วรรณะ สุขะ พละและปฏิภาณ จะได้บังเกิดขึ้นกับเราไปทุกข์พบทุกชาติกันนะจ๊ะ

 

พระธรรมเทศนาโดย: พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)  

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล