ชีวิตหลังความตายของผู้ประสบภัยคลื่นยักษ์สึนามิ

วันที่ 15 สค. พ.ศ.2568

ชีวิตหลังความตายของผู้ประสบภัยคลื่นยักษ์สึนามิ

 

เรียบเรียงจากเนื้อหาธรรมะในรายการโรงอนุบาลฝันในฝันวิทยาออกอากาศทางช่อง DMC

 

                             คลื่นยักษ์สึนามิที่เกิดขึ้นเพราะการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกทำให้เกิดคลื่นยักษ์ขึ้นมาถล่มชายฝั่งทะเลอันดามันทางภาคใต้ของประเทศไทย ผู้ที่ประสบภัยในครั้งนี้ได้รับผลกระทบตั้งแต่เล็กน้อย คือ สูญเสียทรัพย์สิน บาดเจ็บสาหัสไปจนกระทั่งเสียชีวิต แต่บางท่านก็ปลอดภัยซึ่งเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังจริงๆ ก็คือ บุญบาปของแต่ละคนที่สั่งสมมาไม่เหมือนกันจึงได้รับผลไม่เหมือนกัน

15-8-68_1b%286%29.png

 

กรรมปาณาติบาตเป็นเหตุ

                           หายนะจากคลื่นสึนามิครั้งนี้ เกิดขึ้นเฉพาะผู้ที่มีกรรมปาณาติบาตเท่านั้น จึงจะได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เช่น เคยไปฆ่าสัตว์เดรัจฉานหรือฆ่าสัตว์ประเสริฐคือ มนุษย์ ส่วนผู้ที่มี

15-8-68_2b%286%29.png

                           กรรมปาณาติบาตน้อยเป็นแค่เศษกรรมก็จะแค่ได้รับบาดเจ็บ แต่ถ้าใครกรรมหนักมากก็ต้องเสียชีวิต แต่ทั้งนี้ การที่คนจำนวนมากต้องมาตายพร้อมกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเคยทำกรรมร่วมกันมาทั้งหมดบางคนก็ทำกรรมแบบต่างกรรมต่างวาระกัน คือทำกรรมกันคนละแห่งและทำกันคนละอย่าง แต่พอกรรมมาส่งผลพร้อมกันก็เลยต้องมาตายด้วยกัน

 

จิตผ่องใสไปสู่สุคติ

15-8-68_20br%286%29.png

                           เมื่อตายแล้ว กายละเอียดจะแบ่งเป็น ๒ พวกใหญ่ๆ คือพวกที่ตายแล้ว กายละเอียดก็ยังอยู่บริเวณที่ตาย และอีกพวกตายแล้วก็ไปปรโลกเลยทันที

15-8-68_3br%286%29.png

                           สำหรับพวกหลังที่ตายแล้วไปปรโลกทันทีก็จะไปตามกำลังบุญ และบาปของตัวที่ได้เคยกระทำเอาไว้ เช่น ผู้ที่ทำบุญเป็นอาจิณกรรม ก็จะมีจิตใจผ่องใสเป็นปกติ เมื่อละโลกไปแล้วก็จะไปสู่ภพภูมิที่ดี ตั้งแต่ไปเกิดเป็น “รุกขเทวา” คือเทวดาที่มีวิมานอยู่ในระดับยอดไม้ บางพวกก็ไปเกิดเป็น “อากาสเทวา” คือเทวดาที่มีวิมานอยู่สูงจากพื้นดินขึ้นไป ๑ โยชน์ บางพวกก็ไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ซึ่งมีทั้งพวก นาค ครุฑ ยักษ์ คนธรรพ์ ส่วนผู้มีบุญที่ไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์มีปริมาณน้อยที่สุด

 

จิตเศร้าหมองต้องไปอบาย

                           สำหรับผู้ที่ตอนเป็นมนุษย์จิตใจเศร้าหมอง เพราะชอบทำบาปเป็นอาจิณกรรม เช่น “พวกที่ชอบดื่มเหล้าเป็นปกติ”

15-8-68_4b%286%29.png

                           ตอนที่คลื่นยักษ์โถมมา ก็ตายตอนที่กำลังเมาพอดี พอตายแล้วจะถูกแรงกรรมดึงดูดให้ไปเกิดในมหานรกขุม ๕ ที่มีชื่อว่ามหาโรรุวนรกทันที ที่นั่นบรรยากาศจะมืดสนิท และร้อนแรงด้วยเปลวไฟนรกสีดำสนิทอยู่ตลอดเวลา สัตว์นรกกายใหญ่โตมากด้วยแรงบาปที่ทำเป็นอาจิณกรรม แต่นายนิรยบาลตัวจะใหญ่ยิ่งกว่า ทำหน้าที่จับสัตว์นรกขึงพืด แล้วกรอกน้ำกรดสีดำร้อนแรงสัตว์นรกก็จะตาย แล้วกลับฟื้นด้วยแรงกรรม แล้วก็ถูกกรอกใหม่ตายเกิดๆ วนเวียนอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะหมดกรรม ซึ่งเวลา ๑ วัน ๑ คืนในนรกขุมนี้จะเท่ากับเวลา ๒,๓๐๔ ล้านปี ในเมืองมนุษย์และอายุขัยของสัตว์นรกขุมนี้ตามพระไตรปิฎกระบุเอาไว้ว่านานเท่ากับ ๖,๖๓๕,๕๒๐,๐๐๐ ล้านปี ในเมืองมนุษย์

15-8-68_5b%286%29.png                           

                           “พวกที่เล่นการพนันเป็นประจำ" แม้ในขณะที่คลื่นยักษ์ซัดมาก็ยังเล่นการพนันอยู่ ตายแล้วไปเกิดในมหานรกขุม 5 ทันที และถูกอุปกรณ์ที่ตัวเองเล่นการพนัน ซึ่งเป็นเหล็กร้อนขนาดใหญ่หล่นลงมาทับสัตว์นรก ได้รับทุกข์ทรมานมาก

15-8-68_6b%286%29.png

                           “พวกที่มีเวรปาณาติบาต มีอาชีพจับสัตว์น้ำเป็นประจำ” เป็นชาวประมงตายไปก็ไปเกิดเป็นปลาทันที เพราะใจของคนเราเวลาหมกมุ่นอยู่กับอะไร ภาพเหล่านั้นจะมาปรากฏขึ้นในใจ พอตายก็จะถูกดึงดูดไปตามภาพในใจที่ตัวเองเคยทำเอาไว้

 

ตายแล้วยังไม่รู้ว่าตัวเองตาย

                           สำหรับพวกแรกที่เมื่อตายใหม่ๆ ยังคงวนเวียนอยู่ตรงบริเวณที่ตัวเองตาย เช่น บางพวกกายหยาบจมน้ำตาย แต่กาย-ละเอียดยังวิ่งหนีอยู่ โดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองตาย บางพวกก็ไม่แน่ใจ

 

                           เพราะเมื่อสักครู่ ตัวเองถูกคลื่นซัดกวาดลงไปในทะเล ต้องทุรนทุรายคิดว่าตัวเองไม่รอดแน่แต่พอกายละเอียดหลุดออกมาจากร่าง ก็รู้สึกว่าความทุกข์ทรมานมันหมดไป เลยไม่แน่ใจว่าตัวเองตายแล้วหรือยัง

 

                           กายละเอียดบางพวกก็วิ่งหนีคลื่นยักษ์ปะปนไปกับฝูงชนขึ้นไปนั่งพักบนที่สูง เช่น บนภูเขาแต่เมื่อเวลาผ่านไปก็รู้สึกแปลกใจว่าทำไมเวลาพูดกับใครก็ไม่มีใครพูดด้วย ส่วนบางพวกก็นั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นไปเรื่อย ๆ บางพวกก็ตีโพยตีพาย โหวกเหวกโวยวายซึ่งกายละเอียดแต่ละตนล้วนแล้วแต่ตื่นตระหนก และจิตใจสับสน

15-8-68_7b%286%29.png

บุญคือสิ่งเดียวที่ต้องการ

15-8-68_8b%286%29.png

                           กายละเอียดบางพวกเมื่อเห็นศพของตัวเองนอนอยู่ ก็เริ่มรู้ว่าตัวเองตายแล้ว แต่ยังรู้สึกงงๆ ทำอะไรไม่ถูกบางราย พอหมู่ญาติรู้ข่าวก็ทำบุญอุทิศให้ทันที เพราะเหตุที่ตัวเคยมีบุญเกื้อกูลหมู่ญาติทั้งในอดีตชาติ และปัจจุบัน-ชาติ ด้วยบุญนี้เองจึงบันดาลให้ญาติระลึกถึงและทำบุญให้ทันที

15-8-68_9b%286%29.png

                           เมื่อได้รับบุญแล้ว กายละเอียดก็เริ่มผ่องใส และเบา เบาในระดับที่พอนึกถึงบ้านออก และสามารถแวบกลับไปถึงบ้านได้ทันที

 

                           แต่บางพวกนึกถึงบุญไม่ออกและไม่มีใครทำบุญให้เลย พวกนี้กายจะหนักแบบพวกสัมภเวสีคือ กาย-ละเอียดเร่ร่อน พวกนี้หากคิดจะกลับบ้านก็ต้องตะเกียกตะกายหาทางกลับบ้านเอาเอง เช่น อาศัยขึ้นรถของมนุษย์กลับบ้าน เป็นต้น พวกที่ยังไม่รู้ตัวว่าตาย เมื่อกลับไปหาครอบครัวพอคุยกับใครก็ไม่รู้เรื่อง เลยหงุดหงิดทำให้ใจหมอง กายละเอียดจึงเริ่มเปลี่ยนไป มีสภาพคล้ายกับศพที่เน่าเหม็น ทำให้หมู่ญาติได้กลิ่นเหมือนศพวนเวียนอยู่รอบๆ ตัว

 

                           บางพวกมีจิตใจดีขึ้นมาอีกหน่อยสภาพกายละเอียดก็จะมีกลิ่นเหมือนธูป ส่วนบางพวกที่หมู่ญาติอุทิศส่วนบุญกุศลไปให้ เมื่อได้รับบุญแล้วก็เป็นกายละเอียดชั้นดีทำให้หมู่ญาติได้กลิ่นหอม

15-8-68_10br%286%29.png

15-8-68_10brr%286%29.png

เมื่อรู้ตัวว่าตาย

                      เมื่อเวลาผ่านไปได้ ๔-๕ วัน กายละเอียดส่วนใหญ่จะเริ่มรู้ตัวว่าตายแล้ว ซึ่งจะแบ่งออกเป็น ๓ พวกใหญ่ๆ คือ

15-8-68_11b%286%29.png

                      ๑. พวกกายละเอียดเศร้าหมองก็จะนั่งซึมเศร้าคอตก ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป

15-8-68_12b%286%29.png

                      ๒. พวกกายละเอียดที่จิตใจสับสน ก็จะเดินวนไปวนมาอยู่แถวบริเวณที่ตัวตายไม่รู้จะทำอะไร

15-8-68_13b%286%29.png

                      ๓. พวกกายละเอียดที่พยายาม นึกถึงสิ่งที่ตนเองเคารพนับถือ บ้างก็อยู่เดี่ยวๆ บ้างก็อยู่เป็นพวกๆส่วนกาย-ละเอียดที่ตรึกระลึกถึงบุญ และระลึกถึงพระรัตนตรัยก็จะมีกายที่ผ่องใส มีรัศมีออกมามากกว่าพวกอื่นๆ

                      สำหรับกายละเอียดที่นึกถึงบุญได้

 

                      และได้รับบุญที่ญาติอุทิศไปให้ กายก็จะค่อยๆ เบาขึ้นและลอยขึ้นไปเรื่อยๆจนเห็นทางสว่างแล้วก็จะเดินไปตามทางสว่างนั้น นำไปเกิดยังภพภูมิ ตามกำลังบุญของตน ตั้งแต่รุกขเทวา อากาสเทวา และสูงขึ้นไปถึงสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา, ดาวดึงส์ ตามที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น

 

                      แต่บางพวก หลังตายใจจะเศร้า-หมองหนักขึ้นเรื่อยๆ (แตกต่างจากพวกที่ใจหมองเพราะทำบาปจนเป็นอาจิณกรรมตามที่กล่าวไปแล้วข้างต้น) กายละเอียดพวกนี้ ภายใน ๗ วัน เมื่อใจหมองได้ที่ก็จะถูกแรงกรรมดึงดูดไปเกิดในนรกขุมต่างๆ ตามกำลังบาปของตนเช่นกัน

15-8-68_14br%286%29.png15-8-68_15b%286%29.png

ครบ ๗ วัน ไปยมโลก

15-8-68_16b%286%29.png

15-8-68_17b%286%29.png

                      กายละเอียดส่วนใหญ่จะเป็นพวกที่นึกถึงบุญก็ไม่ออกนึกถึงบาปก็ไม่ออก จึงยังงงๆ ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่เดินวนเวียนอยู่ ณ บริเวณที่ตายไปจนถึงวันที่ ๗ รวมเป็นชั่วโมงของโลกได้ ๑๖๘ ชั่วโมง ส่วนกายละเอียดบางพวกที่จิตไม่หมองไม่ใส แต่โซซัดโซเซกลับบ้าน พอครบ ๑๖๘ ชั่วโมง กายละเอียดเหล่านั้น ก็จะต้องถูกดึงดูดให้กลับมาณ บริเวณที่ตัวเองเสียชีวิต และภายในเพียงวินาทีเดียวเจ้าหน้าที่จากยมโลกรูปร่างใหญ่โตผิวดำสนิทนุ่งผ้าหยักรั้งสีแดงก็จะมาปรากฏกายเกิดขึ้น เพื่อคุมตัวกายละเอียดไปให้พญายมราชพิพากษาบุญบาปในยมโลก

15-8-68_18br%286%29.png

                      สำหรับพวกที่ยอมตามเจ้าหน้าที่ไปดีๆ เขาก็แค่เอาโซ่ผูกคล้องคอกันไปผู้ที่ไม่ยอมก็จะถูกกระชากลากถู และทิ่มแทงด้วยอาวุธ จนไปถึงหน้าลานของโรงพิพากษา ซึ่งมีกายละเอียดถูกคุมตัวมารวมกันมากมายนับไม่ถ้วน ส่งเสียงร้องกันระงมไปหมด และบรรยากาศที่นั่นก็ทั้งร้อนทั้งทีมๆ ตลอดสองข้างทางจะมีประติมากรรมนรกเป็นรูปอาวุธ น่าสะพรึงกลัวมากๆ

 

                      ยมโลก เป็นภพภูมิที่ตั้งอยู่รายรอบนรกขุมหลัก รวมแล้วยิ้มโลกจะมีทั้งหมด ๓๒๐ ขุม ซึ่งก็แล้วแต่กำลังของบาปของสัตว์นรกแต่ละตัวว่าจะถูกนำไปรอการพิพากษาอยู่ ณ ขุมใด ขณะที่กำลังตัดสินพิพากษา ภาพของบุญ และบาปที่เคยทำเอาไว้ตอนมีชีวิตจะฉายออกมาเป็นภาพต่อหน้าพญายมราช ทำให้ไม่สามารถโกหกหรือปฏิเสธได้ หากว่ากายละเอียดทำบาปมากกว่าบุญ ก็จะถูกตัดสินให้ไปรับโทษในขุมนรกยมโลก

15-8-68_19b%286%29.png

 

                      สัตว์นรกในยมโลกจะได้รับการลงทัณฑ์ที่เบากว่าในมหานรกมาก เช่น ถ้าผิดศีลข้อ ๕ ที่ มหานรกจะถูกจับกรอกน้ำกรดสีดำ แต่ในยมโลกโทษจะเบากว่ามาก สัตว์-นรกจะถูกเจ้าหน้าที่นุ่งหยักรั้งสีแดงจับกรอกน้ำกรดที่มีสีเหมือนกับน้ำโลหะหลอมเหลวร้อนแรง ซึ่งปู่ ย่า ตา ยาย ของเราเรียกกันว่า “น้ำทองแดง” สัตว์นรกก็จะตายเกิดๆ วนเวียนไปเรื่อยๆ จนกว่าหมดกรรมแต่ในยมโลกจะมีการหยุดลงทัณฑ์ทรมานสัตว์นรกทุกๆ วันพระซึ่งหากหมู่ญาติทำบุญอุทิศส่วนกุศลมาให้ สัตว์นรกก็จะสามารถรับบุญได้ ส่งผลให้บุญไปตัดวิบากกรรมให้เบาบางลงไปเรื่อยๆแต่บางรายถ้าญาติทำบุญใหญ่ในพระพุทธศาสนาก็สามารถพ้นโทษถ้าบุญมากพอก็กลับไปเกิดเป็นมนุษย์ใหม่ได้อีก แต่ถ้าเศษกรรมยังมีอยู่ก็อาจจะไปเกิดในภูมิของเปรต อสุรกาย หรือสัตว์เดรัจฉานจากขุมยมโลก ไปเกิดใหม่ตามกำลังบุญของแต่ละรายถ้าบุญมากพอก็กลับไปเกิดเป็นมนุษย์ใหม่ได้อีก แต่ถ้าเศษกรรมยังมีอยู่ก็อาจจะไปเกิดในภูมิของเปรต อสุรกาย หรือสัตว์เดรัจฉาน

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0021177808443705 Mins