ตามรอยพระพุทธเจ้า

วันที่ 10 มิย. พ.ศ.2567

100667b01.jpg
ตามรอยพระพุทธเจ้า
๑ มิถุนายน ๒๕๔๐
พระธรรมเทศนาเพื่อการปฏิบัติธรรม วัดพระธรรมกาย
โดย... พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย)

 

                ต่อจากนี้ไปให้ตั้งใจให้แน่แน่ว มุ่งตรงต่อหนทางพระนิพพานกันทุก ๆ คนนะจ๊ะ ก็ให้น้อมใจตามเสียงหลวงพ่อไปกันทุก ๆ คน ให้น้อมใจกันไปเลยนะ ตามเสียงหลวงพ่อไปกันทุก ๆ คน ที่จริงเราจะนั่งแบบไหนก็ได้นะ อยู่ในอริยาบถที่สบาย แต่หลวงพ่ออยากให้สมาชิกใหม่ได้เข้าใจถึงท่านั่งที่ถูกต้องและสมบูรณ์ ซึ่งเป็นท่านั่งที่หลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ ท่านเข้าไปถึงพระธรรมกาย และท่านพบวิธีการนั่งของพระธรรมกาย นั่งอย่างไร ท่านก็นำมาแนะนำสั่งสอนสืบทอดกันต่อมา 

 


                และความจริงเมื่อเราได้เข้าถึงพระธรรมกายภายใน ซึ่งมีลักษณะเหมือนพิมพ์เดียวกันไปเลยเนี่ยะ เราก็จะเห็นลักษณะท่านั่งอย่างนี้นะจ๊ะ เป็นแต่เพียงว่า กายของท่านเป็นกายมหาบุรุษ ตั้งตรงสวยงาม กายของเรามันเป็นกายทุพพลภาพกันแล้วน่ะ เหมือนรถที่ตัวถังบุบบี้แล้ว เพราะฉะนั้นเราจะนั่งให้สง่างามอย่างท่านน่ะคงไม่ได้ แต่เอาเป็นว่านั่งให้คล้าย ๆ ท่านก็แล้วกันนะจ๊ะ

 


                ให้เอาขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้าย นิ้วชี้ของมือข้างขวาจรดนิ้วหัวแม่มือข้างซ้าย วางไว้บนหน้าตักพอสบาย ๆ หลับตาของเราเบา ๆ แต่อย่าถึงกับปิดสนิท ให้พอแสงลอดได้ คล้าย ๆ ปรือตาอย่างนั้นแหละ อย่าไปบีบเปลือกตา อย่ากดลูกนัยน์ตานะจ๊ะ ถ้าหากเราไปบีบเปลือกตา เดี๋ยวมึนศีรษะ ไม่เกิดประโยชน์อันใด ปิดแค่ไม่ต้องการให้เห็นภาพภายนอกเท่านั้นแหละ แล้วก็ปิดพอสบาย ๆ ปิดหย่ง ๆ อย่างนั้นน่ะ พอแสงลอดเข้าไปน่ะ ให้หลับสบายคล้าย ๆ กับเรานอนหลับอย่างนั้นนะจ๊ะ

 


                คราวนี้ขยับเนื้อขยับตัวให้ดี ปรับปรุงร่างกายของเราให้ผ่อนคลายให้หมด ของใครของมันนะ กล้ามเนื้อตั้งแต่เปลือกตา หน้าผาก ศีรษะ ต้นคอ ให้ผ่อนคลายให้หมด กล้ามเนื้อบริเวณบ่าทั้งสอง หัวไหล่ แขนถึงปลายนิ้วมือ ให้ผ่อนคลายให้หมด กล้ามเนื้อบริเวณลำตัวของเรา กระทั่งไปถึงขาทั้งสอง จรดปลายนิ้วหัวแม่เท้าน่ะ ให้ผ่อนคลายให้หมด ให้ผ่อนคลายนะ ปรับท่านั่งให้ผ่อนคลายอย่างนี้ ขยับให้ดี ให้มีความรู้สึกว่าเลือดลมในตัวของเราเดินได้สะดวก จะได้ไม่ปวดไม่เมื่อย ให้สบาย ๆ นะลูกนะ 

 


                ปรับให้ดี ท่านั่งเนี่ยะ นี่แหละเป็นท่านั่งที่ถอดแบบมาจากพระธรรมกายในตัว เพราะฉะนั้นเราก็ต้องจำท่านั่งนี้ไว้ให้ดี แต่เวลาเราจะปฏิบัติ ถ้าท่านั่งนี้ยังขัดเขินอยู่ยังไม่ถนัด ก็พยายามฝึกไป แต่ฝึกไปแล้วก็ได้เป็นบางครั้ง ได้ไม่นาน ก็เปลี่ยนอริยาบถนั่งอยู่ในท่าที่สบาย อาจจะขัดสมาสชั้นเดียว หรือนั่งสบาย ๆ นั่งมีอะไรพิงก็ได้ เอาหมอนรองก็ได้ แต่อย่าสบายเสียจนกระทั่งผล็อยหลับลงไป เอากะว่าสบายพอที่เราจะทำใจให้เข้าถึงสมาธิภายในได้เท่านั้นนะจ๊ะ

 


                สำหรับหนุ่ม ๆ สาว ๆ หลวงพ่ออยากให้เป็นนักสู้ เพราะร่างกายยังแข็งแรงอยู่ ให้นั่งโดยไม่ต้องมีอะไรพิงน่ะ เราฝึกเอาไว้นะลูกนะ ฝึกเอาไว้ให้ดี มันจะได้ติดเป็นนิสัย แต่สำหรับผู้สูงอายุแล้วก็ต้องเอาใจสังขารบ้างปรับให้สบาย ๆ แล้วก็ทำใจให้เบิกบาน แช่มชื่น ให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส อย่าให้มีความโลภ ความโกรธ ความหลง หรือมีความคิดฟุ้งไปในเรื่องราวต่าง ๆ จะเป็นเรื่องการศึกษาเล่าเรียน ธุรกิจการงาน เรื่องครอบครัว หรือเรื่องอะไรที่นอกเหนือจากนี้ก็ตาม ให้ปลด ปล่อย เครื่องกังวลเหล่านั้นไปก่อนชั่วคราวนะจ๊ะ 

 


                ให้ใจเราเกลี้ยงผ่องแผ้ว บริสุทธิ์ผ่องใส สบาย ๆ ว่าง ๆ ใจว่าง ๆ ยังไม่ต้องคิดเรื่องอะไร แค่ปรับร่างกายและจิตใจ ให้เหมาะสมต่อการปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกายภายในนะจ๊ะ ปรับให้ดี อย่าดูเบานะจ๊ะ สิ่งที่หลวงพ่อแนะนี่แหละสำคัญถ้านั่งไม่เป็น ปิดเปลือกตา ไม่เป็น ทำใจไม่เป็น นั่งอย่างนี้นี่ สิบยี่สิบปีเดี๋ยวมันก็ไม่เห็น ถ้าเป็นนี่เดี๋ยวเห็นตอนนี้เลย เราก็เลือกเอา อยากเห็นตอนนี้หรือว่าอยากจะเห็นตอนใกล้จะตาย เลือกเอานะลูกนะ เลือกเอาของใครของมัน แต่หลวงพ่อว่าเห็นเดี๋ยวนี้จะดีกว่าน่ะ 

 


                ดังนั้นปรับให้ดีเลย ให้สบาย ให้ผ่อนคลาย แล้วก็ทำใจเย็น ๆ วันนี้เป็นวันสำคัญที่เรามาประชุมพร้อมกัน นำเครื่องไทยธรรม มีดอกไม้ธูปเทียนอาหารหวานคาว กันมาคนละเล็กละน้อย มาประชุมพร้อมกันที่นี่ ที่วัดพระธรรมกาย ที่สภาธรรมกายสากล จะมาประกอบพิธีบูชาข้าวพระกัน คือนำเครื่องไทยธรรมที่เป็นของหยาบนี้มาทำให้ละเอียด คือมากลั่นให้ละเอียด ให้บริสุทธิ์เท่ากับความละเอียดของพระธรรมกายภายใน แล้วเราก็จะได้น้อมเครื่องไทยธรรมเหล่านั้นน่ะ ด้วยวิชชาธรรมกาย 

 


                ด้วยพระธรรมกายไปถวายเป็นพุทธบูชา แด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอายตนนิพพาน ที่ท่านดับขันธปรินิพพานนานมาแล้ว มากกว่าเมล็ดทรายในท้องพระมหาสมุทรทั้ง ๔ คือนับกันไม่ไหวเลยนั่นน่ะ ท่านถอดขันธ์หมดเลย ใช้คำว่าดับขันธปรินิพพาน คือถอดขันธ์ออก จากกายมนุษย์ กายทิพย์ กายพรหม อรูปพรหม ขันธ์ ๕ เหล่านั้น ถอดหมดเหลือแต่ธรรมขันธ์ ขึ้นไปสู่อายตนนิพพาน อายตนนิพพานดึงดูดไปอยู่ในนั้น นับไม่ถ้วนเลย ล้วนแต่มีพระธรรมกายทั้งนั้น องค์ที่เข้าไป นิพพานไปเก่า ๆ แก่ ๆ ก่อนโน้น 

 


                กายท่านก็โตใหญ่สุกใสสว่าง มีรัศมีมาก แต่กายเหมือนกันแหละ พิมพ์เดียวกัน โตใหญ่น่ะไม่เท่ากัน แต่อย่างน้อยก็ยี่สิบวา สูงยี่สิบวา ยี่สิบวา สูงยี่สิบวา มีลักษณะสวยงามมาก ใสบริสุทธิ์ เกตุดอกบัวตูม มีเกตุเป็นดอกบัวตูม เหมือนดอกบัวสัตตบงกช บัวสัตตบงกชเล็ก ๆ น่ะ อยู่บนพระเศียรท่านน่ะ เป็นดอกบัวตูม ท่านเข้านิโรธสมาบัติ สงบนิ่ง เสวยบรมสุข เอกันตบรมสุข สุขอย่างเดียว ที่ไม่มีขอบเขต กว้างขวาง ไม่มีขอบเขต กว้างขวางใหญ่โต ไม่มีประมาณทีเดียวนะ เต็มไปหมดเลย ในอายตนนิพพาน รัศมีสว่างไสวเต็มไปเลย

 


                 ที่เป็นสัพพัญญูพุทธเจ้าเราก็จะเห็นได้ชัดเจน มีบางอย่างแตกต่างจากพระปัจเจกพุทธเจ้า แต่ธรรมกายเหมือนกันหมด หน้าตาเหมือนหมด แล้วมันน่าอัศจรรย์ที่ว่า เรารู้ว่าองค์ไหนคือพระสมณโคดมพุทธเจ้า เพราะท่านเข้านิพพานไปที่หลัง น่าตาก็เหมือนกัน แต่รู้ได้นี่น่าอัศจรรย์ทีเดียวนะจ๊ะ อัศจรรย์สำหรับคนทำไม่ได้ แต่ถ้าทำได้ก็เป็นปกติธรรมดา ถ้าน้อมไป พระธรรมกายในตัวของเรานั่นแหละ เหมือนกันเลย แต่ต่างก็รู้นะ องค์ไหนพระปัจเจกพุทธเจ้า องค์ไหนพระสัพพัญญูพุทธเจ้า และล่าสุดองค์ไหนพระสมณโคดมพุทธเจ้า พระสิทธัตถะน่ะ พระสิทธัตถะพุทธเจ้าน่ะ พอถึงแล้วรู้เลย รู้ได้อย่างไร รู้ได้ด้วยญาณทัศนะ รู้เพราะเห็นน่ะ เห็นแจ้งด้วยธรรมจักขุ สว่างไสวอัศจรรย์จริง

 


                อยากให้ลูกทุกคนได้อัศจรรย์กันบ้างจังเลย ถ้าไม่เกียจคร้านในการทำความเพียร ไม่ท้อแท้ ไม่มัวแต่ทำมาหากิน หรือสนุกสนานเพลิดเพลินกันอย่างเดียว ให้โอกาส ให้เวลาแก่ตัวเอง เดี๋ยวเข้าถึงจนได้ พระพุทธเจ้าในอายตนนิพพาน เต็มไปหมดเลยนะจ๊ะ นับไม่ถ้วน ท่านไม่ได้สูญหรอกนะ สูญแต่กิเลส เหลือธรรมกายสว่างไสวเต็มไปหมด ไม่ใช่หายสูญไปเลย แวบหายไปเมื่อไหร่ หายจากตาเนื้อต่างหาก แต่ไปปรากฏด้วยตาธรรม เห็นได้ด้วยธรรมกาย สูญจากกิเลส ว่างเปล่าอาสวะไม่มีเลย สิ้นเชื้อไม่เหลือเศษ ในวันนี้เราจะทำอย่างนี้แหละ การทำอย่างนี้ก็เรียกว่าเป็นการบูชาข้าวพระ คือเครื่องไทยธรรมเนี่ยไปพรึบเต็มไปหมดเลย เต็มไปหมดเลย อยู่ในนั้นแหละ 

 


                แล้วเราก็น้อมเป็นพุทธบูชา ถวายท่าน ท่านก็รับ วิธีรับของท่านก็แปลก ไม่เหมือนพระสงฆ์รับ แต่หลวงพ่อก็จะไม่บอกลูกหรอกนะจ๊ะ เอาไว้เราเข้าถึง เดี๋ยวเราจะไปเห็นเลยว่ารับอย่างไร แต่ว่ายืนยันว่าท่านไม่ได้เสวยอาหารเหมือนอย่างพระภิกษุสงฆ์ขบฉันหรอกนะ ทีนี้พอไปถึงตรงนั้นแล้วทำยังไง นี่เป็นสิ่งที่น่าติดตาม น่าสนใจ น่าเอาใจใส่ให้ไปเข้าถึงให้ได้ทีเดียว เมื่อเราทำได้อย่างนี้แล้ว กระแสธารแห่งบุญก็บังเกิดขึ้น กว่าจะมาเป็นพระพุทธเจ้าได้พระองค์หนึ่งนี่บารมีนี่ ท่านต้องสร้างมายาวนาน กว่าจะได้บารมี ๓๐ ทัศเต็มเปี่ยม จนกระทั่งกลั่นเป็นดวงธรรมที่ ที่ทำให้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เนี่ย ยากทีเดียว ยาวนานมาก เป็นดวงบุญบารมีที่สว่าง เต็มเปี่ยมในแต่ละพระองค์ 

 


                ถ้าเราไปถวายพระองค์หนึ่ง พระองค์เดียวเนี่ย บุญนั้นยังส่งผลให้เรานี่ปิดประตูอบาย ไปสู่สุคติ มีความสุขท่องอยู่ ๒ ภูมิ มนุษย์กับเทวโลก ถ้าถวาย ๒ องค์ ก็เพิ่มไปอีกเท่า ถ้าถวาย ๑๐ องค์ มากเข้าไปอีก ถ้าร้อยองค์ ก็ทับทวีเพิ่มขึ้นไปน่ะ พันองค์ หมื่นองค์ แสนองค์ ล้านองค์ หลายล้านองค์ เป็นโกฏิองค์ จนกระทั่งเป็นอสงไขยองค์ และก็นับอสงไขยองค์ไม่ถ้วน ไปอีก ทับทวีกันไปอย่างนั้น บุญเราจะได้กันขนาดไหนก็นึกเอานะลูกนะ บุญเราจะได้กันขนาดไหน เนี่ยเป็นสิ่งอัศจรรย์ และเป็นบุญของลูกทุก ๆ คน เป็นบุญที่จะนำไปถึงที่สุดแห่งธรรม

 

 

                เพราะการจะไปถึงที่สุดแห่งธรรมนั้นน่ะ มันยาก มันไม่ง่าย ต้องปราบกิเลสให้หมดทีเดียว อาสวะ พญามารมีอยู่ที่ไหนเนี่ย สอดคล้องกันให้ทั่วถึง ตรวจตรากันไปเลย เค้าจะอยู่ลับ ๆ ละเอียดแค่ไหน ต้องไปให้หมด ค้นให้เจอ เก็บสิ้นเชื้อไม่เหลือเศษกันไปเลย การที่จะทำอย่างนี้ได้ก็ต้องมีบารมีมาก บารมีนี่จะต้องได้ ได้มาจากพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ทีเดียวนะจ๊ะ ไม่ใช่แค่องค์เดียว สององค์ สิบองค์ ร้อยองค์ ไม่ใช่พันองค์ ไม่ใช่หมื่นองค์ ไม่ใช่แสนองค์ ไม่ใช่ล้านองค์ ไม่ใช่หลาย ๆ ล้านองค์ ไม่ใช่อสงไขยองค์ ต้องนับอสงไขยองค์ไม่ถ้วน เป็นชั้น ๆ เข้าไปอย่างนี้แหละ

 


                เพราะฉะนั้นนี่อาทิตย์ต้นเดือนเนี่ย หลวงพ่อไม่ขาด มีบางครั้งแค่นั้นน่ะสมัยยังเรียนหนังสือ นอกนั้นไม่ให้ขาดเลย เพราะอยากได้บุญอันนี้เอาไปปราบมารกัน ไปส่งให้ไปถึงที่สุดแห่งธรรม เมื่อหลวงพ่อเห็นบุญใหญ่อย่างนี้แล้วเนี่ย จึงเสียดายแทนลูกหลาย ๆ ท่าน บางครั้งก็ฟิตขึ้นมาหน่อยก็มากัน บางครั้งท้อ อ้าวไปอีกแล้ว มีข้อแม้ข้ออ้าง เงื่อนไขกันอยู่เรื่อย ๆ มันก็เหนื่อยแรงหลวงพ่อที่จะต้องฉุดกันไป ถ้าลูกช่วยตัวเองด้วยนะจ๊ะ มานั่ง ไปสม่ำเสมอ อาทิตย์ต้นเดือนเราไม่ขาดกัน งานอะไรต่าง ๆ วางไปก่อน อาทิตย์ต้นเดือนน่ะ อย่างน้อยมาตอนภาคเช้าก็ยังดี ภาคบ่ายเรามีธุระ เราก็กลับไป มาเอาบุญใหญ่กันนะลูกนะ โอกาสอย่างนี้น่ะมันมีไม่มากหรอก มันเป็นรถด่วนขบวนสุดท้าย จากนี้ไปแล้วไม่มีอีกแล้ว มาตักตวงซะ

 


                เพราะฉะนั้นลูกที่อยู่ภายในและต่างประเทศ ให้รู้ถึงความสำคัญนี้เอาไว้ ว่าเป็นบุญที่เรา จะให้เรามีสมบัติทั้งสามอย่างมหาศาลทีเดียว คุณสมบัติ ทรัพย์สมบัติ รูปสมบัติ เพียบพร้อมบริบูรณ์ที่จะเป็นกำลัง เป็นพลังให้ไปถึงที่สุดแห่งธรรม เพราะฉะนั้นมีภารกิจอะไร ก็วางไว้ก่อนชั่วคราว อยู่ต่างประเทศแม้เวลาไม่ตรงกัน อดทนต่อการง่วงเหงาหาวนอน ตื่นขึ้นมาเลยนะลูกนะ สู้กับมัน ซักวันเดียวเดือนละครั้ง มาเอาบุญใหญ่ บางประเทศ ตีหนึ่ง ตีสอง ตีสาม ตีสี่ ช่างมัน อดนอนกันซะครึ่งคืน

 


                หลวงพ่อวัดปากน้ำนี่ท่านอดนอนทั้งคืนที่เดียวนะจ๊ะ กระทั่งเข้าถึงธรรมแล้วเอามาสอนพวกเราได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งคืนเหมือนกัน ของเราแค่ไม่กี่ชั่วโมง แค่ครึ่งคืนเท่านั้นแหละ เพราะฉะนั้นถ้าลูกทุกคนทำได้ ก็ได้ชื่อว่าเดินตามรอยพระพุทธเจ้า คือท่านเดินไปทางไหนรอยของเราเหยียบตามกันไปเลย เดินตามกันไป ท่านถึงไหนเราถึงนั่น ท่านถึงไหนเราถึงนั่น ท่านถึงนิพพานเราถึงนิพพาน หลวงพ่อวัดปากน้ำถึงที่สุดแห่งธรรม เราถึงที่สุดแห่งธรรม เพราะฉะนั้นอย่าไปกลัวเกี่ยวกับเรื่องอดหลับอดนอน เมื่อถึงเวลาธรรมกายบูชาข้าวพระกัน เราก็มาทำอย่างเนี้ย

 


                ต่อไปแม้ไม่ใช่วันอาทิตย์ต้นเดือน ที่ไม่ได้ประกอบพิธีบูชาข้าวพระ เราอาจจะกำหนดกันซักวันหนึ่งซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่นวันหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญได้บรรลุธรรมก็ดี วันวิสาขะ วันมาฆะอะไรอย่างนี้เป็นต้น เรามาทำความเพียรกันไป ให้เวลาธรรมกายเปิดตรงกัน ปฏิบัติธรรมกันทั่วโลก กระแสธารแห่งบุญที่มีอานุภาพ ก็จะทำให้โลกนี้ใสเป็นโลกแก้วอันบริสุทธิ์ได้ซักวันหนึ่ง ต่อไปจะทำอย่างนี้นะจ๊ะ ที่พูดมายืดยาวอย่างนี้เพื่อให้ลูกสมาชิกใหม่จะได้เข้าใจ ส่วนสมาชิกเก่าเค้าเข้าใจกันดีอยู่แล้วน่ะ ได้ฟังอีกก็อย่าเบื่อกันนะจ๊ะ พยายามทบทวนของเก่าเอาไว้ให้ดี 

 


                เมื่อเข้าใจอย่างนี้แล้ว ต่อจากนี้ไปจะได้แนะนำสมาชิกใหม่ในการปฏิบัติธรรม ให้รู้จักฐานที่ตั้งของใจ ๗ ฐานนะจ๊ะ ฐานที่ ๑ อยู่ที่ปากช่องจมูก ท่านหญิงข้างซ้าย ท่านชายข้างขวา ฐานที่ ๒ อยู่ที่หัวตา ตรงตำแหน่งที่น้ำตาไหล ฐานที่ ๓ อยู่ที่กลางกั๊กศีรษะ ระดับเดียวกับหัวตาของเรา ฐานที่ ๔ อยู่ที่เพดานปาก ช่องปากที่อาหารสำลัก ฐานที่ ๕ อยู่ที่ปากช่องคอเหนือลูกกระเดือก ฐานที่ ๖ อยู่ในกลางท้อง ระดับเดียวกับสะดือของเรา สมมติเราเอาเส้นด้ายมาขึงให้ตึง เส้นด้าย ๒ เส้นนะมาขึงให้ตึง จากสะดือทะลุไปด้านหลังเส้นหนึ่ง จากด้านขวาทะลุไปด้านซ้ายอีกเส้นหนึ่ง ให้เส้นด้ายทั้ง ๒ ตัดกันเป็นกากบาท นึกตามไปช้า ๆ นะลูกนะ จุดตัดของเส้นด้ายทั้ง ๒ เรียกว่าฐานที่ ๖ ยกถอยหลังขึ้นมา ๒ นิ้วมือ เอานิ้วชี้กับนิ้วกลางวางซ้อนกัน แล้วนำไปทาบตรงจุดตัดของเส้นด้ายทั้ง ๒ สูงขึ้นมา ๒ นิ้วมือ เรียกว่าศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ จำไว้ให้ดีนะ 

 


                ถ้าต่อไปหลวงพ่อพูดถึงศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ หมายเอาตรงนี้ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เหนือจากจุดตัดของเส้นด้ายขึ้นมา ๒ นิ้วมือ อยู่กลางท้องพอดีเป๊ะเลย ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ให้เอาใจของเรามาหยุดอยู่ตรงนี้แหละ หยุดให้เคย อย่าให้มันหนีไปไหนนะ ถ้ามันหนีเราก็ดึงมันกลับมาใหม่ มาหยุดอยู่ฐานที่ ๗ ตรงนี้ แต่ฐานที่ ๗ ตรงนี้ ถ้าใจเราหยุดไม่สนิท มันเห็นไม่ชัดหรอก มันไม่เห็นเลย แต่ถ้าหยุดสนิทแล้วจึงจะเห็นชัด เพราะฉะนั้นอย่ากังวลใจนะจ๊ะ ว่าเราเอาใจของเราเนี่ยมาหยุดอยู่ตรงนี้ มันถูกฐานที่ ๗ หรือเปล่า ไม่ต้องกังวลใจ แล้วก็อย่าไปมัวควานหาฐานที่ ๗ ไม่ต้องไปมัวควานหาน่ะ

 


                 เอาเป็นว่าให้รู้จักว่าฐานที่ ๗ อยู่ที่ตรงนี้ก็แล้วกัน กลางท้อง ตรงนี้น่ะสำคัญ ฐานที่ ๗ เป็นทางที่พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ทั้งหลาย เสด็จไปสู่อายตนนิพพาน เข้าไปทางเนี้ย เราก็เช่นเดียวกัน จะตามเสด็จไปสู่นิพพานก็จะต้องเข้าทางฐานที่ ๗ ตรงนี้ที่เดียว ท่านเรียกว่าเป็นทางเอกสายเดียว เอกายนมรรค ทางเอกสายเดียว ที่จะทำให้ใจบริสุทธิ์ธาตุธรรม เห็น จำ คิด รู้ เราบริสุทธิ์ แล้วหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งหลายได้ นี่ตรงนี้ ถ้าเข้าตรงนี้ได้ถึงจะดับขันธปรินิพพานได้ เพราะปกติการไปเกิดมาเกิดของมนุษย์น่ะ ของสัตว์โลกทั้งหลาย จะต้องเข้าตามฐาน 

 


                ตั้งแต่ฐานที่ ๑ เรื่อยมาเลยถึงฐานที่ ๗ เวลาไปเกิด คือเวลาเราจะตายเนี่ย มันก็ถอยหลังจากฐานที่ ๗ ไปฐานที่ ๖, ๕, ๔, ๓, ๒, ๑ ไปเกิดมาเกิดก็ไปอย่างนี้ แต่ถ้าจะไปแล้วไม่เกิด ก็ต้องเข้ากลางฐานที่ ๗ เข้ากลางเข้าไปเรื่อยเลย เข้ากลางนี่มันมีวิธีเข้ากลาง ถ้าไม่รู้วิธีก็เข้าไม่ได้ นอกจากเข้าไม่ได้แล้วยังไม่เห็นกลางด้วย วิธีเข้ากลางมีอยู่วิธีเดียว ง่ายที่สุดเลย คือเอาใจของเรามาหยุดนิ่ง อย่างสบาย ๆ ใจที่แวบไปแวบมาน่ะ คิดไปในเรื่องราวต่าง ๆ เอามาหยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ นิ่ง นิ่งอย่างเดียวเลย ไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่ต้องนึก ไม่ต้องคิด ไม่ต้องพิจารณาอะไรทั้งสิ้น นิ่ง ๆ เฉย ๆ นิ่งเบื้องต้นนั้นน่ะ ใจมันก็ไม่สุข และมันก็ไม่ทุกข์ มันเฉย ๆ นิ่งเฉย ๆ อย่างนั้นแหละไปเรื่อย ๆ อย่างสบาย ๆ นิ่ง นิ่งตรงฐานที่ ๗ นะจ๊ะ

 


                ทีนี้ฐานที่ ๗ เนื่องจากว่าใจยังไม่หยุดนี่เราไม่เห็น ก็จะต้องกำหนดเครื่องหมายขึ้นมา คือให้มีนิมิตหมายน่ะ เป็นเครื่องหมายว่าตรงนี้ฐานที่ ๗ นะ หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านก็แนะนำให้กำหนดเครื่องหมาย เครื่องหมายให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ ต้องเอาของใส ๆ ด้วย ให้ใสบริสุทธิ์ ใสขนาดประดุจเพชรลูกที่เจียระไนแล้ว ไม่มีขีดไม่มีข่วน ไม่มีตำหนิเลย คือใสแน๋วเลย โตเท่ากับแก้วตา นี่ส่องกระจกดูนะว่าแก้วตาแค่ไหน ก็ขนาดนั้นแหละ เป็นเพชร ใส ๆ โตเท่าแก้วตา ต้องให้ใสด้วยนะ ให้ใส ความใสนี่ถ้าไม่เคยนึกมันก็นึกไม่ออกหรอก เอาเป็นว่าเรานึกเท่าที่จะนึกได้ก่อนนะจ๊ะ 

 


                นึกเบา ๆ นึกสบาย ๆ คล้ายกับเรานึกถึงภาพกุหลาบ ดอกบัว หรือนึกถึงของที่เรารักของที่เรารู้จักเราคุ้นน่ะ นึกเบา ๆ อย่างนั้น กำหนดเครื่องหมายให้ใสสะอาด บริสุทธิ์ประดุจเพชรลูกที่เจียระไนแล้ว ไม่มีขีดข่วนคล้ายขนแมว โตเท่ากับแก้วตาของเรา ให้กำหนดนะ นี่ท่านที่มาใหม่นะจ๊ะ สมาชิกเก่าทำเป็นแล้วก็ไม่ต้อง กำหนดให้ใส แล้วก็ให้ต่อเนื่อง ให้มีสัมปชัญญะให้ต่อเนื่องกันไป สติอยู่ตรงนั้นแล้วสัมปชัญญะก็ต้องต่อเนื่องกันไป ไม่ให้เผลอทีเดียว ถ้าจะเผลอก็ภาวนา ภาวนาไว้ ภาวนาว่าสัมมาอะระหัง ๆ ๆ ๆ ภาวนาไปพร้อมกับการนึกถึงดวงใส ๆ เครื่องหมายใส ๆ อย่าให้คลาดจากใจเลยนะ อย่าให้หลุดเลย 

 


                แต่ถ้ามันหนีไปเที่ยวมันหลุดไปอีก เอากลับมาใหม่ ฝึกใหม่ มาที่ตั้งใหม่ สัมมาอะระหัง ๆ ๆ อย่างนั้นไปเรื่อยเลยนะ จะกี่สิบ กี่ร้อย กี่พัน กี่หมื่นกี่แสนครั้ง ท่องไปเถิดไม่ต้องนับกันเลยน่ะ สัมมาอะระหัง ท่องไปเรื่อย ๆ ใจก็จะบริสุทธิ์ขึ้นไปเรื่อย ๆ สัมมาอะระหังครั้งหนึ่ง มีอานิสงส์ใหญ่ทีเดียว ใจจะถูกกลั่นให้บริสุทธิ์ผ่องใส สว่างไสว กระแสธารแห่งบุญนี่บังเกิดขึ้นทุกครั้ง สัมมาอะระหัง ๒ ครั้งก็เพิ่มขึ้นไปอีก ๓ ครั้ง ๔ ครั้ง กระทั่งไปเรื่อยเลย พอกระแสบุญเต็มที่ คำภาวนาสัมมาอะระหังหายไปเลย ไม่ต้องภาวนาอีกแล้วน่ะ มันหายไปเอง เหมือนเราลืมไปอย่างนั้นน่ะ

 


                เหมือนลืมภาวนา ใจก็นิ่งอยู่ในดวงใส คือพอมันอิ่มตัวแล้ว มันก็ไม่อยากจะภาวนาต่อ มันก็นิ่งเฉย ดวงใสก็นิ่ง ร่างกายเราก็เริ่มขยาย ค่อย ๆ ขยาย ค่อย ๆ โล่ง โปร่ง เบา สบาย ขยายออกไปเนี่ย เหมือนตัวเราทำด้วยลูกโปร่งแต่ละเอียดกว่านั้นน่ะ ขยายออกไปเรื่อย กายขยาย ใจขยาย โล่งเลย โล่งคือไม่มีอะไรในนั้นเลย เกลี้ยงหมด ไม่มีเนื้อไม่มีตัวไปเลย ร่างกายหายไปหมด มีแต่ดวงนิ่ง ๆ ใส ๆ นิ่งแล้วก็นิ่งไปเรื่อย ๆ ใจหยุดนิ่งอย่างเดียว นิ่งเฉยพอถูกส่วนเข้า ปรุง ปรุงใจถูกส่วนเข้า นิ่ง เกิดความสว่างนวล ๆ ใส ๆ ทีละน้อย ๆ เหมือนฟ้าสาง ๆ จนกระทั่งเหมือน ๖ โมงเช้า ๗ โมง ๘ โมง กระทั่งถึงเที่ยงวันเลย 

 


                ใสสว่าง สว่างมาก แต่นวลและเย็นตาเย็นใจ เป็นแสงที่มาพร้อมกับความสุขสดชื่นเบิกบาน ร่างกายมีชีวิตชีวาทีเดียว ไม่งัวเงีย ไม่เศร้าสร้อย ไม่หงอยเหงา สบายสบายทีเดียว ในกลางความสว่างนั้นก็จะเห็นจุดที่สว่างที่สุด เป็นจุดรวมหรือเหมือนกับเป็นแหล่งกำเนิดของความสว่างความบริสุทธิ์นั้นน่ะ มันสว่าง สว่าง ยิ่งเราเฉย ๆ คือดูเฉย ๆ นิ่ง ๆ ต่อไปอย่างเดิมนะ นิ่งอย่างเดิม อย่าไปตื่นเต้นอย่าไปดีใจ อย่าไปเอ๊ะ ๆ อ๊ะ ๆ อะไร นิ่งเฉย ๆ ก็ขยายใหญ่ ดวงขยาย เหมือนเคลื่อนเข้ามาใกล้เรา คือโตขึ้น ๆ โตขึ้น ใสแจ๋วเลย กลมดิ๊ก ใสนั่นแหละดวงธรรมเบื้องต้นแหละ เป็นความบริสุทธิ์เบื้องต้น 

 


                เป็นต้นทางที่จะไปสู่อายตนนิพพาน ปฏิบัติธรรมนี้เบื้องต้นนี่ต้องให้ได้อย่างนี้เสียก่อน ถ้าได้อย่างนี้เอาตัวรอดได้ จะศึกษาวิชชาธรรมกายก็ได้ จะให้รอดปลอดภัยจากอบาย จากภัยในสังสารวัฏก็ได้ แถมมีความสุขสดชื่นเบิกบาน เบิกบานเหมือนเราได้พักเต็มที่เลย เหมือนไปอยู่โลกแห่งความสุขสดชื่น ในนั้นมีแต่ดวงธรรมใส เป็นความผาสุกที่เหมือนมีทุกอย่างพร้อมอยู่ในนั้น จนกระทั่งไม่อยากจะได้อะไร ไม่มีความรู้สึกอยากจะได้อะไร ไม่มีความคิดอันใด เป็นสถานที่ที่ปลอดความคิด จะให้คิดมันก็ไม่คิด และความอยากที่อยากจะคิดมันก็ไม่มี มันเฉย ๆ ความเฉยที่มาพร้อมกับความสุข ความสุขสดชื่นเบิกบาน เดี๋ยวพอเรานิ่งหนักเข้าไป เดี๋ยวก็เข้าถึงดวงธรรมเป็นชั้น ๆ ทีเดียว

 


                มีดวงธรรมผุดซ้อน ๆ ๆ อยู่ภายใน กระทั่งเข้าไปถึงกายต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วภายใน มีกายมนุษย์ละเอียด กายทิพย์ กายรูปพรหม กายอรูปพรหม และก็กายธรรม ซ้อนอยู่ภายใน อัศจรรย์ทีเดียว น่าอัศจรรย์ ว่ามีชีวิตที่เลื่อนชั้นอีกหลาย ๆ ชั้นอยู่ภายใน กายมนุษย์ละเอียด กายทิพย์ กายพรหม อรูปพรหม แล้วสุขก็เพิ่มพูนขึ้นไปเรื่อย ๆ มีความสุขสดชื่นขึ้นไปเรื่อย ๆ สุขที่สุดคือในธรรมกาย กลางธรรมกายนั้นมีความสุขมาก สุขที่เราแสวงหากันน่ะ อยากได้กันอยู่ แต่ไม่รู้ ถ้าว่าเราไม่รู้จักว่าความสุขที่แท้จริงอยู่ที่ไหนน่ะ หาจนตายน่ะไม่เจอนะ หากันอีกกี่ชาติก็ไม่เจอ

 


                เพราะว่าไม่รู้วิธี แล้วก็ไม่รู้หนทาง แล้วก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ตรงไหน จริง ๆ แล้วอยู่ที่ตรงนี้ อยู่ในธรรมกายทั้งหมดเลย มีความสุขสดชื่น เบิกบาน มีอานุภาพอยู่ในตัว อยู่อย่างนั้นแหละ ถึงตรงนี้ได้ ชีวิตก็จะมีคุณค่า อยู่ที่ไหนก็ได้ในโลก ในทุกหนทุกแห่ง มีความสุขสดชื่นทั้งนั้นแหละ เพราะฉะนั้นธรรมกายคือเป้าหมายของชีวิตเรา ที่เราจะต้องปฏิบัติให้เข้าถึงให้ได้นะจ๊ะ ทั้งหมดนี่คือสิ่งที่มีอยู่แล้วภายใน ไม่ใช่เป็นสิ่งที่เราไปปรุงแต่งหรือนึก หรือคิดเอาขึ้นมา มันเป็นอจินไตยนะจ๊ะ เป็นซุปเปอร์อจินไตยทีเดียว คือเราจะนึกคิดแค่ไหนมันก็นึกไม่ออก เพราะมันไม่เคยเห็น มันไม่รู้น่ะ 

 


                ต้องเข้าถึงแล้วนั่นแหละจึงจะรู้ จึงจะเห็นเกิดขึ้นมา เราได้ยินบ่อย ๆ ว่า รสแห่งธรรมชนะเลิศกว่ารสทั้งปวง รสเปรี้ยวหวานมันเค็ม อะไรก็แล้วแต่ หรือรสชาติของการที่ได้เห็น ได้ยิน ได้ดมกลิ่น ลิ้มรส ถูกต้องสัมผัสอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น สู้ไม่ได้เลยกับการเข้าถึงธรรมกาย เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมกาย พระธรรมกายในตัว กายของท่านนั้นบริสุทธิ์ ล้วน ๆ ประกอบกันเกิดขึ้นมาน่ะ ธรรม ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ประกอบขึ้นมาเป็นกายเรียกว่า ธรรมกาย เป็นกายที่ประกอบไปด้วยธรรม เป็นกายที่ประกอบขึ้นด้วยธรรม บริสุทธิ์ล้วน ๆ สะอาดเกลี้ยง 

 


              เพราะสิ่งที่ทำให้เราไม่มีความสุขก็คือ กิเลสอาสวะนั่นแหละ ให้หงุดหงิด งุ่นง่าน ฟุ้งซ่าน รำคาญใจ ให้ใจของเราหิวกระหาย อยากไม่มีที่สิ้นสุด กระสับกระส่ายทุรนทุรายน่ะ ให้ใจเราเร่าร้อนขุ่นมัว เศร้าซึม เซ็ง เครียด เบื่อกลุ้ม อะไรต่าง ๆ เหล่านั้นน่ะ ทำอะไรก็ไม่ได้ดังใจ อยากเจอสิ่งที่ดี ก็ไปเจอ ไอ้ที่ไม่ดีน่ะ ไอ้สิ่งดี ๆ เราก็อยากจะอยู่กับมันนาน ก็อยู่ไม่นาน ก็ไม่ได้ มันก็พลัดพรากกันไป เขานั่นแหละเป็นคนทำ ทำให้จิตของเราไม่บริสุทธิ์ มีความทุกข์ มีความทรมานเมื่อใจของเรามันไม่มีความสุข มันก็ขยายมาที่ระบบประสาทกล้ามเนื้อของเรา ก็ทำให้พลอยให้ร่างกายของเรานี่เป็นทุกข์ไปด้วย มีความทุกข์ทรมาน 

 


                เมื่อเราขจัดเหตุแห่งความทุกข์ทรมาน ซึ่งอยู่ที่ลับ ๆ ลึก ๆ ละเอียด ๆ เป็นชั้น ๆ กันไป นอนเนื่องกันเป็นอนุสัยน่ะ นอนเนื่องซ้อน ๆ กันอยู่ ให้หมดสิ้นไปได้แล้วน่ะ ความบริสุทธิ์ผุดผ่องก็บังเกิดขึ้น ในความบริสุทธิ์ผุดผ่องนั้นก็มีทุกสิ่งที่เราต้องการ อยู่ในนั้นหมดเลย ธรรมกายนี่แหละเป็นที่รวมของทุกสิ่งที่เราปรารถนา อยู่ตรงนั้นนะจ๊ะ จับหลักตรงนี้ได้แล้ว เราก็จะเอาชีวิตของเราดำเนินได้รอดปลอดภัยทีเดียว จะอยู่ที่ไหนก็ปลอดภัย มีความสุข จะอยู่บนเครื่องบินก็มีความสุข ในเรือ ในรถ ในบ้าน ตามถนนที่ต่าง ๆ มีความสุขเพราะว่ามีธรรมกายอยู่ภายใน นี่แหละคือเป้าหมายของชีวิตที่เราจะต้องปฏิบัติให้ได้นะจ๊ะ

 


                เมื่อเข้าใจอย่างนี้ก่อนที่เราจะบูชาข้าวพระ ให้ทำใจหยุดนิ่ง แล้วก็ปฏิบัติธรรมเพื่อชำระกายวาจาใจของเราให้สะอาด ให้บริสุทธิ์ จนกว่าจะถึงเวลาอันควร ให้ใจหยุดนิ่ง ใครที่เข้าถึงดวงธรรมก็ตรึกไปในดวงธรรมเลย ใครเห็นองค์พระก็นึกองค์พระไปเลย ใครนึกถึงหลวงพ่อวัดปากน้ำ ที่เคยเห็นก็นึกไปเลย นึกหลวงพ่อท่าน ถ้ามาไม่ทันหลวงพ่อท่าน เอ้านึกหลวงพ่อธัมมะเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน จำได้ก็นึกหน้าเอาไว้ก่อน พอเบื่อ ๆ ก็ทิ้งไป หน้า จำหน้าหลวงพ่อไว้นะ ถ้านึกถึงหลวงพ่อวัดปากน้ำไม่ได้ หรือนึกอะไรไม่ออก ก็เอาหน้าหลวงพ่อไปก่อน เอาชั่วคราวนะ อย่าไปเอาถาวร นึกกันไปอย่างนั้นน่ะ 

 


                หน้าตาเหยี่ยว ๆ ย่น ๆ ก็นึกกันไป ซักพักนึง พอเบื่อแล้วมันเปลี่ยนไปดวงเองนั่นแหละ เดี๋ยวก็เป็นดวงใส เป้าหมายของเราต้องการดวงใส ๆ นะลูกนะ ต่างหลับตาทำกันไปสัมมาอะระหัง ๆ ๆ นิ่ง อย่างสบาย ๆ นะจ๊ะทุก ๆ คน ใจนิ่งอยู่ที่เดิมนะจ๊ะ ถ้าอยู่ที่เดิมได้ตลอดเวลาได้ยิ่งดี หยุดนิ่งไปเลย ใครเข้าถึงดวงธรรม ก็เอาใจหยุดเข้าไปในกลางดวงธรรม ที่เดิมอย่างนั้นแหละ ถึงกายมนุษย์ละเอียด ก็เอาใจหยุดนิ่งกลางกายมนุษย์ละเอียด ถึงกายทิพย์ก็หยุดนิ่งกลางกายทิพย์ ถึงกายรูปพรหมก็หยุดนิ่งกลางกายรูปพรหม ถึงกายอรูปพรหมก็หยุดนิ่งกลางกายอรูปพรหม ถึงกายธรรมก็หยุดนิ่งกลางกายธรรม หยุดในหยุด ๆ ไปเรื่อย ๆ เลยนะจ๊ะ 

 


                อยู่อย่างนั้นแหละ หยุดที่เดียว ทำวิธีเดียว วิธีเดิมอย่างนี้แหละ หยุดเฉย ๆ นะ นิ่ง พอถูกส่วนเข้า ขยายไปเรื่อยเลย หยุดนิ่ง ธรรมกายก็ใสสว่าง เจิดจ้าขึ้นมาทีเดียว ผุดขึ้นมา ทีละองค์ ทีละหลาย ๆ องค์ ไปเรื่อย จนกระทั่งไม่ขาดตอนเลย ต่อเนื่องกันเป็นสาย ต่อเนื่องโตใหญ่หนักยิ่งขึ้นไปทีเดียว สุกใส สว่าง เราก็น้อมเอาเครื่องไทยธรรมไปตั้งเอาไว้ ถ้าทำยังไม่เป็นก็นึก นึกเท่าที่นึกได้นะ ทำไม่เป็นน่ะมันนึก มันเหมือน ๆ หด ๆ ย่อ เครื่องไทยธรรมลงมาเหลือนิดเดียวในท้อง แล้วมักจะก้มดูกัน ก็ไม่เป็นไร ทำอย่างนั้นไปก่อน แต่ถ้าเข้าถึงดวงธรรมแล้วก็จะอยู่ในกลางดวงธรรม ถ้าเข้าถึงกายภายในก็จะอยู่ในกลางกายภายใน ไม่ต้องชะโงกมองเลย

 


                เพราะเราเป็นสิ่งนั้นไปแล้ว เป็นกายนั้นไปแล้ว สภาวธรรมนั้น ถ้าเข้าถึงกายธรรมเราก็เป็นกายธรรมใสสว่าง เครื่องไทยธรรมอยู่ตรงกลาง ใส ใสละเอียดทีเดียวนะ ใสยิ่งกว่าเพชร เพชร ไม่ใสเลย พอมาเทียบแล้วไม่ใส เพราะใสจนกระทั่งมีความสว่างน่ะ มันใสเกินใส สว่างไปหมดเลย ยิ่งเรานิ่งเท่าไหร่ พระธรรมกายก็ผุดเกิดขึ้น เครื่องไทยธรรมก็พรืดไปเลยน่ะ เต็มไปหมดเลย ในกลางพระธรรมกายเต็มใส สวยงามมากทีเดียว อยากให้เห็นกันจังเลย นี่ใสเกินใส สวยเกินสวย ไปเรื่อยเลยเนี่ย คุณยายก็คุมเครื่องไทยธรรมพวกเราหมดทุกคน คุมขึ้นไปเลย เนี่ยคุม ทำวิชชาธรรมกายไปเลย พระธรรมกายก็ซ้อนขึ้นมาเรื่อย ละเอียดขึ้นไป สุกใสสว่าง คุณยายก็น้อมไปถวาย ถวายเป็นพุทธบูชา แด่พระธรรมกายของพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ไปเลยน่ะ 

 


                กายธรรมก็ขยายโตใหญ่ขึ้น เครื่องไทยธรรมก็เยอะตาม องค์พระมีเท่าไหร่ก็เต็มไปหมดเลย เท่ากันไปเลย ทับทวีขึ้นไป ละเอียดขึ้นไป สุกใสสว่างพระพุทธเจ้าท่านรับด้วยวิธีการของท่านน่ะ ท่านรับด้วยวิธีของท่าน เต็มไปหมดเลย สว่างไสว สุกใสสว่างขึ้นไปอีก ทับทวีขึ้นไป คุณยายทับทวีขึ้นไปเรื่อย ๆ เลย ทับทวีก็ด้วยวิธีหยุดนิ่งกันนั่นแหละ ท่านก็นิ่งของท่านไป ยิ่งนิ่งยิ่งทะลักมากันใหญ่เลย พรึบเต็มหมด โอ้เยอะแยะกันไปหมดเลย พรึบเต็ม สว่างไสว กระแสธารแห่งบุญก็เกิดขึ้นมาจรดกลางกายพวกเรา ได้ไม่เท่ากัน ใครใจใสมากก็ได้มาก ใสน้อยก็ได้น้อย แต่ขนาดน้อย ๆ ก็ได้เยอะกว่าที่ใคร ๆ ที่เค้าเคยทำกันมามากมายก่ายกองทีเดียว เกิดมาทั้งทีก็สร้างบุญให้มันเยอะ ๆ กันไปซะเลย

 


                ให้มันคุ้มกับที่เกิดมาเป็นมนุษย์ บุญจะมากต่อเมื่อใจใส ใสจนกระทั่งเห็นความใส บุญจะมากต่อเมื่อเข้าถึงกายธรรม ทำบุญด้วยกายธรรม บุญมันทับทวีขึ้นไปเรื่อยเลย ทับทวีหนาแน่นไป มาจรดกลางกายคุณยายก็กราบทูลพระพุทธเจ้า ขอบุญบารมี รัศมี กำลังฤทธิ์ อำนาจสิทธิเฉียบขาดถึงพวกเราหมดทุก ๆ คน เชื่อมโยงสายสมบัติให้บังเกิดขึ้น ที่เค้าระเบิดกระจัดกระจาย กันไปที่ไหนน่ะ ไปปิดบัง มิดเม้น ซ่อนเร้น ไว้ที่ไหน ตามกลับเอามาให้หมด เค้าย่อย เค้าแยกไปไว้ไหน รวมมาหมด ตรึงให้ติดเอาไว้เลย กลั่นให้สะอาด อย่าให้มีวิบัติเกิดขึ้นมา ติดหมด เป็นบุญปัจจุบันทันตาเห็น ให้ตรึงให้ติดไว้หมดเลย สมบัติ ติดหมดทุกกาย 

 


                กระแสธารแห่งบุญ ติดให้หมดเลย พลิกให้ตรงข้ามกันไปเลย สิ่งที่เป็นอุปสรรคต่าง ๆ นานา ให้มันละลายหายสูญเป็นอัศจรรย์กันไปเลย ทับทวีขึ้นไป และก็ขอศีลขอพรท่าน ขอบุญท่าน ให้พวกเราทุกคนอยู่เย็นเป็นสุข ทำมาค้าขึ้นคิดอะไรสมความปรารถนา ให้มีดวงตาเห็นธรรม ที่เป็นนักเรียนก็ให้ศึกษาเล่าเรียนสมความปรารถนา เป็นธุรกิจนักธุรกิจก็ให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจการงาน เป็นข้าราชการก็ให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นไปเรื่อย ๆ กระทั่งไปถึงที่สุดในสายนั้น ครอบครัวก็ให้อยู่เย็นเป็นสุข เป็นครอบครัวธรรมกาย ให้มีร่างกายที่สุขสบาย แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ มีอายุยืนยาว สร้างบารมีไปนาน ๆ

 


                มีกำลังใจที่จะสร้างบารมี ไม่ท้อแท้ท้อถอย เป็นผู้นำบุญที่สมบูรณ์ ไม่ใช่เป็นผู้นำบุญแต่ชื่อ เป็นผู้นำบุญที่จะนำทุก ๆ คนที่เข้าใกล้ อยู่ใกล้ ให้เค้าสร้างบุญเป็น ให้ทานรักษาศีล เจริญภาวนาเป็น ให้มีบุญพิเศษที่จะไปชักจูงแนะนำ ผู้มีบุญทั้งหลาย แล้วให้เค้าเลื่อมใส เค้าเชื่อฟังทุกอย่าง จะเดินทางไกลก็ให้บุญรักษาให้ปลอดภัย อัคคีภัย โจรภัย ราชภัย ภัยทุกชนิด ศาสตราวุธเขี้ยวงา หมอเสน่ห์ เล่ห์กล มนต์คาถา จ้าวทรงผีสิง สิ่งไม่ดีต่าง ๆ ให้ละลายหายสูญให้หมด ให้ประสบพบแต่สิ่งที่ดีงาม เป็นบัณฑิตเป็นนักปราชญ์ เป็นที่รักของมนุษย์ของเทวดาทั้งหลาย คุณยายทับทวีบุญ คุมผังสำเร็จติดเอาไว้ทีเดียวกราบทูลพระพุทธเจ้าที่อยู่ลับ ๆ ละเอียด ๆ ทั้งลับทั้งเปิดเผยโน่น ให้สอดละเอียดลงมาให้แก้ไขทุกอย่างให้ดีขึ้น

 

 

                ให้ประเทศชาติ ศาสนา วิชชาธรรมกายเจริญรุ่งเรือง ประเทศไทยเป็นปิ่นนานาประเทศ โครงการเศรษฐกิจตกต่ำ ก็พลิกยกให้สูงขึ้นไปเลยน่ะ ให้พลิกตรงกันข้ามไปเลย ที่เค้าเข้าไปบังคับ ไปบดบัง ไปปิดบังไม่ให้รู้ให้เห็นวิธีการก็ดี หรือให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งระหวาดระแวงแก่งแย่งชิงดีกัน ก็พลิกแก้ไขกันหมดเลย เก็บผังเหล่านั้นให้หมด สอดผังสำเร็จประเทศไทยของเราให้เป็นไทยมหารัฐ ให้เป็นปิ่นนานาประเทศ แล้วแก้ไขวิชชาธรรมกายให้ทุกคนเข้าถึงธรรมกาย ให้ขยายไปทั่วโลก ให้ทุกคนในโลกได้เข้าถึงพระธรรมกาย มีสุข มีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นไปเรื่อย ๆ ให้หมู่คณะมีความรักมีความสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน 

 


               อย่าได้ทะเลาะเบาะแว้งกัน ให้ทำงานเป็นทีม ให้มีกำลังกายกำลังใจที่เข้มแข็งไปได้ตลอดรอดฝั่ง อย่าได้ครึ่ง ๆ กลาง ๆ สร้างบารมีทีเดียวให้ไปรวดไปทีเดียวเลย แล้วสำหรับผู้นำบุญใหญ่เนี่ย ต้นบุญต่าง ๆ ผู้นำบุญต้นบุญที่เค้าสร้างธรรมกายเจดีย์ ผู้นำบุญเป็นต้นบุญสร้างธรรมกายเจดีย์ เป็นต้นบุญสร้างสภาธรรมกายสากล เป็นต้นบุญสร้างมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี เป็นต้นบุญหล่อพระบรมพุทธเจ้าก็ดี คุมบุญพิเศษ กราบทูลพระนิพพานที่ละเอียด ลึก ๆ ลับ ๆ ไปโน่นเลย ต่อ ๆ กันขึ้นไป ต้นในต้นแก่ ๆ ไปเรื่อย ๆ ให้ลงหล่อเลี้ยงรักษาเอาไว้ อย่าให้เป็นอะไร ให้ปลอดภัย ให้ทำความสำเร็จเป็นอัศจรรย์

 


                ผู้นำบุญก็ดี ผู้ตามบุญก็ดี ประธานรองก็ดี ทุก ๆ คน ลงกลั่นกันไปพร้อม ๆ กันไปเลยเนี่ย ตั้งผังสำเร็จให้สำเร็จสมความปรารถนา เหมือนเหรียญสำเร็จที่มอบเอาไว้ให้ ให้ติดเป็นผังสำเร็จไปเลย ทำความสำเร็จเป็นอัศจรรย์ เป็นอัศจรรย์ เป็นอัศจรรย์ คุมให้ติดให้หมด แก้ให้ตกไปให้ได้เลย กราบทูลหมดเลย ในธาตุในธรรมไปโน่น ให้ละเอียด เทวดาพรหม อรูปพรหม พระนิพพาน ประชุมพร้อมแก้ไขลงทั้งวันทั้งคืน ทุกเวลา ทุกวินาที ทุกหนทุกแห่ง ทุกสถานที่ แก้ไขหมด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็แล้วแต่ ผู้นำบุญทุกท่านก็ดี ผู้เป็นต้นบุญก็ดี ผู้ตามบุญก็ดีกลั่นแก้ให้หมด ติดตามไปหมดทั้งวันทั้งคืน ตลอดวัน ตลอดคืน ตลอดเวลา กลั่นให้ใสสว่าง โล่ง 

 


                อย่าให้ติดขัดอุปสรรคต่าง ๆ นานา กราบทูลพระพุทธเจ้า จักรพรรดิทั้งหลาย แก่ ๆ ละเอียดในละเอียดเข้าไปเรื่อย ๆ เลย ทับทวีกันขึ้นไป ให้ลงหล่อเลี้ยงรักษากันเอาไว้ ไปให้หมดให้ทั่วถึง ทีนี้พวกเราผู้นำบุญ ผู้ตามบุญก็เปลี่ยนเป็นผู้นำบุญกันซะทีสิจ๊ะ เอาใจของเราหยุดลงไปในกลางอธิษฐานจิตให้ดี ผู้เป็นต้นบุญก็ดี ประธานรอง ประธานใหญ่ ทำกันมาตั้งแต่ยาวนาน สร้างวัดกันมาเนี่ย ตั้งใจอธิษฐานให้ดีนะจ๊ะ ตั้งใจมั่นอยู่ไปในบุญของเราทีเดียว

 


                เหมือนพระพุทธเจ้าเมื่อเจออุปสรรคท่านไม่คิดเรื่องอื่นเลย ท่านไม่หงุดหงิดงุ่นง่านฟุ้งซ่านรำคาญใจ ไม่วิตกไม่กังวลอะไรทั้งสิ้น อยู่ตัวคนเดียวอย่างนั้นแหละใต้ควงไม้พระศรีมหาโพธิ์ สู้กับศึกของมารน่ะ พญามารมาเบียดเบียนมารุกราน ท่านมั่นใจใสแน๋ว นึกถึงบุญบารมี ท่านนึกถึงบุญอย่างเดียว นึกถึงทานบารมี ศีลบารมี เนกขัมมบารมี ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขาบารมีทั้งหมดทั้งหลาย ทั้งอุปบารมี ปรมัตถบารมี ความดีทั้งหมดที่สร้างมาให้มาช่วย ไม่ได้ลุกจากที่เลย ท่านนิ่งอยู่อย่างนั้นอย่างเดียว ใจปักนิ่งไม่หวั่นไหว ไม่วิตก ไม่กังวล ตายเป็นตาย อะไรจะเกิดขึ้น ไม่กังวลทั้งสิ้น

 


                ปักมั่นอยู่ในความดีที่ตัวทำเอาไว้ ใจชุ่มอยู่ในบุญ ไม่ได้คิดว่าจะแพ้หรือชนะอะไร คิดว่าเราจะหยุดจะนิ่งให้มันใสในบุญเท่านั้น แล้วในที่สุดท่านก็ได้ชื่อว่าเป็นพระผู้ชนะมาร เอาชนะมารได้ เอาชนะอุปสรรคทั้งหลายทั้งมวลที่เกิดขึ้นก่อนการตรัสรู้ธรรมได้ เนี่ยท่านได้ตอนที่ท่านยังไม่ได้ตรัสรู้ธรรม ยังเป็นปุถุชนอยู่ เราทั้งหลายก็ยังเป็นปุถุชนอยู่ ทับรอยท่านสิจ๊ะท่านเดินอย่างไร เราเหยียบตาม ท่านเดินซ้ายเราเหยียบซ้าย ท่านก้าวขวาเราเหยียบขวาเข้าไป ท่านทำอย่างไรเราทำอย่างนั้น ท่านมีสิทธิ์นึกถึงบุญ เรามีสิทธิ์นึกถึงบุญบ้างนะลูกนะ ทำอย่างนี้แหละ แล้วความสุขความสำเร็จก็จะบังเกิดขึ้น จะได้ชื่อว่าเป็นผู้ชนะมารเช่นเดียวกันกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรานะจ๊ะ

 

        
                เพราะฉะนั้นวันนี้เราทำบุญใจปักนิ่ง ให้มั่น อธิษฐานจิตให้ดี ว่าด้วยอานุภาพแห่งบุญข้าพเจ้าทำมาก็เยอะแยะ ทั้งทานบารมี ศีลบารมี เนกขัมม ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขาบารี ระลึกได้ก็ดีระลึกไม่ได้ก็ดี เพราะมันผ่านมาหลายภพหลายชาติแล้ว แม้กระทั่งปัจจุบันนี้ก็ตาม ทำมาแล้วก็ลืมไปก็มี ขอให้บุญเหล่านั้นน่ะ ให้มาช่วยทุกอย่าง กระทั่งตอนนี้ บุญที่บูชาข้าวพระ ให้บุญนี้เป็นอัศจรรย์ทีเดียวน่ะ บังเกิดขึ้นเอาชนะอุปสรรคทั้งหลายทั้งมวล ให้มันผ่านไปให้ได้ ให้มันหมดไป เหมือนลมที่พัดหมู่เมฆ ให้ลอยผ่านพ้นการบดบังแสงแห่งดวงจันทร์ในคืนวันเพ็ญ ให้มันสว่างไสวอย่างนั้นทีเดียว ชีวิตที่ถูกบดบังเอาไว้  ให้สว่างไสวด้วยอานุภาพแห่งบุญ ปักนิ่ง อธิษฐานกันไปทุก ๆ คนนะลูกนะ

 

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0016823331514994 Mins