ความเสื่อมปรากฏในสังคมมนุษย์

วันที่ 09 ธค. พ.ศ.2562

ความเสื่อมของจักรวาล

 ความเสื่อมปรากฏในสังคมมนุษย์
                                        เมื่อทรงปกครองประชาราษฎร์ตามมติของพระองค์ ความเจริญจึงไม่ปรากฏเหมือนครั้งพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์ก่อนๆ เหล่าเสนาอำมาตย์ จึงกราบทูลถึงเหตุที่เกิดขึ้น และแนะนำให้พระองค์ตรัสถามจักกวัตติวัตรจากท่านต่างๆ ที่ทรงจำจักกวัตติวัตรได้ พระองค์สดับแล้วจึงให้ประชุม
ท่านที่ทรงจำได้ทั้งหลายเหล่านั้นแล้วตรัสถามถึงจักกวัตติวัตร

 

                                        เมื่อทรงทราบจักกวัตติวัตรแล้ว ไม่ทรงนำมาใช้ปฏิบัติทุกข้อ ทรงนำมาเพียงบางประการเท่านั้นโดยทรงจัดให้มีการรักษาป้องกันอันชอบธรรม แต่ไม่ได้พระราชทานทรัพย์ให้แก่ผู้ที่ไม่มีทรัพย์ เมื่อไม่มีการพระราชทานทรัพย์แก่ผู้ไม่มีทรัพย์ จึงเกิดความขัดสนขึ้นอย่างแพร่หลาย ครั้นความขัดสนเกิดขึ้นเช่นนั้น


                                        จึงเกิดมีการขโมยทรัพย์สินกันขึ้น เมื่อผู้ที่เป็นขโมยถูกจับได้และถูกสอบถามก็ตอบว่าที่ทำอย่างนั้นเพราะไม่มีสิ่งใดเลี้ยงชีพ เมื่อพระราชาสดับดังนั้น จึงทรงพระราชทานทรัพย์ให้แก่ผู้เป็นขโมยนั้น เพื่อนำไปเลี้ยงชีวิตและประกอบการงานเมื่อชนทั้งหลายทราบว่า ผู้เป็นขโมยได้รับพระราชทานทรัพย์ จึงพากันขโมยทรัพย์ของผู้อื่นอย่างแพร่หลายด้วยปรารถนาจะได้รับพระราชทานทรัพย์

 

                                         พระราชาทรงพิจารณาว่าหากจะพระราชทานทรัพย์แก่ผู้ขโมยต่อไป จะทำให้การลักขโมยแพร่ระบาดยิ่งขึ้น จึงรับสั่งให้ลงโทษผู้ที่เป็นขโมยเหล่านั้นด้วยการโกนศีรษะ มัดพาไปตามท้องถนน แล้วตัดศีรษะเสียบประจานเมื่อพวกโจรทราบว่า พระราชาลงโทษผู้ที่เป็นขโมยด้วยการประหารชีวิต จึงจัดทำอาวุธ ของมีคมต่างๆ ขึ้นทำการปล้นทรัพย์สินของผู้อื่น และฆ่าผู้เป็นเจ้าของทรัพย์ด้วยการตัดศีรษะบ้าง การฆ่ากันจึงปรากฏขึ้นอย่างแพร่หลาย


                                        และเมื่อมีการลงโทษประหารชีวิตผู้ที่เป็นขโมย ครั้นเมื่อถูกจับได้และถูกสอบถาม ผู้ที่เป็นขโมยก็จะกล่าวเท็จปฏิเสธว่าตนไม่ได้ขโมย การกล่าวคำเท็จจึงเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายตามมา เหตุที่เกิดขึ้นเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นการขโมยทรัพย์ การฆ่าผู้อื่น การกล่าวเท็จ ล้วนมาจากการที่พระราชาไม่ได้ประพฤติจักกวัตติวัตรอย่างถูกต้อง เพราะไม่ได้ทรงพระราชทานทรัพย์แก่ผู้ไม่มีทรัพย์มาแต่ต้น
 

                                        เมื่อมนุษย์ต่างพากันทำปาณาติบาต และกล่าวมุสาวาทกันเป็นอันมาก จึงทำให้อายุและผิวพรรณเสื่อมลง เมื่ออายุและผิวพรรณของมนุษย์ยุคนี้เสื่อมลง บุตรของพวกเขาก็มีอายุเสื่อมลงไปด้วยบุตรของมนุษย์ที่มีอายุ 80,000 ปี จะมีอายุเหลือ 40,000 ปี เมื่อมนุษย์มีอายุ 40,000 ปี ผู้ที่ลักขโมยทรัพย์ผู้อื่นครั้นถูกจับได้ก็จะกล่าวเท็จทั้งๆ ที่รู้จึงทำให้ผิวพรรณ และอายุเสื่อมลงไปอีกส่งผลให้บุตรของ ผู้ที่มีอายุ 40,000 ปี มีอายุเหลือ 20,000 ปี


                                         เมื่ออายุของมนุษย์มีอายุ 20,000 ปี คนทั้งหลายพากันกล่าวคำส่อเสียด เช่น เมื่อขโมยทรัพย์ผู้อื่นแล้วถูกจับได้ ก็จะกล่าวซัดทอดว่าผู้นั้นขโมยของผู้นี้ เพราะเหตุแห่งการผิดศีลนี้เอง ผิวพรรณและอายุของมนุษย์จึงเสื่อมลงไปอีก โดยบุตรของผู้ที่มีอายุ 20,000 ปี จะมีอายุเหลือ 10,000 ปี เมื่อมนุษย์อายุ10,000 ปี ผิวพรรณจะเสื่อมลงมามาก จะมีทั้งผู้ที่มีผิวพรรณดี และผู้ที่มีผิวพรรณไม่ดี พวกที่มีผิวพรรณไม่ดีจึงเพ่งเล็งพวกที่มีผิวพรรณดี และได้ประพฤติล่วงเกินภรรยาของผู้อื่น


                                          เพราะเหตุที่มนุษย์กระทำกรรมหยาบช้าขึ้นทุกที อายุและวรรณะจึงเสื่อมลงตามลำดับทำให้บุตรของผู้ที่มีอายุ 10,000 ปี อายุลดลงเหลือ 5,000 ปี ครั้นเมื่อมนุษย์มีอายุเหลือ 5,000 ปี ธรรม2 ประการ ก็แพร่หลาย คือ ผรุสวาจา และสัมผัปปลาปะ (คำหยาบและคำเพ้อเจ้อ) ดังนั้นอายุและผิวพรรณจึงเสื่อมลงไปอีก บุตรของผู้ที่มีอายุ 5,000 ปี จึงเหลือ 2,500 ปีบ้าง 2,000 ปีบ้าง
 

                                         ครั้นเมื่อมนุษย์มีอายุ 2,000 ปี อภิชฌาและพยาบาท คือ ความคิดเพ่งเล็งในทรัพย์ของผู้อื่นและความคิดเบียดเบียนก็แพร่หลายขึ้น ด้วยเหตุนี้อายุและวรรณะจึงเสื่อมลงไปอีก โดยบุตรของผู้ที่มีอายุ 2,000 ปี ก็ถอยลงเหลือ 1,000 ปี เมื่อมนุษย์มีอายุเหลือ 1,000 ปี มิจฉาทิฏฐิ คือ ความเห็นผิดได้แพร่หลายขึ้นอายุและวรรณะจึงเสื่อมลง โดยบุตรของผู้ที่มีอายุ 1,000 ปี จะมีอายุเหลือ 500 ปี


                                          เมื่ออายุมนุษย์ลดลงมาถึง 500 ปี ได้ปรากฏธรรม 3 ประการ แพร่หลายในหมู่มนุษย์ คือ มีความกำหนัดในฐานะอันไม่ชอบธรรม (อธรรมราคะ) มีความโลภไม่มีที่สิ้นสุด (วิสมโลภะ) และกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจผิดธรรมดา (มิจฉาธรรม) เพราะธรรมทั้ง 3 นี้แพร่หลาย บุตรของมนุษย์ที่มีอายุ 500 ปีจึงมีอายุเหลือ 250 ปีบ้าง 200 ปีบ้างเมื่อมนุษย์มีอายุเหลือ 250 ปี เหล่ามนุษย์จะพากันไม่ปฏิบัติชอบในมารดา ในบิดา ในสมณพราหมณ์และไม่อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในตระกูล

จากหนังสือ DOU
           วิชา GL 101 จักรวาลวิทยา
                                 กลุ่มวิชาเป้าหมายชีวิต

 Total Execution Time: 0.051642251014709 Mins