ชีวิตหลังความตายของผู้ประสบภัยคลื่นยักษ์สึนามิ
เรียบเรียงจากเนื้อหาธรรมะในรายการโรงอนุบาลฝันในฝันวิทยาออกอากาศทางช่อง DMC
คลื่นยักษ์สึนามิที่เกิดขึ้นเพราะการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกทำให้เกิดคลื่นยักษ์ขึ้นมาถล่มชายฝั่งทะเลอันดามันทางภาคใต้ของประเทศไทย ผู้ที่ประสบภัยในครั้งนี้ได้รับผลกระทบตั้งแต่เล็กน้อย คือ สูญเสียทรัพย์สิน บาดเจ็บสาหัสไปจนกระทั่งเสียชีวิต แต่บางท่านก็ปลอดภัยซึ่งเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังจริงๆ ก็คือ บุญบาปของแต่ละคนที่สั่งสมมาไม่เหมือนกันจึงได้รับผลไม่เหมือนกัน

กรรมปาณาติบาตเป็นเหตุ
หายนะจากคลื่นสึนามิครั้งนี้ เกิดขึ้นเฉพาะผู้ที่มีกรรมปาณาติบาตเท่านั้น จึงจะได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เช่น เคยไปฆ่าสัตว์เดรัจฉานหรือฆ่าสัตว์ประเสริฐคือ มนุษย์ ส่วนผู้ที่มี

กรรมปาณาติบาตน้อยเป็นแค่เศษกรรมก็จะแค่ได้รับบาดเจ็บ แต่ถ้าใครกรรมหนักมากก็ต้องเสียชีวิต แต่ทั้งนี้ การที่คนจำนวนมากต้องมาตายพร้อมกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเคยทำกรรมร่วมกันมาทั้งหมดบางคนก็ทำกรรมแบบต่างกรรมต่างวาระกัน คือทำกรรมกันคนละแห่งและทำกันคนละอย่าง แต่พอกรรมมาส่งผลพร้อมกันก็เลยต้องมาตายด้วยกัน
จิตผ่องใสไปสู่สุคติ

เมื่อตายแล้ว กายละเอียดจะแบ่งเป็น ๒ พวกใหญ่ๆ คือพวกที่ตายแล้ว กายละเอียดก็ยังอยู่บริเวณที่ตาย และอีกพวกตายแล้วก็ไปปรโลกเลยทันที

สำหรับพวกหลังที่ตายแล้วไปปรโลกทันทีก็จะไปตามกำลังบุญ และบาปของตัวที่ได้เคยกระทำเอาไว้ เช่น ผู้ที่ทำบุญเป็นอาจิณกรรม ก็จะมีจิตใจผ่องใสเป็นปกติ เมื่อละโลกไปแล้วก็จะไปสู่ภพภูมิที่ดี ตั้งแต่ไปเกิดเป็น “รุกขเทวา” คือเทวดาที่มีวิมานอยู่ในระดับยอดไม้ บางพวกก็ไปเกิดเป็น “อากาสเทวา” คือเทวดาที่มีวิมานอยู่สูงจากพื้นดินขึ้นไป ๑ โยชน์ บางพวกก็ไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ซึ่งมีทั้งพวก นาค ครุฑ ยักษ์ คนธรรพ์ ส่วนผู้มีบุญที่ไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์มีปริมาณน้อยที่สุด
จิตเศร้าหมองต้องไปอบาย
สำหรับผู้ที่ตอนเป็นมนุษย์จิตใจเศร้าหมอง เพราะชอบทำบาปเป็นอาจิณกรรม เช่น “พวกที่ชอบดื่มเหล้าเป็นปกติ”

ตอนที่คลื่นยักษ์โถมมา ก็ตายตอนที่กำลังเมาพอดี พอตายแล้วจะถูกแรงกรรมดึงดูดให้ไปเกิดในมหานรกขุม ๕ ที่มีชื่อว่ามหาโรรุวนรกทันที ที่นั่นบรรยากาศจะมืดสนิท และร้อนแรงด้วยเปลวไฟนรกสีดำสนิทอยู่ตลอดเวลา สัตว์นรกกายใหญ่โตมากด้วยแรงบาปที่ทำเป็นอาจิณกรรม แต่นายนิรยบาลตัวจะใหญ่ยิ่งกว่า ทำหน้าที่จับสัตว์นรกขึงพืด แล้วกรอกน้ำกรดสีดำร้อนแรงสัตว์นรกก็จะตาย แล้วกลับฟื้นด้วยแรงกรรม แล้วก็ถูกกรอกใหม่ตายเกิดๆ วนเวียนอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะหมดกรรม ซึ่งเวลา ๑ วัน ๑ คืนในนรกขุมนี้จะเท่ากับเวลา ๒,๓๐๔ ล้านปี ในเมืองมนุษย์และอายุขัยของสัตว์นรกขุมนี้ตามพระไตรปิฎกระบุเอาไว้ว่านานเท่ากับ ๖,๖๓๕,๕๒๐,๐๐๐ ล้านปี ในเมืองมนุษย์
“พวกที่เล่นการพนันเป็นประจำ" แม้ในขณะที่คลื่นยักษ์ซัดมาก็ยังเล่นการพนันอยู่ ตายแล้วไปเกิดในมหานรกขุม 5 ทันที และถูกอุปกรณ์ที่ตัวเองเล่นการพนัน ซึ่งเป็นเหล็กร้อนขนาดใหญ่หล่นลงมาทับสัตว์นรก ได้รับทุกข์ทรมานมาก

“พวกที่มีเวรปาณาติบาต มีอาชีพจับสัตว์น้ำเป็นประจำ” เป็นชาวประมงตายไปก็ไปเกิดเป็นปลาทันที เพราะใจของคนเราเวลาหมกมุ่นอยู่กับอะไร ภาพเหล่านั้นจะมาปรากฏขึ้นในใจ พอตายก็จะถูกดึงดูดไปตามภาพในใจที่ตัวเองเคยทำเอาไว้
ตายแล้วยังไม่รู้ว่าตัวเองตาย
สำหรับพวกแรกที่เมื่อตายใหม่ๆ ยังคงวนเวียนอยู่ตรงบริเวณที่ตัวเองตาย เช่น บางพวกกายหยาบจมน้ำตาย แต่กาย-ละเอียดยังวิ่งหนีอยู่ โดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองตาย บางพวกก็ไม่แน่ใจ
เพราะเมื่อสักครู่ ตัวเองถูกคลื่นซัดกวาดลงไปในทะเล ต้องทุรนทุรายคิดว่าตัวเองไม่รอดแน่แต่พอกายละเอียดหลุดออกมาจากร่าง ก็รู้สึกว่าความทุกข์ทรมานมันหมดไป เลยไม่แน่ใจว่าตัวเองตายแล้วหรือยัง
กายละเอียดบางพวกก็วิ่งหนีคลื่นยักษ์ปะปนไปกับฝูงชนขึ้นไปนั่งพักบนที่สูง เช่น บนภูเขาแต่เมื่อเวลาผ่านไปก็รู้สึกแปลกใจว่าทำไมเวลาพูดกับใครก็ไม่มีใครพูดด้วย ส่วนบางพวกก็นั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นไปเรื่อย ๆ บางพวกก็ตีโพยตีพาย โหวกเหวกโวยวายซึ่งกายละเอียดแต่ละตนล้วนแล้วแต่ตื่นตระหนก และจิตใจสับสน

บุญคือสิ่งเดียวที่ต้องการ

กายละเอียดบางพวกเมื่อเห็นศพของตัวเองนอนอยู่ ก็เริ่มรู้ว่าตัวเองตายแล้ว แต่ยังรู้สึกงงๆ ทำอะไรไม่ถูกบางราย พอหมู่ญาติรู้ข่าวก็ทำบุญอุทิศให้ทันที เพราะเหตุที่ตัวเคยมีบุญเกื้อกูลหมู่ญาติทั้งในอดีตชาติ และปัจจุบัน-ชาติ ด้วยบุญนี้เองจึงบันดาลให้ญาติระลึกถึงและทำบุญให้ทันที

เมื่อได้รับบุญแล้ว กายละเอียดก็เริ่มผ่องใส และเบา เบาในระดับที่พอนึกถึงบ้านออก และสามารถแวบกลับไปถึงบ้านได้ทันที
แต่บางพวกนึกถึงบุญไม่ออกและไม่มีใครทำบุญให้เลย พวกนี้กายจะหนักแบบพวกสัมภเวสีคือ กาย-ละเอียดเร่ร่อน พวกนี้หากคิดจะกลับบ้านก็ต้องตะเกียกตะกายหาทางกลับบ้านเอาเอง เช่น อาศัยขึ้นรถของมนุษย์กลับบ้าน เป็นต้น พวกที่ยังไม่รู้ตัวว่าตาย เมื่อกลับไปหาครอบครัวพอคุยกับใครก็ไม่รู้เรื่อง เลยหงุดหงิดทำให้ใจหมอง กายละเอียดจึงเริ่มเปลี่ยนไป มีสภาพคล้ายกับศพที่เน่าเหม็น ทำให้หมู่ญาติได้กลิ่นเหมือนศพวนเวียนอยู่รอบๆ ตัว
บางพวกมีจิตใจดีขึ้นมาอีกหน่อยสภาพกายละเอียดก็จะมีกลิ่นเหมือนธูป ส่วนบางพวกที่หมู่ญาติอุทิศส่วนบุญกุศลไปให้ เมื่อได้รับบุญแล้วก็เป็นกายละเอียดชั้นดีทำให้หมู่ญาติได้กลิ่นหอม


เมื่อรู้ตัวว่าตาย
เมื่อเวลาผ่านไปได้ ๔-๕ วัน กายละเอียดส่วนใหญ่จะเริ่มรู้ตัวว่าตายแล้ว ซึ่งจะแบ่งออกเป็น ๓ พวกใหญ่ๆ คือ

๑. พวกกายละเอียดเศร้าหมองก็จะนั่งซึมเศร้าคอตก ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป

๒. พวกกายละเอียดที่จิตใจสับสน ก็จะเดินวนไปวนมาอยู่แถวบริเวณที่ตัวตายไม่รู้จะทำอะไร

๓. พวกกายละเอียดที่พยายาม นึกถึงสิ่งที่ตนเองเคารพนับถือ บ้างก็อยู่เดี่ยวๆ บ้างก็อยู่เป็นพวกๆส่วนกาย-ละเอียดที่ตรึกระลึกถึงบุญ และระลึกถึงพระรัตนตรัยก็จะมีกายที่ผ่องใส มีรัศมีออกมามากกว่าพวกอื่นๆ
สำหรับกายละเอียดที่นึกถึงบุญได้
และได้รับบุญที่ญาติอุทิศไปให้ กายก็จะค่อยๆ เบาขึ้นและลอยขึ้นไปเรื่อยๆจนเห็นทางสว่างแล้วก็จะเดินไปตามทางสว่างนั้น นำไปเกิดยังภพภูมิ ตามกำลังบุญของตน ตั้งแต่รุกขเทวา อากาสเทวา และสูงขึ้นไปถึงสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา, ดาวดึงส์ ตามที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น
แต่บางพวก หลังตายใจจะเศร้า-หมองหนักขึ้นเรื่อยๆ (แตกต่างจากพวกที่ใจหมองเพราะทำบาปจนเป็นอาจิณกรรมตามที่กล่าวไปแล้วข้างต้น) กายละเอียดพวกนี้ ภายใน ๗ วัน เมื่อใจหมองได้ที่ก็จะถูกแรงกรรมดึงดูดไปเกิดในนรกขุมต่างๆ ตามกำลังบาปของตนเช่นกัน


ครบ ๗ วัน ไปยมโลก


กายละเอียดส่วนใหญ่จะเป็นพวกที่นึกถึงบุญก็ไม่ออกนึกถึงบาปก็ไม่ออก จึงยังงงๆ ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่เดินวนเวียนอยู่ ณ บริเวณที่ตายไปจนถึงวันที่ ๗ รวมเป็นชั่วโมงของโลกได้ ๑๖๘ ชั่วโมง ส่วนกายละเอียดบางพวกที่จิตไม่หมองไม่ใส แต่โซซัดโซเซกลับบ้าน พอครบ ๑๖๘ ชั่วโมง กายละเอียดเหล่านั้น ก็จะต้องถูกดึงดูดให้กลับมาณ บริเวณที่ตัวเองเสียชีวิต และภายในเพียงวินาทีเดียวเจ้าหน้าที่จากยมโลกรูปร่างใหญ่โตผิวดำสนิทนุ่งผ้าหยักรั้งสีแดงก็จะมาปรากฏกายเกิดขึ้น เพื่อคุมตัวกายละเอียดไปให้พญายมราชพิพากษาบุญบาปในยมโลก

สำหรับพวกที่ยอมตามเจ้าหน้าที่ไปดีๆ เขาก็แค่เอาโซ่ผูกคล้องคอกันไปผู้ที่ไม่ยอมก็จะถูกกระชากลากถู และทิ่มแทงด้วยอาวุธ จนไปถึงหน้าลานของโรงพิพากษา ซึ่งมีกายละเอียดถูกคุมตัวมารวมกันมากมายนับไม่ถ้วน ส่งเสียงร้องกันระงมไปหมด และบรรยากาศที่นั่นก็ทั้งร้อนทั้งทีมๆ ตลอดสองข้างทางจะมีประติมากรรมนรกเป็นรูปอาวุธ น่าสะพรึงกลัวมากๆ
ยมโลก เป็นภพภูมิที่ตั้งอยู่รายรอบนรกขุมหลัก รวมแล้วยิ้มโลกจะมีทั้งหมด ๓๒๐ ขุม ซึ่งก็แล้วแต่กำลังของบาปของสัตว์นรกแต่ละตัวว่าจะถูกนำไปรอการพิพากษาอยู่ ณ ขุมใด ขณะที่กำลังตัดสินพิพากษา ภาพของบุญ และบาปที่เคยทำเอาไว้ตอนมีชีวิตจะฉายออกมาเป็นภาพต่อหน้าพญายมราช ทำให้ไม่สามารถโกหกหรือปฏิเสธได้ หากว่ากายละเอียดทำบาปมากกว่าบุญ ก็จะถูกตัดสินให้ไปรับโทษในขุมนรกยมโลก

สัตว์นรกในยมโลกจะได้รับการลงทัณฑ์ที่เบากว่าในมหานรกมาก เช่น ถ้าผิดศีลข้อ ๕ ที่ มหานรกจะถูกจับกรอกน้ำกรดสีดำ แต่ในยมโลกโทษจะเบากว่ามาก สัตว์-นรกจะถูกเจ้าหน้าที่นุ่งหยักรั้งสีแดงจับกรอกน้ำกรดที่มีสีเหมือนกับน้ำโลหะหลอมเหลวร้อนแรง ซึ่งปู่ ย่า ตา ยาย ของเราเรียกกันว่า “น้ำทองแดง” สัตว์นรกก็จะตายเกิดๆ วนเวียนไปเรื่อยๆ จนกว่าหมดกรรมแต่ในยมโลกจะมีการหยุดลงทัณฑ์ทรมานสัตว์นรกทุกๆ วันพระซึ่งหากหมู่ญาติทำบุญอุทิศส่วนกุศลมาให้ สัตว์นรกก็จะสามารถรับบุญได้ ส่งผลให้บุญไปตัดวิบากกรรมให้เบาบางลงไปเรื่อยๆแต่บางรายถ้าญาติทำบุญใหญ่ในพระพุทธศาสนาก็สามารถพ้นโทษถ้าบุญมากพอก็กลับไปเกิดเป็นมนุษย์ใหม่ได้อีก แต่ถ้าเศษกรรมยังมีอยู่ก็อาจจะไปเกิดในภูมิของเปรต อสุรกาย หรือสัตว์เดรัจฉานจากขุมยมโลก ไปเกิดใหม่ตามกำลังบุญของแต่ละรายถ้าบุญมากพอก็กลับไปเกิดเป็นมนุษย์ใหม่ได้อีก แต่ถ้าเศษกรรมยังมีอยู่ก็อาจจะไปเกิดในภูมิของเปรต อสุรกาย หรือสัตว์เดรัจฉาน