
Dhamma for people
ธรรมะเพื่อประชาชน

เทพธิดาผู้รักในการทำบุญ
การสั่งสมบุญกุศลอยู่เป็นนิจ จะทำให้เส้นทางชีวิตของเรา มีแต่ความบริสุทธิ์และก็มีชัยชนะ ไปตลอดการเดินทางในสังสารวัฏ บุญกุศลที่เราทำในแต่ละครั้งนั้น ถึงแม้จะไม่ส่งผลให้ในทันที แต่อย่างน้อยผลที่เราจะได้รับนั้นก็คือ ความสบายอกสบายใจ เพราะทำแล้วทำให้ใจของเราผ่องใส โปร่งโล่งเบาสบาย ใจจะขยายกว้างขวางออกไปไร้ขอบเขต ถึงจะไม่มีใครรู้ก็ตาม แต่เราก็สามารถสัมผัสได้ด้วยตัวของเราเอง ยิ่งถ้าหากเราได้ประพฤติปฏิบัติธรรมเจริญสมาธิภาวนา สามารถฝึกใจ ให้หยุดให้นิ่งสนิทดีแล้ว ก็สามารถทำให้เราเข้าถึงเอกันตบรมสุข คือได้เข้าถึงพระนิพพาน อันเป็นเป้าหมายหลักของการเกิดมาเป็นมนุษย์ได้นะจ๊ะ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้ในขุททกนิกายธรรมบทว่า "หากใครก็ตามจะทำบุญ ก็ควรทำบุญให้บ่อยๆ และควรทำใจให้ปีติ ภาคภูมิใจในบุญที่ได้ทำไปนั้นบ่อยๆ เพราะการสั่งสมบุญนำสุขมาให้"
การทำบุญเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยาก ถ้าหากตั้งใจจะทำจริงๆ และมีความเข้าใจถึงอานิสงส์ที่จะได้รับว่า มีคุณค่ามากมายเพียงไร เหมือนการรับประทานอาหาร หรือออกกำลังกายทุกวัน เพราะเรารู้ว่า จะทำให้มีพละกำลังมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ดังนั้นเมื่อมนุษย์ทุกคนตระหนักว่า บุญคือสิ่งที่อยู่เบื้องหลังของความสุขและความสำเร็จทุกอย่าง ก็จะสั่งสมบุญกันโดยไม่มีข้อแม้ข้ออ้างและเงื่อนไข
แต่เพราะมองไม่ออกว่าบุญมีความสำคัญอย่างไร จึงประมาทและก็ดูเบาไม่สั่งสมบุญให้เป็นประจำทุกวัน ถ้าจะทำก็นานทีปีครั้ง แต่สำหรับผู้เห็นคุณค่าของบุญ ท่านจะทำบ่อยๆ ทำถี่ๆ ทำทุกที่ทุกเวลานาทีที่มีโอกาส เมื่อทำบุญแล้วก็จะหวนนึกถึง ด้วยความปีติและภาคภูมิใจ เพราะการนึกถึงการทำบุญบ่อยๆ นั้นจะทำให้บุญทับทวี เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้นอย่างเป็นอัศจรรย์
ในเรื่องนี้พุทธองค์จึงสอนให้เรานึกถึงแต่บุญอย่างเดียว แล้วก็ทรงย้ำว่าให้นึกถึงบ่อยๆ ส่วนบาปอย่าไปนึกอย่างไปคิด เพราะการนึกถึงบาปที่เคยพลั้งพลาดไปทำนั้น จะทำให้ใจเศร้าหมองไม่ผ่องใส และอาจส่งผลให้ไปเสวยวิบากกรรมอันเผ็ดร้อนในอบายภูมิได้ ดังนั้นอดีตที่ผิดพลาดลืมไปให้หมด แล้วมุ่งหน้าสั่งสมแต่บุญกุศลอย่างเดียว แล้วจึงจะทำให้เรามีแต่ความสุขไปทุกภพทุกชาตินะจ๊ะ
ในสมัยพุทธกาลได้มีหญิงฐานะยากจนนางหนึ่ง ต้องอาศัยการเฝ้านาเขาเลี้ยงชีพ เพราะอดีตชาติทำทานมาน้อย แต่ด้วยความที่เป็นหญิงผู้มีจิตใจงดงาม และเคยอธิษฐานเอาไว้ว่า ให้ได้มีโอกาสทำบุญกับทักขิไณยบุคคล ทำให้ภาพของนางไปปรากฏในญาณทัศนะ ของพระมหากัสสปเถระ
เช้าวันนั้น พระเถระหลังออกจากนิโรธสมาบัติ ก็ได้ออกบิณฑบาตไปโปรดนางที่ทุ่งนา ที่นางได้ดูแลอยู่ เมื่อนางเห็นพระเถระมาโปรดถึงท้องนา ก็ปีติใจเป็นอย่างมาก เมื่อพระเถระเดินเข้ามาใกล้นางจึงกราบเรียนพระเถระว่า พระคุณเจ้าผู้เจริญ ขอได้โปรดอนุเคราะห์คนยากจนก่อนเถิด จากนั้นก็รีบนำข้าวตอก ซึ่งเป็นอาหารสำหรับเช้าวันนั้นของนาง น้อมถวายพระเถระด้วยความเคารพ หลังจากใส่บาตรแล้ว นางก็นั่งลงก้มกราบด้วยเบญจางคประดิษฐ์ ได้บูชาเนื้อนาบุญของโลกด้วยจิตเลื่อมใส แล้วอธิษฐานจิตต่อหน้าพระเถระว่า พระคุณเจ้าผู้เจริญ ขอดิฉันได้เป็นผู้มีส่วนแห่งธรรมที่พระคุณเจ้าได้บรรลุแล้วด้วยเถิด
พระเถระก็ได้ยังจิตของนางให้เพลิดเพลินบันเทิงอยู่ในบุญ ด้วยสัมโมทนียกถาสั้นๆ แต่ก็จับใจว่า "เอวัง โหตุ" ซึ่งมีความหมายว่า ขอความปรารถนาที่เธอตั้งใจไว้ดีแล้ว จงพลันสำเร็จเป็นอัสจรรย์เถิด จากนั้นก็เดินจากไปด้วยอาการสงบสำรวม เมื่อนางได้ใส่บาตรแล้ว ก็ได้ตามระลึกถึงบุญด้วยความปีติเบิกบาน จนมีความรู้สึกว่าตัวเบาเหมือนจะเหาะจะลอยได้
แต่คล้อยหลังพระเถระไปไม่นานเท่าไร วิบากกรรมเก่าของนางก็ตามมาทัน ทำให้อสรพิษตัวหนึ่ง ออกจากรูแล้วกัดนางจนล้มลงตายบนคันนา อันเป็นทางเข้ากระท่อมของนางนั่นเอง ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ พระมหากัสสปเถระท่านทราบอยู่ก่อนแล้ว จึงเมตตาได้มาโปรดนางให้มีใจอยู่ในบุญ ก่อนที่จะเดินทางไกลออกจากร่างกายไปสู่ปรโลก
ถ้าหากเราพิจารณาด้วยความรู้ ของบุคคลที่ไม่ได้ศึกษาเรื่องกฎแห่งกรรม หรือไม่ได้ศึกษาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างถ่องแท้ ก็จะทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อน เหมาเอาว่า ทำบุญแล้วไม่เห็นบุญช่วยเลย หรือไม่ก็สรุปแบบผิดๆ ว่าเพราะนางได้ทำบุญกับพระเถระจึงได้ตายเร็วอย่างนี้ เหมือนชาวโลกในปัจจุบัน ที่มักจะว่าทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป ซึ่งเป็นภาษิตอยู่ในวงขี้เมาทั้งหลาย เรื่องทำนองนี้เป็นความเข้าใจที่ยังไม่ถูกต้องนะจ๊ะ และเป็นความเข้าใจผิดที่อันตรายมาก เพราะคนส่วนมากยังติดอยู่กับสิ่งที่เห็นในปัจจุบัน ยังไม่เข้าใจเรื่องผลแห่งการกระทำในอดีตชาติ ทั้งๆ ที่ชีวิตของทุกคนมีอดีตกันทั้งนั้น ซึ่งก็มีทั้งดีและที่ไม่ดี
พระเถระได้เห็นในญาณทัสสนะของท่านแต่แรกแล้วว่า อย่างไรเสียวันนั้นท่านจะไปหรือไม่ นางก็ต้องถูกงูกัดตายอยู่ดี แต่ด้วยความมีเมตตา ท่านจึงเดินทางมาโปรด เพราะจะทำให้ชีวิตความตายของนางมีสุคติเป็นที่ไป และจะได้มีมหาสมบัติใหญ่บังเกิดขึ้น ฉะนั้นเมื่อนางถูกงูกัดตายแล้วก็เป็นประหนึ่งว่า หลับแล้วตื่นขึ้นกลางวิมานทองที่กว้างถึง ๓๐ โยชน์บนสวรรค์ชั้นดาวดึงห์ เมื่อได้เห็นวิมานและทรัพย์สมบัติอันเป็นทิพย์ของตัว ก็เกิดความอัศจรรย์ใจเป็นอย่างมาก นางได้พิจารณาว่า ทิพยสมบัติเหล่านี้ตัวเองได้มาอย่างไร ก็เห็นว่าเพราะได้ถวายบิณฑบาต ซึ่งเป็นเพียงไทยธรรมอันน้อยนิด แด่พระมหากัสสปะ
จึงทำให้นางอัศจรรย์ในบุญยิ่งกว่าสมบัติที่นางได้รับเสียอีก เลยมีความคิดว่าอย่ากระนั้นเลย เราควรที่จะทำสมบัติที่เรามีอยู่นี้ให้มากยิ่งขึ้น และให้มั่นคงขึ้นกว่าเดิม เพราะบุญที่เราทำไปนั้นนิดเดียวเองไม่นานก็อาจจะหมด และจะทำให้หมดสิทธิ์ที่จะใช้สมบัติเหล่านี้อีก
ดังนั้นนางจึงลงจากเทวโลกไปอุปัฏฐากพระเถระ เทพธิดาอุปัฏฐากอยู่ประมาณ ๓ วันพระเถระก็เห็นนางเข้า จึงเตือนว่า "เทพธิดาท่านมาอุปัฏฐากอย่างนี้ไม่เหมาะหลอก เชิญท่านกลับไปเถิด" แต่เทพธิดาก็อ้อนวอนว่า พระคุณเจ้าผู้เจริญ ท่านจำหญิงเฝ้านาที่ถวายข้าวตอกแก่ท่านได้หรือไม่ ดิฉันคือหญิงเฝ้านาคนนั้น การที่ดิฉันมาทำอย่างนี้ ก็เพราะปรารถนาที่จะให้ได้บุญเพิ่ม และทำสมบัติอันเป็นทิพย์ที่ดิฉันได้แล้วนั้น มั่นคงไม่มีวันเสื่อม
พอได้ฟังดังนั้น พระเถระก็ชี้แจงถึงความไม่เหมาะสมว่า "เทพธิดา เธอเป็นผู้หญิงไม่สมควรที่จะอยู่ในเขตอาศรมของเรา เธอจงกลับไปเสียเถิด" พอถูกพระเถระไม่อนุญาต นางก็จำยอมต้องจากไปพร้อมกับเสียงร่ำไห้
ทำให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งกำลังประทับอยู่ในคันธกุฎี ทรงได้ยินด้วยพระโสตธาตุอันเป็นทิพย์ ด้วยพระกรุณาธิคุณอันไม่มีประมาณ พุทธองค์จึงเสด็จมาปรากฎอยู่ต่อหน้าเทพธิดาในอากาศ และตรัสสอนเทพธิดาว่า "ดูก่อนเทพธิดา การปรารถนาที่จะทำบุญเป็นวิสัยของบัณฑิตผู้ต้องการบุญ แต่การสำรวมระวังในศีล เป็นหน้าที่ของกัสสปะ บุตรของเรา"
จากนั้นก็ทรงแสดงธรรมเพื่อประคองใจของนาง ให้อยู่ในบุญมากยิ่งขึ้น พอจบพระธรรมเทศนา เทพธิดาก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน เป็นผู้ที่มีโลกุตตรสมบัติที่มั่นคง ไม่มีวันเสื่อมสลายอย่างแท้จริง
จากเรื่องนี้ทำให้เราเข้าใจถึงอานิสงส์ของการทำบุญกับเนื้อนาบุญ วิธีการทำบุญและบุญบันดาลได้เป็นอย่างดี เริ่มตั้งแต่เนื้อนาบุญ คือพระมหากัสสปเถระที่พึ่งออกจากนิโรธสมาบัติ วิธีการทำบุญคือนางได้ทำบุญด้วยความเคารพเลื่อมใส มีความปีติเบิกบานอยู่ในบุญ และการที่ปรารถนาจะทำบุญอีก บุญนั้นก็เลยบันดาลให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาโปรด ทำให้นางได้สมบัติอันมั่นคง อันไม่มีวันเสื่อมสลายต่อไปอีก คือการได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน
ดังนั้นการสร้างบุญบารมี จึงเป็นสิ่งที่ลูกทุกคนจะต้องขวนขวาย ทำกันให้เต็มที่นะจ๊ะ เพราะการสั่งสมบุญคือการสร้างผังความสุขข้ามชาติ ดังเช่นเทพธิดาท่านนี้ ที่ยกสถานะของชีวิตในสังสารวัฏได้ด้วยบุญ ฉะนั้นเราจะต้องหมั่นสั่งสมบุญบารมีทำกันบ่อยๆ อย่าได้ขาดแม้แต่เพียงวันเดียว เพื่อชีวิตในสังสารวัฏจะได้สดใส และมีความสุขไปทุกภพทุกชาติกันทุกคนนะจ๊ะ
พระธรรมเทศนาโดย: พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)