รักแท้ในวัยชรา

วันที่ 20 สค. พ.ศ.2563

รักแท้ในวัยชรา

 

630820_b.jpg

 

คลื่นทะเลชีวิต คือวิกฤติที่ยิ่งใหญ่

ไม่มีใครหลีกพ้น ไม่ว่าจนหรือมี

เกิดมาในโลกใบนี้ ต้องเจอกันทุกคน

มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ มีสรรเสริญนินทา

มีสุขและมีทุกข์ เป็นของธรรมดา

แต่เราเหนือสิ่งนี้ได้ ถ้าเรารู้วิธี

จะไม่มีความทุกข์ สุขใจทุกเวลา

จะเป็นเหมือนดั่งจุดเยือกเย็น ที่อยู่กลางเตาหลอม

จะเป็นฝั่งที่แข็งแรง คลื่นชีวิตโถมแล้วไม่พัง

และยิ้มได้เมื่อภัยมา ตลอดเวลาที่เราต้องการ

เพียงหลับตาเบาๆ หยุดใจไว้กลางกาย

ผ่อนคลายสบายๆ ไม่ต้องคิดอะไร

ไม่ต้องคิดอะไรเลย หยุดใจนิ่งไว้เฉยๆ

เหมือนเด็กเยาว์วัยไร้เดียงสา อีกไม่นานเท่าไร

ดวงตะวันภายใน ก็ฉายแสงขึ้นมา

เปี่ยมด้วยความสุขล้น ที่เกินคำบรรยาย

ดุจดาวมากมายบนฟ้า ที่ส่องแสงประกายเริงร่า

เป็นรักแท้ในวัยชรา ที่พึ่งพาของวัยบั้นปลาย

 

ตะวันธรรม

 

                     เมื่อเราบูชาพระรัตนตรัยกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อจากนี้ไป ตั้งใจให้แน่แน่วมุ่งตรงต่อหนทางพระนิพพานกันทุกๆ คนนะ ให้นั่งขัดสมาธิโดยเอาขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้าย ให้นิ้วชี้ของมือข้างขวาจรดนิ้วหัวแม่มือข้างซ้าย วางไว้บนหน้าตักพอสบายๆ หลับตาของเราเบาๆ ค่อนลูก พอสบายๆ คล้ายๆ กับตอนที่เราใกล้จะหลับ อย่าไปบีบเปลือกตา อย่ากดลูกนัยน์ตา

 

           ทำใจของเราให้เบิกบาน ให้แช่มชื่น ให้สะอาด บริสุทธิ์ผ่องใส ไร้กังวลในทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ให้ปลด ให้ปล่อย ให้วาง ทำใจให้ว่างๆ

 

           คราวนี้เราก็มาสมมติว่า ภายในร่างกายของเราปราศจาก อวัยวะ ปอด ตับ ม้าม ไต หัวใจ เป็นต้น สมมติเป็นที่โล่งๆ ว่างๆ เป็นปล่อง เป็นช่อง เป็นโพรง กลวงภายใน คล้ายๆ ท่อแก้ว ท่อเพชรใสๆ

 

อานิสงส์การทำการบ้าน   

 

         คราวนี้เราก็น้อมใจมาไว้ภายในเลย เพราะเราได้ทำการบ้าน กันมาอย่างต่อเนื่องทุกวัน แล้วก็ทำทั้งวันต่อเนื่องกันมาเลย เราก็จะสังเกตเห็นได้ว่า การรวมใจไม่ได้ยากเลย เพราะเราได้ประคองใจกันมาแล้วทั้งวันด้วยการบ้านของเราที่ได้ทำไว้พอเรานึกน้อมใจก็นิ่งลงไปเลย ไม่ฟุ้งด้วยซ้ำไป ภารกิจการงานอะไรต่างๆ ก็ไม่ฟุ้ง มันจะนิ่งๆ 

 

         ยิ่งเราทำความรู้สึกว่า เรามีพระอยู่ในตัว หรือมีดวงแก้วใสๆ อยู่ในตัว คือทำความรู้สึกต่อเนื่องมาทุกวัน ทั้งวัน แม้ไม่เห็นก็รู้สึกว่ามี แล้วก็มีในกลางกายเสียด้วย กลางท้องนั่นแหละซึ่งฐานที่ ๗ อยู่ที่ตรงนั้น พอเรานึกว่าพระอยู่ในตัวเรา หรือดวงแก้วใสๆ อยู่ในตัวเรา ง่ายแล้ว เห็นไหมจ๊ะ หรือเรานึกว่าเราเป็นพระ พระเป็นเรา ใจเราก็จะเริ่มชุ่ม เริ่มเบิกบาน เริ่มยิ้มอยู่ในหน้าของเรา เพราะเรามีความรู้สึกว่า เราเกลี้ยงเกลา สะอาด บริสุทธิ์ หลุดพ้นจากบาปอกุศล มีแต่กุศลล้วนๆ บุญล้วนๆ ไหลท่วมตัวท่วมใจของเรา เป็นองค์พระ แม้เราจะยังไม่เห็นก็ตาม แต่ก็รู้สึกว่ามีและเป็น        

 

         หรือเราทำการบ้านว่า เราอยู่ในองค์พระ องค์พระท่าน ครอบตัวเราอยู่ เราก็จะรู้สึกอบอุ่นใจว่า พระท่านปกป้องผองภัยเรา โดยเฉพาะจากบาปอกุศลกรรมที่จะมาบังคับให้เราคิดให้เราพูด ให้เราทำ ทางกาย ทางวาจา ทางใจ หมดสิ้นไป

 

         ถ้าเราหมั่นทำการบ้านมาแล้ว มันก็ง่าย พอหลวงพ่อบอก ให้รวมใจไปอยู่ตรงกลางก็ง่ายแล้ว บางคนเริ่มเห็นดวงหรือองค์พระใสๆ รัวๆ รางๆ ด้วยซ้ำไป แล้วก็เห็นอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่มีการเพ่งไม่มีจ้อง มองเฉยๆ รู้สึกว่าสบายมากขึ้น บางคนก็ชัดขึ้นมาเลย เป็นดวงใสบ้าง เป็นองค์พระบ้าง นี่ก็เป็นอานิสงส์ของการทำการบ้าน

 

เริ่มต้นที่ความสบาย

 

        แต่ถ้าใครยังไม่ได้อย่างนี้ ก็ไม่เป็นไรนะลูกนะ เราเริ่มต้น จากจุดที่เราถนัดก่อน ซึ่งอาจจะอยู่นอกตัวเรา ข้างหน้า ข้างใน ตามฐานต่างๆ ตั้งแต่ฐานที่ ๑ เรื่อยมาเลย ถึงกลางท้อง เราจะอยู่ตรงไหนก่อนก็ได้ ที่เรามีความรู้สึกว่า สบ๊าย สบาย มันนิ่ง คือพอเรานิ่งๆ แล้วรู้สึกสบาย พอถูกส่วนก็น้อมเอาไว้ ตรงกลางกายอย่างนี้ก็ได้

 

        บางคนฝึกซ้อมหยุด ซ้อมนิ่ง แค่พอบอกให้นิ่งๆ ไม่ต้องคิดอะไร นิ่งตรงไหนก็ได้ พอบอกว่า นิ่ง ตัวก็โล่งไปเลย เหมือนบรรยากาศรอบตัวเราขยาย แล้วรู้สึกว่า ร่างกายเราขยายตาม แล้วก็วืดหายไปเลย บางคนรู้สึกเหมือนอยู่กลางอวกาศที่เคว้งคว้าง สบาย มีความเบิกบาน แม้ไม่เห็นอะไรก็ตาม อยากจะอยู่ในท่านี้นานๆ รู้สึกเวลาผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน นั่นก็เป็นเครื่องวัดว่าเราทำถูกวิธีแล้ว ทำอย่างนั้นต่อไปด้วยใจที่เบิกบาน ด้วยใจที่ แช่มชื่น ให้ใจใสๆ

 

อานิสงส์การเข้าถึงธรรม      

 

       ถ้าเราเข้าถึงดวงธรรมหรือองค์พระได้ ชีวิตจึงจะปลอดภัย ภัยในอบาย ภัยในวัฏสงสาร แล้วเราจะมีความสุขในปัจจุบันทันทีที่เข้าถึง ไม่ต้องไปคอยภพหน้า หรือชีวิตใหม่หลังจากตายแล้ว สุขทันทีที่เข้าถึง มีความเบิกบาน แช่มชื่น รู้สึกเกลี้ยงเกลา เป็นอิสระ แล้วจะเสียดายวันเวลาที่ผ่านมา รู้อย่างนี้ทำมาเสียตั้งนานแล้ว เพราะไม่เคยมีความรู้ หรือมีประสบการณ์อย่างนี้มาก่อนเลยว่า ความสุขที่แท้จริงเกิดจากหยุดกับนิ่งนี่เอง

 

        สิ่งที่ผ่านๆ มาแค่ความสนุก ความเพลิน แต่เหนื่อย เพลียมี side effect มีผลข้างเคียง ไม่ว่าจะไปเที่ยวทะเล น้ำตก ภูเขา ไปต่างประเทศ จะดื่มเหล้าคนเดียว หรือดื่มเป็นทีม จะเล่นไพ่เล่นการพนัน มันก็เพลิดเพลินชั่วคราว แล้วยิ่งเกี่ยวกับการพนันด้วยแล้วยิ่งมีความหายนะครอบงำ หัวใจตื่นเต้นขึ้นลงสูบฉีดตลอดเวลา มีได้ มีเสีย มีลุ้นระทึกใจ เล่นเสียก็เสียดายทรัพย์แล้วก็คิดจะไปแก้ตัวใหม่ ก็วนไปวนมาอยู่อย่างนี้ เสียเงิน เสียทอง เสียเวลา ไม่ได้ความสุขเลย

 

         เมื่อมาเปรียบเทียบกับความสุขที่เกิดจากหยุดกับนิ่งแล้วต่างกันราวฟ้ากับดิน สุขที่ใจหยุดนิ่งมันกว้างขวาง ตัวจะขยายใจจะขยาย สดชื่น มีชีวิตชีวาทั้งระบบประสาท กล้ามเนื้อ ทั้งตื่นหลับฝันก็สดชื่น ผิวพรรณวรรณะผ่องใส ใครเข้าใกล้ก็เยือกเย็น เหมือนเข้ามาอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ รู้สึกอบอุ่น สบายใจ

 

      เป็นผู้เฒ่า ก็จะเป็นผู้เฒ่าที่ลูกหลานอยากอยู่ใกล้ อยากลูบเนื้อลูบตัว จับแขนจับขา รู้สึกอบอุ่นใจที่เข้าใกล้ผู้เฒ่าที่มีศีลมีธรรม มีความสว่างภายใน มีดวงใส องค์พระใส ใครๆ ก็อยากเข้าใกล้ ลูกหลานก็อยากเข้าใกล้ เข้าใกล้แล้วเย็น เย็นโดยที่ผู้เฒ่ายังไม่ต้องทำอะไรเลยแค่อยู่เฉยๆ ก็เกิดกระแสแห่งความเย็นแผ่ซ่าน ไปในบรรยากาศ คำพูดคำจาออกมาก็เย็น เป็นคำพูดที่ใสๆ ใสเป็นแก้ว ใสเป็นเพชร ฟังแล้ว ชื่นอกชื่นใจ มีกำลังใจที่จะสู้ชีวิต ที่จะทำความดี

 

        ผู้เฒ่าก็มีที่พึ่งภายใน ไม่ต้องไปหวังพึ่งลูกหลาน มีอาหารไปมื้อๆ หนึ่ง มีที่อยู่ที่นั่งที่นอนเล็กๆ ก็เพียงพอแล้ว เพราะว่า สิ่งที่ตัวอยากได้มีอยู่เต็มบริบูรณ์ในดวงใสๆ ในองค์พระใสๆ หรืออยู่ที่ใจหยุดนิ่ง มีทุกสิ่งที่ต้องการ จนกระทั่งไม่ปรารถนาอยากได้สิ่งใดอีกเลย

 

         ผู้เฒ่าก็อยู่อย่างไม่เงียบเหงา ไม่เศร้าสร้อย ไม่มีความรู้สึกว่าขาดแคลนหรือต้องการอะไร อยู่ในป่า ในเขา ก็มีความสุขอยู่คนเดียวก็มีความสุข ไม่มีใครคุยด้วย เราก็คุยกับพระในตัวก็ได้ กายภายในก็ได้

 

         พระธรรมกายเป็นที่พึ่งที่สำคัญของทุกเพศ ทุกวัย เพราะฉะนั้นต้องพยายามปฏิบัติให้ได้ ต้องขยันหมั่นเพียร ทำให้ถูกวิธี ทำทุกวัน อย่าให้ขาดเลยแม้แต่วันเดียว สักวันหนึ่งเราจะสมหวังดังใจ

 

          ให้ทบทวนสิ่งที่หลวงพ่อได้แนะนำมาตั้งแต่ต้นเรื่อยมาทุกวันทุกคืนว่า วิธีที่ถูกต้องทำอย่างไรก็ให้ทำอย่างนั้น จะนึกเป็นภาพ หรือจะวางใจเฉยๆ ภาพนั้นจะเป็นดวงแก้ว องค์พระหรือสิ่งที่เราคุ้นเคยก่อนก็ได้ หรือจะนึกเอาตัวเราไปอยู่ในศูนย์กลางกายที่ขยายแล้วจนสุดขอบฟ้า นั่งแล้วรู้สึกสบ๊าย สบาย มันอยากจะยิ้มอยากจะแย้มอยู่ในตัว นั่นแหละถูกวิธีแล้ว

 

         นิ่งไปเรื่อยๆ นั่งไปเรื่อย ใหม่ๆ ก็มีชั่วโมงนั่งไปก่อน ต่อๆ ไปก็จะมีชั่วโมงนิ่ง

        ให้ลูกทุกคนสมหวังดังใจในการเข้าถึงพระรัตนตรัยในตัวต่างคนต่างนั่งกันไปเงียบๆ นะ

 

หลวงพ่อธัมมชโย

วันอังคารที่ ๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๕

จากหนังสือ ง่ายเเต่ลึก เล่ม 4

          โดยคุณครูไม่ใหญ่

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.003113333384196 Mins