นิทานอีสป เรื่อง หมีและสุนัขป่า
หมีตัวหนึ่งคุยเขื่องว่ามันเป็นสัตว์ที่มีความกรุณาและอ่อนโยน และดีกว่าสัตว์ตัวอื่นๆ ทั้งหมด เมื่อสุนัขป่าตัวหนึ่งได้ฟังคำโอ้อวดนั้นก็ยิ้มอย่างมีเลศนัยและพูดว่า
"สหายของข้า เมื่อเจ้าหิวข้าหวังว่าเจ้าจะพุ่งความสนใจไปยังคนและสัตว์ที่ตายแล้วและไม่ข้องเกี่ยวกับผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ เจ้าจึงจะได้ชื่อว่ามีความเมตตากรุณาจริง"
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
การแสดงออกถึงความเมตตากรุณาอย่างแท้จริงต้องประกอบด้วยการกระทำที่สอดคล้องกับคำพูด ไม่ใช่เพียงคำโอ้อวดหรือการสร้างภาพลักษณ์ให้ดูดี เพราะเมตตาที่แท้จริงต้องมาจากความปรารถนาดีที่จริงใจและไม่ก่อความเดือดร้อนต่อผู้อื่น
หลักธรรมในพระพุทธศาสนาที่เกี่ยวข้อง:
เมตตา (ความปรารถนาดีต่อผู้อื่น):
เป็นธรรมข้อแรกใน พรหมวิหาร 4 ซึ่งสอนให้มีจิตใจที่เปี่ยมด้วยความปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุขโดยแท้จริง การกระทำที่ตรงกันข้ามกับความเมตตา เช่น การเบียดเบียนหรือทำร้ายผู้อื่น แม้จะอ้างความจำเป็น ก็นับว่าไม่สอดคล้องกับธรรมข้อนี้
สัมมาวาจา (การพูดชอบ):
การโอ้อวดหรือพูดเกินจริงอาจนำมาซึ่งความเข้าใจผิดและเป็นการเบียดเบียนทางวาจา สัมมาวาจาในอริยมรรค 8 สอนให้พูดความจริงและมีเจตนาบริสุทธิ์
อโลภะ (ความไม่โลภ):
การกินสัตว์ที่ตายแล้วและไม่เบียดเบียนผู้ที่ยังมีชีวิตสะท้อนถึงการละความโลภและการไม่เบียดเบียนเพื่อสนองความต้องการของตนเอง
บทเรียนสำคัญ:
ความเมตตาและกรุณาต้องเริ่มต้นจากการกระทำ ไม่ใช่เพียงคำพูด การปฏิบัติตนด้วยความเมตตาต้องปราศจากการเบียดเบียนและคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้อื่นเสมอ