คำสอนนาคตอนสุดท้าย ก่อนสงฆ์ทำอุปสมบทุกรรม

วันที่ 26 ตค. พ.ศ.2562

เมื่อเสร็จพิธีให้นิสัยแล้ว พระอุปัชฌายะพึงสอนอุปสัมปทาเปกขะ ว่าดังนี้

คำสอนนาคตอนสุดท้าย ก่อนสงฆ์ทำอุปสมบทุกรรม

       เมื่อเสร็จพิธีให้นิสัยแล้ว พระอุปัชฌายะพึงสอนอุปสัมปทาเปกขะ ว่าดังนี้

       บัดนี้ตัวเธอมาขอให้เรารับเป็นอุปัชฌายะของเธอแล้ว และเปล่งคำปฏิญาณว่า "อชฺชตคฺเคทานิ เถโร, มยฺหํ ภาโร อหมฺปิ เถรสฺส ภาโร" จำเดิมแต่วันนี้ไป พระเถระย่อมเป็นภาระของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าย่อมเป็นภาระของพระเถระดังนี้ ภาระคือหน้าที่ที่จะพึงทำการสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน หน้าที่อันเธอจะพึงกระทำแก่เรา โดยใจความก็คือเธอจะต้องตั้งอยู่ในโอวาทคำสั่งสอนของเรา เชื่อฟังถ้อยคำของเรา เป็นต้น ส่วนหน้าที่อันเราจะพึงกระทำแก่เธอ ก็คือแนะนำสั่งสอนตักเตือนให้เธอศึกษาเล่าเรียน ให้ตั้งอยู่ในความดี และสงเคราะห์ด้วยปัจจัยเป็นต้น ฯ

 

       ต่อไปนี้ พระสงฆ์จะทำอุปสมบทกรรม คือสวดประกาศกันและกันยกตัวเธอขึ้นเป็นอุปสัมบันน์ภิกษุในพระพุทธศาสนา และในกรรมวาจาที่สวดประกาศนั้น จะต้องออกชื่อผู้อุปสมบทด้วย ออกชื่ออุปัชฌายะด้วย ชื่อของเธอเป็นภาษาไทย ขัดข้องแก่การสวดกรรมวาจา เพราะฉะนั้นจะตั้งชื่อให้เธอชื่อว่า (นาค) (อุปสัมปทาเปกขะ รับว่า อาม ภนฺเต) เมื่อ (ท่าน) สวดถามว่า "กินฺนาโมสิ" เธอชื่ออะไร ก็พึงหมายเอาตัว ของเธอ แล้วบอกว่า"อหํ ภนฺเต นาโค นาม" ข้าพเจ้าชื่อนาคะ พระสงฆ์ทั้งหลายสมมติอุปัชฌายะให้ชื่อว่า (ติสสัตเถระ) (รับว่า อาม ภนฺเต) เมื่อ (ท่าน) สวดถามถึงชื่ออุปัชฌายะว่า "โก นาม เต อุปชฺฌาโย" อุปัชฌาย์ของเธอชื่ออะไร ก็พึงหมายเอาตัว (เรา) แล้วบอกว่า "อุปชฺฌาโย เม ภนฺเต อายสฺมา ติสฺสตฺเถโร นาม” อุปัชฌายะของข้าพเจ้าท่านชื่อติสสัตเถระ ลำดับนี้จะบอกบาตร ไตรจีวร ซึ่งสำหรับเป็นสมณะบริขารไปภายหน้าว่า สิ่งนี้ ชื่อนี้ๆ ด้วยมคธภาษา ก็จงรับว่า "อาม ภนฺเตๆ" แล้วจำชื่อสิ่งนั้นๆ ไว้ใช้ในการอธิษฐานในพระพุทธศาสนา ฯ