ถ้านิ่งกับสุขมันต้องเห็น

วันที่ 10 พค. พ.ศ.2565

10-5-65-3-b.jpg

ถ้านิ่งกับสุขมันต้องเห็น เหมือนถูกต้อนให้เห็นอย่างเดียว

                ถ้านิ่งกับสุขมันต้องเห็น เหมือนถูกต้อนให้เห็นอย่างเดียว : (พระลูกชาย: รู้สึกมีความสุข พอมีความสุขก็สว่าง เข้ากลางไปได้มีฉันทะมากขึ้น นั่งได้ยาวนานมากขึ้น) เออ มีความสุขก็เป็นต่อแล้ว สำคัญนะตรงนี้ ตรงนี้จะเป็นตัววัด ไม่ใช่นั่งไปแล้วมีความทุกข์ นั่งเป็นทุกข์ก็แย่แล้ว (พระลูกชาย: ผมเริ่มจากย่อ-ขยาย ต่างจากเมื่อก่อนคือมีแต่ภาพ แต่ตอนนี้มีทั้งภาพและความสุขครับ) ดี ถ้านั่งแล้วมีความทุกข์จะนั่งไปทำไม ต้องมีความสุขขนาดที่อยู่คนเดียวในป่าได้ ซึ่งไม่ใช่ง่ายนะ ขนาดหลายคนยังอยู่ไม่ได้เลย ต้องนิ่งในระดับที่ความสุขมาติดเรา นี้เป็นข้อวัดว่าเราทำได้สมบูรณ์ ถ้านิ่งจะสุข ถ้าสุขก็จะนิ่ง ๒ อย่างนี้คู่กัน พอมีความสุขก็จะมีความสว่าง สว่างก็เห็น มีภาพให้ดู เห็นแล้วก็รู้ ความรู้ก็จะมาติดเรา มันก็จะชัด ก็จะตอบตามภาพ ก็จะชัดขึ้นเรื่อยๆ เป็นไปเอง มันเหมือนช้าแต่ไม่ช้า สำคัญต้องมีความสุข ฝืน ๆ แกน ๆ มันไม่มีความสุข ทำซ้ำ ๆ
ให้มันชำนาญ ค่อยๆ ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ ถ้านิ่งกับมีความสุข มันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะไม่เห็น มันไม่มีทางเลือกอื่นใดเลย เหมือนเราถูกต้อนให้ถึงทางตัน บังคับให้ต้องเห็น จะถูกต้อนให้จนตรอกให้ต้องเห็นอย่างเดียวเลย พอจนมุม อ้า เห็นก็เห็น แต่เราต้องดึงดูดสิ่งนั้นมาด้วยการหยุดนิ่ง


คุณครูไม่ใหญ่

จากหนังสือ ง่ายที่สุดคือหยุดได้ เล่ม ๒

 Total Execution Time: 0.0012842138608297 Mins