เรื่องของโอโม กล่องที่ 14 : เด็กชมรมพุทธฯ
ที่รวมตัวของเด็กรามสมัยนั้น มี 2 ที่ ที่แรกเป็นที่เค้าเรียกว่า "ซุ้ม" เป็นลักษณะศาลาเล็กๆ โล่งๆ เรียงกันยาวไปตามสองข้างถนน ภายในซุ้ม มีจะโต๊ะที่มีม้านั่งยาว 2 ฝั่ง แต่ละซุ้มก็เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มคนที่มาจากจังหวัดเดียวกันบ้าง อำเภอเดียวกันบ้าง โรงเรียนเก่าที่เดียวกันบ้าง ที่ซุ้มจะมีป้ายชื่อแขวนไว้ ซุ้มนอกจากจะอยู่ตามแนวถนนทุกสายในรามแล้ว ยังจะมีตามข้างตึก ข้างรั้ว หรือที่อื่นๆ เท่าที่จะหาที่ได้ แล้วซุ้มก็คงตกทอดกันมาเป็นรุ่นต่อรุ่น
ซุ้มมีทั้งของมหาวิทยาลัยสร้างและที่สร้างกันเอง โดยเฉพาะที่ทำการพรรคต่างๆ จะปลูกกันอย่างกับบ้านเลย แถมมีที่รวมพลทำกิจกรรมต่างๆ มีห้องติว มีขายเสื้อยืด ขายชุดนักศึกษา ขายเข็มขัด ขายกระดุมโลโก้รามสำหรับใช้กับเสื้อชุดนักศึกษาหญิง ขายซองจดหมาย ขายชีทสรุป ชีทข้อสอบเก่า คนของพรรคก็มีประเภทเรียกปู่ได้เลย ไม่ยอมจบ วน 8 ปีอยู่นั่น เพราะมีลักษณะผลประโยชน์ต่างๆเข้ามาแฝง
อีกที่หนึ่ง ที่เป็นที่รวมกลุ่มนักศึกษาก็คือชมรมต่างๆ ที่มีมากมาย รวมกันที่ตึกกิจกรรม ตอนเรียนปีที่ 2 อ้อ!เรียนรามอย่าถามว่าอยู่ปีไหน มีเคือง เหมือนจะถามว่า แกน่ะเรียนมานานแค่ไหนแล้ว(ไม่จบซะที)ต้องถามว่าได้กี่หน่วยแล้ว ค่อยน่าคุยหน่อย กลับมาว่าปีที่ 2 อันนี้เล่าเอง ได้มาดูว่าน่าจะสมัครชมรมไหนดี กีฬาก็เล่นไม่ค่อยเป็น ดนตรีก็ไม่เป็น สันทนาการต่างๆก็ไม่ค่อนเป็น ออกจะเป็นคนเรียบร้อย ก็มาเห็นชมรมพุทธศาสตร์และวัฒนธรรมไทย มีกิจกรรมสงบๆ มีนั่งสมาธิ มีสวดมนต์ มีจัดตักบาตร เวลามีพิธีไหว้ครูก็เป็นแม่งานจัด ดูเข้าท่าดี ก็เลยสมัครเป็นสมาชิกชมรม ก็แวะเวียนมาร่วมกิจกรรมกับชมรม จนคุ้นเคยกับพี่ๆที่เป็นกรรมการชมรม และสมาชิกที่เป็นนักศึกษาด้วยกัน อยู่ชมรมมาจนมาถึงวันหนึ่ง ที่มาร่วมกิจกรรมนี้กับชมรม แล้วได้ไปที่สถานที่แห่งหนึ่ง ที่ทำให้เส้นทางชีวิตเปลี่ยนไป