ดำเนินจิตให้บริสุทธิ์

วันที่ 14 กพ. พ.ศ.2567

140267b01.jpg
พระธรรมเทศนา พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย)
วันอาทิตย์ที่ ๒ มกราคม ๒๕๒๖

   ดำเนินจิตให้บริสุทธิ์  

 

        ตอนนี้ตั้งใจกันให้ดีทุก ๆ คน ตอนนี้เป็นตอนที่สำคัญ ก่อนจะบูชาข้าวพระ เราก็จะชำระใจให้บริสุทธิ์ ผ่องใส ภายหลังจากที่เราได้กล่าวคำบูชาข้าวพระเรียบร้อยแล้ว เราจะได้นำดอกไม้ธูปเทียน อาหารหวานคาวไปถวายเป็นพุทธบูชา แด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และในอนาคต เพราะฉะนั้นขอให้ทุกคนทำใจของเราให้หยุดให้ฟัง ไปที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ กันทุก ๆ คน ให้ปล่อยหมด ปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่าง ให้ใจของเราให้หยุดนิ่งไปที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ นอบน้อมไปถึงพระผู้มีพระภาคเจ้าทั้งในอดีต ปัจจุบันและในอนาคต

        พระผู้มีพระภาคเจ้าทั้งในอดีต ปัจจุบัน อนาคตที่ท่านได้เป็นพระพุทธเจ้าได้ ก็เพราะว่าท่านตัดกิเลสอาสวะได้ทั้งหมด เข้าไปเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมกาย ธรรมกายนั่นแหละคือตัวของพระพุทธเจ้า เป็นกายของผู้ตรัสรู้ธรรม เป็นกายที่ทำให้เป็นพระพุทธเจ้า หลุดพ้นจากทุกข์ทั้งหลาย เป็นกายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยบรมสุข มีสุขอย่างเดียว ไม่มีทุกข์เจือเลย เป็นกายที่ห่างไกลแล้วจากกิเลสจากอาสวะทั้งหลาย สมบูรณ์ด้วยวิชชาและจรณะ ธรรมกายที่ละเอียดที่สุดนะ สมบูรณ์ด้วยวิชชาและจรณะ วิชชา ๓ วิชชา ๘ อภิญญา ๖ จตุปฏิสัมภิธาญาณ และจรณะ ความประพฤติทุกอย่างบริสุทธิ์บริบูรณ์หมด ระลึกชาติได้ รู้การเกิดขึ้นและดับไปของสัตว์โลก รู้จักการกำจัดอาสวะกิเลสให้หมดสิ้นไป หูทิพย์ตาทิพย์ มีมโนมยิทธิ์อิทธิวิธีอะไรต่าง ๆ ทั้งหมดนี้รวมประชุมอยู่ในธรรมกายทั้งหมดนี้เรียกว่าวิชชา 

        เมื่อบังเกิดขึ้นมาก็ขจัดความมืด ความไม่รู้จริงอะไรก็หมดไป ไม่รู้เรื่องอดีตที่ผ่านมาแล้วว่ามันเป็นมาอย่างไร หรือความเป็นจริงในปัจจุบันนี้ ว่าในโลกที่เราอยู่ในขณะนี้น่ะมันเต็มไปด้วยความทุกข์ เป็นของมีจริง เป็นสิ่งที่ควรจะกำหนดรู้ ธรรมกายได้กำหนดรู้แล้ว หรือเหตุให้เกิดทุกข์เป็นของมีจริง เป็นสิ่งที่ควรละ ธรรมกายได้ละตัดขาดซะสิ้นเชิงหมดแล้ว และได้ทราบว่าความทะยานอยากนี้แหละเป็นเหตุให้เกิดความทุกข์ทรมานทั้งหลาย เป็นเหตุแห่งการเวียนว่ายตายเกิด 

        ธรรมกายที่สุดที่ตรัสรู้ธรรมน่ะ เป็นผู้รู้ผู้เห็น เข้าอกเข้าใจหมด ตัดละ ตัดขาดสมุทัย เหตุให้เกิดความทุกข์ทั้งหลายให้หมดสิ้นไป ปัจจุบันรู้ว่า วิธีที่จะขจัดกิเลสอาสวะได้ก็ต้องอาศัยทำกาย วาจา ใจให้บริสุทธิ์ด้วยทาน ด้วยศีล ด้วยภาวนา และยิ่ง ๆ ขึ้นไป ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา อะไรต่าง ๆ เหล่านั้น ธรรมกายนี่แหละเป็นผู้ที่ดำเนินจิตให้บริสุทธิ์ไปอย่างนั้น ในปัจจุบันนี้ท่านก็รู้หรือในอนาคตก็รู้หมด รู้ทุกสิ่งทุกอย่างไปตามความเป็นจริง สิ่งอะไรไม่ดีท่านก็เว้นหมด เหลือแต่สิ่งที่ดีงามทั้งหมด นี่แหละคือคุณสมบัติของธรรมกาย เมื่อขจัดทุกข์ได้ไปหมดสิ้นแล้วก็เหลือแค่ความสุขโดดเด่นอยู่อย่างเดียว เหมือนดวงอาทิตย์ที่ผุดขึ้นมาขจัดความมืด เมื่อความมืดหมดไป แล้วก็เหลือแต่ความสว่างไสวอย่างเดียว ปรากฏอยู่ในโลก ธรรมกายก็เช่นเดียวกัน เมื่อบังเกิดขึ้นกับบุคคลใดย่อมขจัดความมืดบอดในใจของบุคคลนั้นให้หมดสิ้นไป เหลือแต่ความสว่างไสวของวิชชา การรู้แจ้งแทงตลอดรู้ไปตามความเป็นจริง บังเกิดขึ้นกับบุคคลนั้น ประดุจดวงอาทิตย์ตอนเที่ยงวัน

        เพราะฉะนั้นธรรมกายนี้แหละเป็นกายที่สำคัญที่สุด เป็นเนื้อหนังของธรรมะ ทั้งก้อนกายก็เป็นธรรมะล้วน ๆ มีแต่ความบริสุทธิ์ล้วน ๆ มีกระแสแห่งความบริสุทธิ์แผ่ซ่านออกจากธรรมกาย สิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ ไม่เข้ามาใกล้ เพราะฉะนั้นท่านจึงได้ชื่อว่าเป็นพระอรหันต์หรืออรหัง ห่างไกลจากข้าศึกคือกิเลส กระแสแห่งความไม่บริสุทธิ์เข้ามาใกล้ไม่ได้ รู้แจ้งโลก ธรรมกายทั้งหมดนี้รู้แจ้งทั้งหมด ทั้งรู้ทั้งเห็น เพราะตาธรรมกายนี่มองได้ทะลุไปหมดในภาพทั้ง ๓ กามภพ รูปภพ อรูปภพ ภาพที่ยังเจือปนอยู่ด้วยตามติดอยู่ในกาม ท่านก็แทงตลอดหมด เห็นทั้งคุณทั้งโทษ เห็นวิธีที่จะหลุดลอดออกจากกามภพได้ กระทั่งสามารถให้หลุดรอดด้วยตัวของตัวเองได้ ทะลุถึงรูปภพ อรูปภพ ทุกสิ่งทุกอย่างรู้ไปหมด แจ้งแทงตลอดเป็นสัพพัญญู นี่ก็คือคุณสมบัติของธรรมกาย องค์ที่สุดที่อยู่ในกายของทุก ๆ คน นั่นแหละคือคุณสมบัติอันนั้น ถึงอย่างนี้จะไปที่ไหนก็เสด็จไปดี อยู่ในมนุษย์โลก

        ใครมีธรรมกาย ใครเห็นธรรมกาย เข้าถึงธรรมกาย เป็นธรรมกายละก็ ไปที่ไหนก็ย่อมนำสิริมงคลไปในสถานที่นั้น เพราะกระแสใจของผู้ที่ได้ธรรมกาย เห็นธรรมกาย มีแต่ความปรารถนาดี เต็มเปี่ยมไปหมด ท่วมท้นอยู่ในจิตในใจไปหมด กระแสแห่งความปรารถนาดีจะหลั่งไหลออกมาเป็นคำพูด เป็นการกระทำในสิ่งที่แสดงออกให้ทุกคนได้พบ ได้เจอะได้เจอ มีการเปลี่ยนแปลงชีวิตอันยิ่งใหญ่ เข้าถึงบรมสุขที่อยู่ภายในตัวได้ทุก ๆ คน

        เพราะฉะนั้นธรรมกายจึงได้มีคุณสมบัติอีกอย่างคือไปที่ไหนก็เสด็จไปดี ไปดีจนกระทั่งไปสู่แดนอันเกษม คือพระนิพพาน นี่คือคุณสมบัติของธรรมกายที่มีอยู่ในตัวของพวกเราทุก ๆ คน เมื่อเข้าถึงธรรมกายแล้วน่ะ ความรู้อันบริสุทธิ์ทั้งหลายที่จะเป็นเหตุให้พ้นจากทุกข์ เป็นความรู้ที่ยิ่งรู้ก็ยิ่งทำใจให้สว่าง ให้มีความสุขให้มีความเบิกบาน ให้พ้นจากทุกข์ทั้งหลายน่ะ บังเกิดขึ้นพร้อมกับการบังเกิดขึ้นของธรรมกาย จนกระทั่งสามารถที่จะรวบรวมเป็นหัวข้อที่จะมาสั่งสอนชี้ทางแนะนำทั้งมนุษย์และเทวดาทั้งหลายให้ได้เข้าถึงธรรมกายเช่นเดียวกันได้ เพราะฉะนั้นธรรมกายนี่จะเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าภะคะวาก็ได้แปลว่าผู้มีโชค ผู้จำแนกแจกจ่ายธรรม

        เพราะฉะนั้นธรรมกายทั้งหลายเนี่ย ปรากฏอยู่ในอายตนนิพพาน ธรรมกายของพระพุทธเจ้าทั้งหลายน่ะยังมีปรากฏอยู่ในอายตนนิพพาน มากมายนับพระองค์ไม่ถ้วน ปรากฏอยู่ในนั้นเต็มไปหมด นับอสงไขยพระองค์ไม่ถ้วน วันนี้แหละเราจะได้นำดอกไม้ธูปเทียน อาหารหวานคาว จะกลั่นกรองด้วยใจของธรรมกายที่สะอาดที่บริสุทธิ์ น้อมขึ้นไปถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่มีพระธรรมกายปรากฏอยู่ในอายตนนิพพาน หนทางที่จะเข้าถึงธรรมกายมีอยู่หนทางเดียวเท่านั้น คือจะต้องผ่านเข้าไปที่ศูนย์กลายกายฐานที่ ๗ อยู่ภายในตัวของเราน่ะ 

        เหมือนแก่นของต้นไม้ก็ต้องอยู่ในกลางต้นไม้ แก่นของคนก็ต้องอยู่ในกลางตัวคนอย่างนั้น มีอยู่หนทางเดียวเท่านั้นที่จะเข้าไปถึงได้ คือศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ที่เหนือจากจุดตัดของเส้นเชือกทั้ง ๒ ขึ้นมาสองนิ้วมือ ที่ได้แนะนำให้พวกเราเอาใจมาหยุดนิ่งอยู่ที่ตรงนี้ เราก็จะเข้าถึงธรรมกายของพระพุทธเจ้าในอายตนนิพพานได้ อาศัยผ่านเข้าทางศูนย์กลางกายของตัวเรา ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงใจระหว่างมนุษย์กับอายตนนิพพาน อยู่ในกลางตัวของเราอยู่ที่ตรงนี้ ถ้าเราเอาใจมาหยุดนิ่งให้ถูกส่วนที่ฐานที่ ๗ พอถูกส่วน อาศัยบริกรรมนิมิตกับบริกรรมภาวนาเป็นจุดเชื่อมโยงให้ถูกส่วนที่ศูนย์กลาง พอถูกส่วน ไม่ช้าปฐมมรรคก็เกิดขึ้นมาเองเป็นดวงสว่าง ดวงสว่างยิ่งกว่าดวงอาทิตย์เที่ยงวัน 

        ความสว่างของปฐมมรรคนี้ ให้ความสดชื่นกับการเห็นกับร่างกายกับใจของเรา ไม่มีส่วนไหนของความสดชื่นจากการที่ได้เข้าถึงปฐมมรรคจะไม่ถูกต้องไปทั่วทั้งกายทุกขุมทุกขนไปหมด ปฐมมรรคอันนี้แหละเป็นต้นทางที่จะเข้าถึงธรรมกาย ปฐมมรรคอันนี้อยู่ในตัวของพวกเราทุก ๆ คน มีหมด อยู่ตรงนี้ที่เดียว ไม่ได้เกิดที่อื่น เพราะฉะนั้น ถ้าหากใครเอาใจมาหยุดนิ่งอยู่ตรงนี้ละไม่ช้าก็จะเข้าถึงปฐมมรรคได้ แล้วก็อาศัยเส้นทางจากปฐมมรรคอันนี้แหละ อาศัยผ่าน เอาใจให้ละเอียดอ่อนเข้าไปสู่ภายในของปฐมมรรค พอเข้าไปพอถูกส่วนเข้าก็จะเห็นกายในกายไปตามลำดับ 

        ตั้งแต่กาย กายที่ไม่เป็นสาระแก่นสาร จนกระทั่งไปถึงกายธรรมที่ละเอียดที่สุด อาศัยจากศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ของปฐมมรรคอันนี้ ถ้าหยุดได้ถูกส่วนก็จะเข้าถึงกาย กายต่าง ๆ ซึ่งเป็นทางที่จะทำให้เข้าถึงธรรมกายนะ กายเหล่านี้ก็ซ้อนอยู่ในตัวของทุกๆ คน อย่างท่านที่มาบ่อย ๆ ก็จะได้ยินได้ฟังว่ามีกายในการซ้อนกันอยู่อย่างนี้ เป็นชั้น ๆ เข้าไป ละเอียดปราณีตแตกต่างกันไป มีคุณสมบัติแตกต่างกันไป ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเข้าถึงธรรมกาย ในกลางของกลางตัวนั้น 

        ธรรมกาย รูปร่างของธรรมกาย ถ้าใครไม่เข้าถึงก็ไม่รู้จัก ไม่ทราบว่ามีจะลักษณะอย่างไร แต่ผู้ที่เข้าถึงแล้วก็รู้จัก ทราบได้ว่าคือธรรมกายมีลักษณะอย่างนี้ เป็นกายที่สวยงามที่สุด เป็นมาตรฐานของมนุษย์ทั้งหลายเป็นกายที่สมบูรณ์หมด สวยงามกว่ามนุษย์และเทวดา รูปพรหม อรูปพรหมทั้งหลาย อยู่ในกลางกายของเรา เป็นรูปปฏิมากร พุทธปฏิมากร ให้เป็นเพชร ไปเลยหรือยิ่งกว่าเพชรอย่างนั้น ใสเป็นแก้ว มาเป็นเพชรมีรัศมีสว่างไสว เข้านิโรธสมาบัติอยู่กลางตัวของเรา อยู่ในกลางของกลาง เกตุดอกบัวตูม องค์ใหญ่ องค์เล็กขึ้นอยู่กับบารมีของและท่านที่ได้อบรมสั่งสมมา 

        ธรรมกายนี่ก็มีอยู่กับหลายระดับขั้นตอน ที่แบ่งเป็นขีดเป็นชั้นไปน่ะ ก็จัดแยกเอาตามความบริสุทธิ์ของจิต ที่ละสังโยชน์ได้ ละได้มากธรรมกายก็จะเบ่งบานมาก ขยายกว้างขึ้นมาก ถ้าละได้น้อย ก็เล็กลงเข้ามาหน่อย ละได้เต็มส่วน ตัดสังโยชน์ได้ขาดหมดโดยสิ้นเชิง ธรรมกายก็ขยายส่วน หน้าตักได้ ๒๐ วาของมนุษย์ และหน้าตักเท่ากับความสูง ๒๐ วา สูงเท่ากัน อยู่ในกลางของกลางตัว ใสแจ่ม 

        ขณะที่เข้าถึงธรรมกายนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างเราปล่อยวางหมด ไม่ติดอะไรเลย กายมนุษย์นี่เราก็ไม่ติด ลูกหลานไม่ติด ครอบครัวไม่ติด อะไร ไม่ติดทั้งหมดในโลกนี้ไม่ติด กายมนุษย์ละเอียดภายในตัวก็ไม่ติด เป็นทางผ่านเข้าไปเรื่อย ๆ กายทิพย์ก็ไม่ติด จะสวยจะงามจะดีจะเด่นวิเศษแค่ไหนไม่ติด ผ่านเข้าไปเรื่อย กายพรหม อรูปพรหม ที่ละเอียดปราณีตแค่ไหนก็ไม่ติด ปล่อยผ่านหมด เพราะว่าเห็นว่ากายเหล่านั้นไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลงอยู่ได้ ทนสภาพเดิมไม่ได้ หมดกำลังบุญก็จะต้องจุติมาเกิดไปเป็นมนุษย์อีก ก็ผ่านไปอย่างนั้น ผ่านไปเรื่อยจนกระทั่งเข้าไปถึงกายที่มั่นคงที่สุด อยู่ในกลางของกลาง ไม่มีกลางต่อไปนั่นแหละที่สุดของทุกข์ 

        กายธรรมอรหัตองค์ที่สุด หน้าตัก ๒๐ วา ใสเป็นแก้ว เราเข้าถึงกายธรรมในระดับไหนก็ตาม ตั้งแต่ขั้นโคตรภู คือครอบงำทำลายปุถุชน หมายถึงครอบทำลายความรู้สึกนึกคิดแบบปุถุชนน่ะ เหนือกว่าความคิดของปุถุชน แต่ยังไม่สูงส่งเท่ากับความคิดของพระอริยเจ้า ถึงธรรมกายในระดับของโคตรภูอย่างนี้ก็สามารถที่จะน้อมนำดอกไม้ธูปเทียน อาหารหวานคาวเนี่ย ถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระธรรมกายของพระพุทธเจ้าในอายตนนิพพานได้ เพราะฉะนั้นต่อจากนี้ไป ขอให้ทุกคนน่ะนึกน้อมจิตเอาดอกไม้ธูปเทียน อาหารหวานคาว เอามาตั้งไว้ที่ในกลางตัวของเราน่ะ ที่ศูนย์กลางกาย นึกให้ใสให้สว่าง ให้หยุดให้นิ่ง แล้วก็น้อมไปนะ น้อมเข้าไปในกลางของกลางตัว ใครไม่เห็นก็เอาใจหยุดนิ่งเฉย ๆ ที่ศูนย์กลางน่ะ ใครเห็นในระดับไหน ละเอียดอ่อนขนาดไหนก็เอาใจหยุดในระดับขนาดนั้น 

        ส่วนคุณยายก็คุมหมด คุมทุก ๆ คน คุมเครื่องไทยธรรมเหล่านี้ทั้งหมด ขึ้นไปถวายเป็นพุทธบูชา แด่พระพุทธเจ้าในอายตนนิพพานทุก ๆ พระองค์ ให้สุดรู้สุดญาณ ญาณรู้เราไปได้แค่ไหนก็ถวายไปแค่นั้น ตามกำลังบุญกำลังบารมี กำลังรู้กำลังญาณของพวกเรา คุณยายคุมขึ้นไปหมด คุมขึ้นไปถวายเข้าผ่านเข้าไปในกลางของกลางไปหมด น้อมขึ้นไป พวกเราทุกคนก็น้อมใจขึ้นไป ประหนึ่งว่าเราเข้าเฝ้าเฉพาะพระพักตร์ของพระองค์ท่าน แล้วก็น้อมถวายเครื่องไทยธรรมทั้งหมด น้อม คุณยายก็คุมให้สะอาด กลั่นหมดขึ้นไป ตามที่เคยปฏิบัติมาทุก ๆ อาทิตย์ต้นเดือน คุมขึ้นไปถวาย แล้วก็กราบทูลท่านว่า เครื่องไทยธรรมเหล่านี้ เป็นของพวกเราทุก ๆ ท่านที่มาในวันนี้ มาน้อมถวายเป็นพุทธบูชา 

        เนื่องในวาระวันปีใหม่ที่มนุษย์ในโลกนี้ สมมติว่ามีการเปลี่ยนแปลงของชีวิตมาเป็นวันขึ้นปีใหม่ แล้วน้อมไปถวาย แล้วขอพรของพระองค์ทุก ๆ พระองค์ในอายตนนิพพาน ให้พวกเรามีกำลังบุญ กำลังบารมี รัศมีกำลังฤทธิ์ อำนาจวาสนา สมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศสรรเสริญ สุข มรรคผลนิพพาน ให้เป็นเครื่องสนับสนุนในการสร้างบารมีของเราให้ไปได้ตลอดรอดฝั่ง จนกระทั่งพ้นจากบ่าวจากทาสของมารทั้งหลายน่ะ พ้นจากทุกข์ทั้งหลาย เข้าถึงความสุขอันเป็นอมตะ คือพระนิพพาน ให้มีความสุขกายสบายใจ พ้นจากทุกข์โศกโรคภัยอันตรายทั้งหลายทั้งหมดให้ละลายหายสูญไปให้หมด ประสบพบแต่สิ่งที่ดีงาม ให้ความสุขความเจริญให้บังเกิดขึ้นกับตัวเองกับครอบครัว กับหมู่ญาติ เพื่อนร่วมงานก็ดี เพื่อนร่วมประเทศร่วมโลก ร่วมจักรวาล ในสังสารวัฏฏทั้งหมด ให้คุณยายคุมไป ขอศีลขอพรกันไปอย่างนั้นนะ และให้ได้ผลบุญในปัจจุบัน 

        ใครที่เค้าทำธุรกิจให้ซื้อง่ายขายคล่องกำไรงาม ที่ศึกษาเล่าเรียนก็ให้สำเร็จสมความปรารถนา ที่รับราชการก็ให้ไปให้สูงสุดเท่าที่จะไปได้ แล้วขอให้ทุกคนเนี่ยเมื่อตั้งอกตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมให้สามารถเข้าถึงธรรมกายภายในตัวได้ ปีนี้ขอพรท่านและประชุมท่านเข้าไปในกลางอาราธนาท่านสวดมน ชยันโตให้ศีลให้พร และทูลท่านไปเลยว่า ปีนี้ที่ชาวโลกสมมติเรียกว่าปีกุล ปีหมู เอาไปเทียบกับสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นนะ ขอให้เปลี่ยนแปลงไป ว่าปีนี้ให้เป็นปีแห่งการตรัสรู้ธรรมของพวกเราทั้งหลาย เป็นปีแห่งความกระตือรือร้นในการประพฤติปฏิบัติธรรม เป็นปีแห่งแสงสว่างของชีวิต เป็นปีที่จประสบความสำเร็จในชีวิตที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ให้พบสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุด คือให้เข้าถึงธรรมกาย 

        ขอศีล ขอพรท่านในขณะนั้น และอาราธนาท่านสวดมนต์ชยันโตให้ศีลให้พรพวกเราหมดทุก ๆ คน ให้กระแสบุญกระแสบารมีรัศมี กำลังฤทธิ์กระแสแห่งความบริสุทธิ์ทั้งหลายให้หลั่งไหลเข้ามาสู่กระแสใจของพวกเราทุก ๆ คน ผ่านกายไหน ก็ให้กายนั้นสะอาดบริสุทธิ์ ให้จิตใจบริสุทธิ์ ให้ความบริสุทธิ์ทั้งหลายนี้ท่วมท้นทับทวีเข้ามาสู่กลางกายของพวกเราทุก ๆ คน คุณยายอาราธนาท่าน ทูลท่านเข้าไปอย่างนั้น พวกเราก็เช่นเดียวกันน่ะ ทำใจให้หยุดนิ่งให้บริสุทธิ์ผ่องใส นอบน้อมถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วก็อธิษฐานจิตตามใจชอบกันทุกๆ คนนะ

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.019228434562683 Mins