เดินตามรอยคุณยายอาจารย์ฯ สรุปโอวาทการปฏิบัติธรรมที่ ๗๙

วันที่ 03 พย. พ.ศ.2565

3-11-65-1-b.jpg

สรุปโอวาทการปฏิบัติธรรมที่ ๗๙
         

                 เดินตามรอยคุณยายอาจารย์ฯ : ต้องทำอย่างคุณยายอาจารย์ฯ ถ้าอยากจะเป็นอย่างคุณยายอาจารย์ฯ ต้องมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะศึกษาวิชชาธรรมกาย ต้องปลูกสำนึกด้วยตนเอง มีเป็นที ๆ หรือถี่ๆ มันต้องเป็นแบบท่าน ทำแบบท่าน ถึงจะไม่เท่าท่าน ๑๐๐% เพราะบารมีท่านมาก แต่เราก็ต้องขวนขวายเดินตามรอยท่าน ตรงนี้จึงจะไปศึกษาวิชชาธรรมกายได้ ถ้าหากขึ้น ๆ ลง ๆ วันอาทิตย์เป็น วันจันทร์เพี้ยน ต้องทุกวัน ขวนขวายเอาใจใส่ ตอนท่านมาเรียนธรรมะใหม่ ๆ คุณยายอาจารย์ฯท่านจะอยู่กับตัวเองมาก ไม่สนใจเรื่องอะไรเลย ท่านมาทีหลัง มีรุ่นก่อนคุณยายอาจารย์ฯ แต่ท่านขวนขวายทุกอิริยาบถ ท่านไม่ค่อยได้ไปไหน ในที่สุดท่านก็มาเป็นอันดับ ๑ ท่านไม่ค่อยไปไหน เพราะพระเดชพระคุณหลวงปู่ท่านก็ไม่ให้ไป แม้จะหากุศโลบายข้ามไปฝั่งพระนคร ก็ยังไปไม่ได้เลย ที่หลวงพ่อเคยเล่าให้ฟัง คุณยายขอพระเดชพระคุณหลวงปู่ว่า “หลวงพ่อคะ ลูกอยากไปฝั่งพระนคร” พระเดชพระคุณหลวงปู่ถาม “จะไปทำไม” คุณยายก็ตอบ “จะไปซื้อขนม” พระเดชพระคุณหลวงปู่ตอบว่า “ขนมอยู่ในท้องมึง ให้นึก ๆ เอา” แล้วพรุ่งนี้ก็มีขนมมา และเป็นอย่างนี้หลาย ๆ ครั้ง ที่ไปได้ก็ตอนพระเดชพระคุณหลวงปู่ท่านสิ้น กับตอนที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ท่านสั่งให้ไป มีสั่งให้ไปปราบเจ้าเข้าทรง สั่งให้ไปจังหวัดฉะเชิงเทราหรือจังหวัดชลบุรี จำไม่ได้ เนื่องจากมีคนมากราบเรียนพระเดชพระคุณหลวงปู่ว่า “มีคนมาเข้าทรงหลวงพ่อปาน (วัดนิโครธาราม) มีคนมาขึ้นมาก เต็มศาลาวัด” เรื่องเจ้าเข้าทรงนั้น พระเดชพระคุณหลวงปู่ไม่ชอบ เพราะไม่ใช่ทางพระรัตนตรัย จึงส่งคุณยายไป ท่านก็เอาอุบาสิกาแม่ชีไปเป็นพี่เลี้ยง ๑ คน ไปด้วยกัน ๒ คน ไปพักในป่าช้า มีคนเอาสมอมาให้คุณยายกิน ลูกสมอที่เป็นปานะ ท่านเคี้ยววันนั้นถ่ายท้องหมดแรงเลย วันรุ่งขึ้นที่ศาลาคนเต็ม ที่เชิงบันไดมีทั้งตะพด ดาบ ไม้ ถือขู่ มีผู้หญิงตั้งครรภ์บอกป่าวประกาศ หลวงพ่อปานจะมาเกิด คุณยายอาจารย์ฯ บอก “ยายไม่ได้สนใจ ใครจะยังไง ยายก็เฉยๆ จะมาทำหน้าที่ที่หลวงปู่มอบหมายให้สำเร็จ” แล้วท่านก็ไปนั่งข้างหน้า คนก็เต็ม คนทรงอยู่ท้าย ๆ วิ่งเข้ามาจะทำร้ายคุณยายอาจารย์ฯ กี่ที กี่ทีก็ล้ม มาไม่ถึงคุณยายห่างกัน ๒ เมตร ก็ล้มโครม ๆ คุณยายก็นั่งหลับตากับพี่เลี้ยงที่มาดูแลปรนนิบัติ เป็นอย่างนี้จนกระทั่งเอาที่สิงๆ ออก คุณยายนั่งไม่นานเท่าไหร่ คนทรงล้มแล้วก็ด่าว่าคุณยาย ตัวทรงด่า ตัวสิงออกไปก่อนกลับคุณยายก็บอกคนในศาลาว่า เด็กที่อยู่ในท้องไม่ใช่ผู้ชาย เป็นผู้หญิง แล้วก็ลงศาลาไปเลย จนกระทั่งครรภ์แก่ คลอดออกมาเป็นผู้หญิง เลยเสื่อมไปเลย
           

                อีกครั้ง คุณยายทองสุขท่านไปด้วย ต้องไปสอนธรรมะ พระเดชพระคุณหลวงปู่ใจดี เพราะหลังสงครามแล้ว เจอเขาปล่อยตะปูกลางท้องนา เห็นตะปูตัวงอ ๆ เดี๋ยวเป๊งๆ คุณยายไม่เคยเห็นตะปูตัวงอ ๆ ที่ใครขว้างตะปูมา ทั้ง ๆ ที่มันโล่ง ใครจะขว้างมาได้ ก็ต้องยิงหนังสติ๊ก จนคุณยายทองสุขว่า “อีก้างเอ้ย มึงอย่าไปหยิบ เขาปล่อยของมา” คุณยายหยิบขึ้นมา โดยปกติใครหยิบมา มันจะเข้าตัวแต่ตะปูไม่เข้าตัวคุณยาย ท่านก็เก็บใส่ถุงได้มาถุงเบ้อเร้อ กลับมาก็มาถวายพระเดชพระคุณหลวงปู่ แล้วก็เล่าให้พระเดชพระคุณหลวงปู่ฟัง ท่านก็หัวเราะ และบอกว่า “มันทำอะไรไม่ได้” ที่ไปเพราะท่านส่งให้ไป ถ้าไม่สั่งก็อยู่ค้นวิชชาตลอด นี่อยากให้ลูกเป็นอย่างนี้ เดินตามรอยยาย จะได้เป็นอย่างคุณยายอาจารย์ฯ ต้องรู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดจริงๆ ไม่มีสันนิษฐานวิชชา แล้วคุณยายท่านเป๊ะ ๆ ๆ พอคุณยายตอบ...ผลั้วะเข้าไปเลย คุณยายนิ่งไปจนขาดรู้ ที่ขาดรู้ คือ ม้วนเดียวจบ ขาดรู้...เวลาพระเดชพระคุณหลวงปู่ตื่นมาตอนไหน ท่านถามก็ตอบได้ ถ้าไม่ขาดรู้ เข้า ๆ ออก ๆ มองเข้าไปข้างใน มองไปตอบไป ถ้าขาดรู้พรวดเข้าไปข้างใน ออกมาแล้วถามถี่เลย เพราะฉะนั้น เราต้องเดินตามคุณยายอาจารย์ฯ ท่านจะไม่มากไม่น้อย ท่านจะพอดีๆ ไม่มี overload หลวงพ่อยังอยากเดินตามรอยคุณยายอาจารย์ฯ เพราะฉะนั้น ตั้งเป้ามาศึกษาวิชชาธรรมกาย ต้องแทงตลอด สันนิษฐานไม่เอา ต้องรู้แจ้งเห็นจริง เพื่อตัวเรา โดยอ้อมเพื่อส่วนรวม ถ้าไม่จริงก็คลุม ๆ เครือๆ พอสันนิษฐานวิทยาแล้วก็ไม่เกิดประโยชน์ แม้สันนิษฐานวิทยาถูกก็ไม่เอา ให้สอนตัวเอง กฎข้อนี้สำคัญนะลูกนะ ต้องสอนตัวเอง เราหลับตา เราพึ่งตัวเราเอง ผู้ที่เป็นเช่นนี้แสดงว่า พญามารแทรกไม่ได้ต้องนิ่งแน่นอย่างเดียว พญามารจะกลัวผู้ที่รู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดเอาจริงเอาจังเด็ดเดี่ยว ถ้าตอบคลุม ๆ เครือ ๆ พญามารไม่กลัว
คุณครูไม่ใหญ่

จากหนังสือ ง่ายที่สุดคือหยุดได้ เล่ม ๑

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0094739357630412 Mins