ดาวเกษตร

วันที่ 03 กย. พ.ศ.2564

3-9-64-1-b.jpg

ดาวเกษตร

             ชีวิตช่วงมหาวิทยาลัย เป็นช่วงที่ป้ารู้สึกถึงความเป็นตัวของตัวเองมากกว่าสมัยเป็นนักเรียนอยู่ที่โรงเรียนเขมะฯ ซึ่งตอนนั้นป้าต้องอยู่ในกฏระเบียบ แต่พอมาอยู่มหาวิทยาลัย ป้าจะรู้สึกว่าเราจะได้ทำอะไรอย่างที่อยากจะทำ ถ้าถามว่า ชีวิตในมหาวิทยาลัยเป็นสุขมั้ยแม้จะเป็นช่วงที่คุณแม่เสีย ก็ต้องบอกว่าเป็นสุข..สนุกดี จะว่าไปก็เป็นโชคดีเหมือนกันที่คุณแม่เสียช่วงที่เราอยู่มหาวิทยาลัยเพราะเราได้ใช้เวลาช่วง
นั้นฟูมฟักตัวเองก่อนที่เราจะออกมาข้างนอก เรายังมีเพื่อนมหาวิทยาลัยเกษตรฯถือเป็นสังคมที่อบอุ่น ถามว่ามีความสุขอย่างไรในมหาวิทยาลัย อย่างแรกเลยคือ อิสรภาพที่เราได้ขี่จักรยาน คนอื่นอาจนึกไม่ออกว่าสุขอย่างไร แต่สำหรับป้า ป้าถูกเลี้ยงมาแบบไม่ให้ทำนี่ไม่ให้ทำนั่น พอเข้ามหาวิทยาลัยปั๊บจึงทำให้รู้สึกว่าตัวเองหลุดจากชีวิตเดิม ๆ ไปเลย สองโลกของมหาวิทยาลัยเกษตรฯเหมือนเป็นอีกโลกหนึ่งเพราะอยู่ไกล แล้วบรรยากาศก็เหมือนอยู่บ้านนอก มีจักรยาน การได้ขี่จักรยานไปไหนต่อไหน ทำอะไรต่ออะไรเหมือนป้าได้อยู่กับความฝันของตัวเองส่วนหนึ่ง อยู่กับอิสรภาพส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะเวลาหน้าหนาวเกษตรฯจะสวยมาก ตอนเช้าช่วงหมอกลงป้าจะขี่จักรยานออกมาแต่เช้า แล้วระยะทางจากหอพัก ออกมาหน้ามหาวิทยาลัยจะเป็นแปลงเกษตรฯ ตอนนี้พื้นที่ตรงนั้นถูกสร้างเป็นคณะต่าง ๆ ไปแล้ว เมื่อก่อนจะมีเป็นแปลงลงดอกรักเร่ ดอกหงอนไก่ต่างประเทศสีแดงกำมะหยี่สวยมาก ช่วงที่เราออกมาหมอกจะลงจาง ๆ ป้าจะชี้ให้เพื่อนดูว่าดูนี่สิ ดอกไม้เป็นสีกำมะหยี่สวยจังเลย แล้วเราก็จะชอบไปที่หน้ามหาวิทยาลัย สมัยก่อนเขาจะปลูกต้นฝ้ายคำรอบ สระน้ำรอบหอประชุม แล้วหน้าหนาวฝ้ายคำจะทิ้งใบหมดเลย มีแต่ดอกสีเหลืองยามเช้าไอน้ำจะลงไปจับที่บริเวณสระน้ำ ป้าและเพื่อนถูกรุ่นพี่เขาว่าว่าพวกนี้ทำไมชอบทำตัวโรแมนติก
ซึ่งมันสวยมากเราก็ยังไม่เข้าใจว่าเขาไม่เห็นเหรอว่ามันสวย เรามักจะไปนั่งริมสระน้ำแล้วคุยกัน มองดูดอกฝ้ายดำหรือ ดอกสุพรรณิการ์มันร่วง เราจะรู้สึกว่าดอกฝ้ายคำหน้าดอกเป็นอย่างนี้เอง อิสระดีจังเลย ออกดอกมาแล้วไม่มีใบบัง นี่คืออีกเรื่องหนึ่งที่เป็นความสุข และจำได้จนเดี๋ยวนี้เลยพอถึงเวลาที่ป้านึกถึงเกษตรฯนภาพแรกนึกถึงจะเป็นภาพนี้


             ตอนอยู่เกษตรฯป้าเป็นสาวเปรี้ยว จริง ๆ ป้าก็แต่งตัวตามภาษาป้าแต่เพื่อน ๆ เขาว่าเปรี้ยวคือยุคที่เขาใส่กระโปรงสั้น ป้าก็ใส่กระโปรงสั้น ยุคกระโปรงยาวก็ใส่กระโปรงยาว แต่เราจะใส่กระโปรงยาวก่อนใครเขา จริง ๆ จะมีสาวเปรี้ยวอีกคนหนึ่งอยู่คณะเศรษฐศาสตร์ซึ่งเขาเด่นกว่าบ้าอีก เปรี้ยวโดดไปเลยคนนั้นเขาขับรถขับรา เป็นสาวไฮโซฯของเกษตรฯ แต่ป้านี่อาจจะเป็นลักษณะเฉพาะตัวมั้งว่าแต่งตัวตามวาระ แต่ก็
ถือว่าเด่นมากในมหาวิทยาลัย ถึงจะแต่งตัวล้ำสมัยแต่ป้าไม่มีสตางค์ที่จะซื้อของแพงอย่างเพื่อน ๆ ป้าจะใช้ตะกร้าหวายที่ใช้มานานแล้ว เอามาพ่นสีบ้าง เอามาใส่ดอกไม้บ้าง เอามาผูกผ้าบ้าง คือมีตะกร้าใบเดียวแต่ป้าทำให้มันมีหลายอารมณ์ได้ อย่างรองเท้านี่ ที่เกษตรฯจะมีงานบอลบ่อยมาก ต้องแต่งตัว ป้าจะเอาเข็มกลัดเพชรมาติดที่หัวรองเท้า หรือบางทีก็เอาเทปที่มีลักษณะเหมือนเทปกาวสองหน้ามาปะลงไปแล้วเอากากเพชรโรยลงไป นี่คือนิสัยของป้า


                ความสุขในมหาวิทยาลัยอีกตอนหนึ่งคือความตื่นเต้น ตอนที่เขาคัดเลือกนักร้องมหาวิทยาลัยเพื่อประจำวงเคยูแบนด์ พี่เขาเข้าไปเลือกในหอหญิงเพราะเขาไม่อยากให้เด็ก ตื่นเต้น ตอนแรกป้าไม่คิดสมัครแต่เพื่อน ๆ บอกให้สมัครก็สมัครไปและได้รับเลือกไปโดยที่ไม่คิดหรอกว่าตัวเองจะได้เป็นนักร้องของมหาวิทยาลัย ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ชีวิตสนุกมาก เราจะมีสิทธิพิเศษเราไม่ต้องเล่นกีฬาอะไรทั้งสิ้นแต่เราจะได้กีฬา A เพราะเขาถือว่าเราเสียสละให้กับมหาวิทยาลัย เนื่องจากเราต้องซ้อมหนักกว่าและอดนอน งานของเราคืองานบอลของนิสิตเก่าบ้างงานของอาจารย์บ้าง เพราะฉะนั้นเราจะกลับหอดึก คนในเคยูแบนด์จะมีอยู่สองประเภทคือ คนเรียนเก่งกับคนเรียนไม่เก่ง คนเรียนกลาง ๆ ไม่ค่อยมี ความสุขของป้าคือ เวลาเลิกเรียนคนอื่นเขาจะกลับหอแต่ป้าจะต้องไปซ้อมเพลง ตั้งแต่ทุ่มหนึ่ง ทุ่มกว่า ๆ ถึงสามทุ่ม เราต้องขอเลทกับหอหญิงไว้ที่วงเคยูแบนด์จะเหมือนบ้าน ที่นั่นจะเป็นที่นั่งเล่น ที่กินข้าว ที่เล่นเปียโน แล้วเพื่อนที่สนิทของป้ากลับไม่ใช่เพื่อนที่คณะแต่ เป็นเพื่อนที่วง อยู่วงเคยูแบนด์ป้าจะทำทุกอย่าง คนในวงจะรู้สึกว่าถึงบุคลิกของป้าจะเปรี้ยวแต่ป้าก็เหมือนเป็นแม่บ้านด้วย เพราะป้าจะทำกับข้าวเป็น ทุกปีเคยูแบนด์จะจัดงานทำบุญเลี้ยงพระทุกปี เราก็จะเป็นคนทำ มันตรงกันข้ามกับบุคลิกที่เพื่อนเห็น แล้วการได้อยู่วงเคยูแบนด์ทำให้ป้าได้ออกต่างจังหวัดซึ่งในชีวิตป้าไม่เคยได้ออกต่างจังหวัดเลย


                ช่วงปิดเทอม เคยูแบนด์จะต้องไปงานเกษตรฯบอลแต่ละจังหวัด ขึ้นไปแพร่ น่าน เชียงใหม่ ขาลงก็แวะมาเรื่อยไปรถไฟบ้าง ไปรถบัสของมหาวิทยาลัยบ้าง เวลาไปถึงแต่ละที่ก็จะมีพวกศิษย์เก่ามารับ เขาจะพาไปทานข้าวไปอะไร ป้าจะรู้จักรุ่นพี่เยอะมาก แล้วตอนออกทัวร์จะได้แต่งตัวสวยด้วย ถ้าเป็นงานวงในของมหาวิทยาลัยของพวกเรา แต่ตอนหลังนี้ ต้องแต่งชุดนิสิตเนื่องจากมีเรื่องตื่นเต้นคือตัวป้าเองป้าถูก
ทหารฉุด คือวันนั้นเราไปที่มหาวิทยาลัยเกษตรฯที่จังหวัดน่าน ไม่แน่ใจว่าเป็นแฟร์ที่เกษตรฯจัดร่วมกับทหารหรืออะไรสักอย่าง ก็มีทหารแต่งเครื่องแบบมาร่วมงานด้วย ก็มีทหารคนหนึ่งมาขอเราเต้นรำ เราก็ไม่เต้น ตามกฎของมหาวิทยาลัยนี่ถ้าวงของเราเล่นอยู่ เราไม่มีสิทธิ์เต้นรำ เขาขอเราก็ไม่เต้น เขาก็ขึ้นไปขอกับหัวหน้าวง หัวหน้าวงก็บอกป้าว่าอย่าให้มีเรื่องเลย เต้นเถอะ เราก็เต้น เต้น ๆ อยู่เขาก็ดึงเราลงจากฟลอร์ คว้าแขนทำท่าจะพาเราไปไหน คนในวงก็งงกันไปหมด เขาก็พูดจาเอะอะโวยวายว่าทำไมเราถึงรังเกียจเขา ไม่รู้จักเหรอว่า ผมเป็นใคร ป้าก็ทำใจดีสู้เสือคุยกับเขาว่า ไม่เห็นจะถามเลย ว่าเราชื่ออะไร เขาก็ถาม ป้าก็บอกชื่อ เกษมสุข ภมรสถิตย์ เผอิญนามสกุลของป้าเป็นนามสกุลของแม่ทัพ เป็นคุณอา เขาก็ถามว่าอ้าว...เป็นอะไรกับท่านยุทธศักดิ์ ภมรสถิตย์ ป้าก็บอกเป็นหลาน อยากดูบัตรนักศึกษามั้ย พอเขาดูก็บอกคุณขู่ผม ป้าก็บอกไม่ได้ขู่ ถ้าคุณทำอะไรคุณก็จะรู้เลย เขาก็เลยพากลับมาส่ง ตั้งแต่นั้นมาก็เป็นกฎของมหาวิทยาลัยเลยว่าจะต้องแต่งฟอร์มทุกครั้งที่ไปเล่นดนตรี


             ช่วงอยู่เคยูแบนด์ป้ามีความสุขมากที่ได้ร้องเพลง ได้เต้นรำ แต่กระนั้นเพื่อน ๆ ในวงก็ไม่รู้อีกว่าป้าชอบเพลงอะไร เพราะป้าไม่เคยแสดงตัวเลยว่าป้าชอบเพลงคลาสสิก ป้าไม่เคยแสดงตัวเลยว่าป้าร้องเพลงฝรั่งได้เพราะป้าถูกสอนมาให้ร้องเพลงซเลนโต้ ให้ร้องเสียงโซปราโน่ ป้ารู้ว่าถ้าป้าทำไปป้าจะเด่นไป ป้ารู้แล้วว่าถ้าเราจะมีความสุขอยู่ตรงนี้ตลอดเราควรจะอยู่ในที่ทางอันสมควร ตลอดเวลาป้าจึงร้องแต่เพลงไทย เช่น เพลงลมหวล เพลงหลงคอย เพลงลาวเจริญศรี และอีกเยอะแยะมากมาย ป้าอยู่ในวงเคยูแบนด์จนเรียนจบ ส่วนเรื่องเรียนหนังสือ ก่อนที่คุณแม่เสียป้าเรียนหนังสือดี แต่พอคุณแม่เสียไปเราต้องทำขนมขาย ต้องทำอะไรหลาย ๆ อย่างมาก การเรียนก็ตกลงไป แต่ไม่ใช่ว่าเรียนไม่ดี แต่ก็ไปเด่นในเรื่องของกิจกรรม ป้าเป็นประธานชมรมสังคมศาสตร์คนแรกของมหาวิทยาลัย ความสุขของป้าป้าได้แสดงออกในสิ่งที่อยากแสดงออกแต่ไม่ทั้งหมด และที่ป้าภูมิใจที่สุดคือในหลวงท่านโปรด ถ้าเป็นปีหนึ่งปีสอง ทุกคนจะทราบว่าถ้าในหลวงเสด็จฯมาทรงดนตรีทุกคนจะต้องขึ้นไปร้อง อาจารย์ระพี สาคริก จะเป็นคนสีไวโอลิน ในหลวงท่านก็จะทรงเป่าแท็มเป็ต และมีครั้งหนึ่งตอนอยู่ปี 4 ป้าเห็นว่าป้าอยู่ปี 4 แล้วคงไม่ต้องขึ้นไปร้องเพลง ป้าเลยเดินเล่นอยู่ข้างล่าง เขาก็ประกาศเรียกว่า ในหลวงท่านทรงถามถึงว่าคนที่ร้องเพลงลมหวล อยู่ที่ไหนป้าก็เลยต้องขึ้นไปร้องเพลง จำได้ว่าวันนั้นนุ่งกระโปรงสั้นมาก เพราะไม่คิดว่าจะต้องขึ้นเวทีพอลงมาสมเด็จท่านเรียกไปบอกว่า ขาสวยนะจ๊ะ แต่ถ้าใส่กระโปรงยาวจะสง่ากว่านี้มาก ท่านมีวิธีตักเตือน เราก็รู้แล้วว่าเราโดนดุแล้ว แล้วเวลาเข้าไปในวัง ในหลวงท่านจะมีสถานีวิทยุ อส. ท่านจะทรงให้มหาวิทยาลัยแต่ละที่เวียนกันเข้าเล่นดนตรี วงเราก็เข้าไปเล่นด้วย ทุกคนจะได้ร้องเพลง สิ่งหนึ่งที่ป้าประทับใจคือ ป้าจะชอบเก้าอี้ที่ท่านทรงดนตรี ป้าจะมองแล้วรู้สึกว่าสวยจัง


              ทุกครั้งที่ไปเล่นดนตรีในวัง คุณแม่ก็จะเปิดวิทยุแล้ว ชวนพี่ ๆ น้อง ๆ มาคอยฟังเสียงป้าเวลาป้าร้องเพลง แล้วเวลาที่เราตระเวนไปตามสถานที่ต่าง ๆ ป้าก็ได้เป็นขวัญใจเกษตรฯบอลโดยที่ไม่รู้ตัว วันนั้นมีงานที่พิษณุโลก ตอนนั้นยังแต่งชุดราตรีไปร้องเพลงได้ ป้าก็ใส่ด้วยพอไปถึงงานก็มีคนเอาพวงมาลัยมาให้ ก็รับไว้ไม่ได้คิดอะไร สักพักเขาก็เรียกบอกว่าใครที่มีพวงมาลัยให้ขึ้นไปบนเวที ป้าก็ไม่ขึ้น พี่เขาก็บอกทำไมไม่ขึ้น เราก็บอกพวงมาลัยหายไปแล้ว เขาก็เอามาให้ใหม่แล้วบอกขึ้นไป ป้าก็ขึ้นไปแบบไม่เข้าใจ ปรากฏว่าได้เป็นขวัญใจเกษตรฯ เช้าขึ้นมาก็ได้ลงหนังสือพิมพ์ มีรูปลงสวยงามเรียกว่าเป็นดาวมั้ยป้าไม่ทราบ ถามว่าชอบมั้ยไม่ชอบ เพราะอะไร เพราะป้าอยู่โรงเรียนเขมะฯมาซึ่งโรงเรียนเราจะโบราณ เขาจะไม่ค่อยผลักดันให้นักเรียนเป็นอะไรอย่างนี้ แต่เป็นดาราไม่เป็นไร ที่บอกไม่ชอบอาจจะเป็นเพราะตัวป้าเองก็ได้เพราะเวลาไปไหนคนก็จะมอง เวลาไปไหนก็จะได้เป็นอย่างนี้ ตัวเองไม่ใช่คนสวยนะ เพราะเมื่อก่อนป้าจะผิวคล้ำ สวยแต่รูปร่าง ตอนเรียนจบแล้วยังมีคนมาทาบทามไปประกวดนางสาวไทยเลย โกรธเขามากเลยตอนนั้น เพราะความสุขของเราตอนนั้นมีแค่เพียงได้อยู่วงเคยูแบนด์ มีความสุขที่ได้อยู่กับเพื่อน ๆ ป้ามีเพื่อนผู้ชายที่ดี ๆ ที่มีจิตใจไม่คิดเป็นอื่นคอยดูแลคอยช่วยเหลือเราตลอดเวลา นอกจากประสบการณ์ชีวิตมากมายที่เก็บเกี่ยวได้ ตลอดเวลา 4 ปีในมหาวิทยาลัยเกษตรฯ สิ่งหนึ่งที่ป้าได้มามากคือประสบการณ์ของการยืนอยู่หน้าที่ชุมชน การยืนร้องเพลงอยู่ต่อหน้าคนเป็นพัน ๆ คน มหาวิทยาลัยเกษตรฯ ทำให้เราเข้าใจสังคมมากขึ้นเพราะสังคมของเกษตรฯมีทั้งคนมีสตางค์และไม่มีสตางค์ป้ารู้สึกประทับใจมากที่ไม่ถูกกดดัน ได้มีชีวิตที่อิสระและเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด

จากหนังสือ อันเนื่องมาจาก...ความรัก

ป้าใส เกษมสุข ภมรสถิตย์

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0078803658485413 Mins