อุปัชฌายวัตร สัทธิวิหาริกวัตร

วันที่ 05 ธค. พ.ศ.2562

อุปัชฌายวัตร สัทธิวิหาริกวัตร

อุปัชฌายวัตร
      คือหน้าที่ที่สัทธิวิหาริกจะพึงทำแก่อุปัชฌายะ
      ๑.เอาใจใส่ในการอุปัฏฐากท่านในกิจทุกอย่างๆ ในบาลียกการถวายน้ำบ้วนปาก และไม้สีฟันขึ้นแสดงเป็นเบื้องต้นๆ
      ๒. หวังความศึกษาในท่าน ฯ
      ๓. ขวนขวายป้องกัน หรือระงับความเสื่อมเสียอันจักมีหรือได้มีแล้วแก่ท่าน ๆ ในบาลีแสดงอาการระงับความกระสัน ความเบื่อหน่าย และปลดเปลื้องความเห็นผิดท่านเป็นต้น ๆ
      ๔. รักษาน้ำใจท่าน ไม่คบคนนอกให้เป็นเหตุแหนง ๆ ในบาลีว่าจะทำการลับเป็นต้นกับคนเช่นนั้น บอกท่านก่อน ๆ
      ๕. เคารพในท่าน ๆ ในบาลีแสดงการเดินตามท่านไม่ชิดนัก ไม่ห่างนักและไม่พูดสอดหรือค้านจัง พูดอ้อมพอท่านได้สติ ฯ 
      ๖.ไม่เที่ยวเตร่ตามอำเภอใจ จะไปข้างไหนลาท่านก่อน ๆ
      ๗.เมื่อท่านอาพาธ เอาใจใส่พยาบาลไม่ไปข้างไหนเสียจนกว่าท่านจะหายเจ็บ หรือมรณะ ฯ


สัทธิวิหาริกวัตร
      คือหน้าที่อันอุปัชฌายะจะพึงทำแก่สัทธิวิหาริก
      อุปัชฌายะควรมีใจเอื้อเฟื้อในสัทธิวิหาริกของตน ตลอดกาลที่เธออาศัยอยู่โดยใจความดังนี้ ฯ
      ๑.เอาธุระในการศึกษาของสัทธิวิหาริก ฯ
      ๒. สงเคราะห์ด้วยบาตร จีวร และบริขารอย่างอื่น ถ้าของตนไม่มีต้องขวนขวายหา ฯ
      ๓. ขวนขวายป้องกันหรือระงับความเสื่อมเสียอันจักมีหรือได้มีแล้วแก่สัทธิวิหาริกฯ (ดุจในกรณียะของสัทธิวิหาริก)
      ๔. เมื่อสัทธิวิหาริกอาพาธ ทำการพยาบาล ฯ

      เหตุประณาม คือไล่เสีย มี ๕ คือ
      ๑. หาความรักใคร่ในอุปัชฌาย์มิได้
      ๒. หาความเสื่อมในไม่ได้
      ๓. หาความละอายมิได้
      ๔. หาความเคารพมิได้
      ๕. หาความหวังดีมิได้

      ในข้อที่ว่าหาความละอายมิได้ มีโทษมากกว่าข้ออื่นฯ ภิกษุผู้ประพฤติในเหตุประณามเหล่านี้ ข้อใดข้อหนึ่งในอุปัชฌายะก็ดี ในอาจารย์ก็ดีพระศาสดาประทานอำนาจไว้แก่อุปัชฌายะและอาจารย์ เพื่อให้ประณาม คือขับไล่เธอเสีย ฯ ถ้าไม่ประณามเป็นปัจจัยให้ผู้อื่นถือเอาเป็นตัวอย่างข้างเลวมากขึ้น เป็นความเสียอยู่แก่อุปัชฌายะ ฯ
 

**บทความ แนะนำ/เกี่ยวข้อง

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร

 Total Execution Time: 0.011266016960144 Mins