เหยื่อคลื่นยักษ์ที่เขาหลัก ตะกั่วป่า
น้องชายคนเล็กชื่อ ฤทธิรุธ เจียรไพโรจน์ ได้เปิดกิจการที่จังหวัดภูเก็ตเป็นเวลาประมาณ ๑๘ ปีแล้ว ธุรกิจของน้องชายไปได้ดี และล่าสุดได้ร่วมหุ้นกับชาวต่างชาติ จะเปิดกิจการทำธุรกิจโรงแรม อยู่ที่หาดบางสัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงาโดยใช้ชื่อโรงแรมว่า เขาหลักปริ้นเซส รีสอร์ท ตัวโรงแรมกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง แต่เดิมกำหนดจะแล้วเสร็จ และเปิดทำการภายในเดือน มกราคม ๒๕๔๘
ในช่วงเวลานี้น้องชายจึงได้ไปเช่ารีสอร์ท อยู่ใกล้ที่ก่อสร้างโรงแรมเพื่ออยู่ดูแลงาน วันที่ ๒๖ ธันวาคม ขณะที่ได้พาคนงานไปเคลียร์พื้นที่ เพื่อรอรับงานต้อนรับปีใหม่ที่จะมาถึงนี้ก็ได้เกิดเหตุการณ์คลื่นยักษ์
ถล่มที่ภาคใต้ ในจุดที่น้องชายอยู่คืออำเภอตะกั่วป่า ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ทำให้น้องชาย เพื่อนๆ ของน้องชาย และลูกน้อง คนงานก่อสร้างเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้ไปหลายคน

วันที่เกิดคลื่นถล่มก็ยังไม่ทราบว่าน้องชายจะเสียชีวิตหรือไม่พยายามติดต่ออยู่ แต่ก็ไม่ทราบข่าวอีกทั้งในเขตพื้นที่ที่น้องชายอยู่นั้นได้มีทหารเข้ามาเคลียร์พื้นที่ ยังไม่สามารถเข้าไปค้นได้จนกระทั่งในวันรุ่งขึ้น คือวันที่ ๒๗ ธันวาคม จึงได้พบศพของน้องชายเมื่อน้องชายตายลูกน้องสองคนของน้องชายจึงได้บวชให้เขา
ในวันที่ ๒๘ ธันวาคมเป็นวันที่สามนับจากวันที่เสียชีวิตลูกสาวของน้องชายเห็นพ่อของเขาที่ตายเข้ามากอด และ พูดเป็นภาษาจีน ซึ่งหลานฟังไม่เข้าใจ ในคืนวันที่ ๒๙ ธันวาคมพวกเราญาติๆ ก็ได้ไปกางเต็นท์นอนนอกบ้าน เนื่องจากภายในบ้านคับแคบ น้องชายของสามีได้เห็นว่าผู้ตายเข้ามาเขย่าเต็นท์โผล่หน้ามาบอกว่าเป็นห่วงลูก และภรรยามาก
คำถาม
๑. น้องชาย เพื่อนๆ และลูกน้องทำกรรมอะไรมาถึงได้มาตายพร้อมกัน
๒. เมื่อน้องชายเสียชีวิตได้ไปหาลูกสาว และกอดลูกสาวและไปหาน้องชายของสามี โดยไปเขย่าเต็นท์ แล้วโผล่หน้าเข้ามา เป็นเรื่องจริงหรือไม่
๓. ลูกน้องสองคนที่บวชให้ น้องชายได้อนุโมทนาบุญและได้รับบุญหรือไม่
๔. จะมีวิธีการช่วยเหลือน้องชายอย่างไร เขาถึงจะไปดีบุญที่ครอบครัวได้ทำอุทิศให้เขาได้รับหรือไม่
๕. ขณะนี้น้องชายรู้สึกอย่างไร อยู่ที่ไหน มีสภาพเป็นอย่างไร เขาฝากข้อความอะไรมาถึงญาติๆ หรือไม่
คำตอบ ฝันในฝัน

น้องชาย เพื่อนน้องชายและลูกน้องที่มาตายพร้อมกันในเหตุการณ์คลื่นยักษ์ถล่ม เพราะแต่ละคนมีกรรมปาณาติบาตในอดีตแต่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะของ

น้องชาย ในอดีตเป็นพ่อค้า ค้าขายทางเรือสําเภา โดยเดินทางไปพร้อมกับลูกน้องของตน ครั้งหนึ่งมีเด็กใหม่มาสมัคร แล้วก็เดินทางไปกับเรือสําเภาด้วย ต่อมาเด็กใหม่คนนี้ได้ลักขโมยข้าวของมีค่าในเรือ แล้วก็ยักยอกเอาไว้ เมื่อเด็กถูกจับได้ ก็เลยสั่งให้โยนเจ้าหนุ่มคนนี้ลงไปในทะเล เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เด็กหนุ่มก็ได้ถึงแก่ความตายในทะเล

ขณะที่เจอเหตุการณ์น้องชายไม่รู้ตัวว่าตาย เมื่อกายละเอียดหลุดมาแล้ว แถมนึกว่าตัวเองรอดอีก ได้ไปคุยกับคนโน้น คนนี้ แต่ไม่มีใครรู้เรื่องเลย ในที่สุดก็กลับมาหาครอบครัวแล้วคุยกับทุกคน แต่ก็ไม่มีใครรู้เรื่องเลยเช่นกัน จึงรู้ว่าตัวเองตายแล้ว แต่ยังรับไม่ได้ว่าตัวต้องมาตายในคราวนี้

ขณะที่น้องชายตายแล้ว ก็ได้ไปหาลูกสาว และน้องชายสามีของลูกจริงๆ แต่คุยกับใครก็ไม่รู้เรื่อง จึงได้พยายามแสดงตัวให้ทุกคนรู้ด้วยการเขย่าเต็นท์ แล้วก็บอกว่าเขายังไม่ตาย เขายังอยู่ตรงนี้ ตะโกนอย่างนี้ตลอด แต่ก็ไม่มีใครได้ยิน

ลูกน้อง ๒ คนที่บวชให้น้องชาย ขณะนั้นน้องชายยังรับบุญได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากยังไม่ยอมรับว่าตัวเองตาย ใจจึงยังไม่เปิด ทำให้รับบุญได้ไม่เต็มที่

การจะช่วยน้องชายให้ไปดีควรให้ลูกน้องที่บวชอย่างเพิ่งรีบสึกและระหว่างบวชก็ให้ตั้งใจทำสมาธิภาวนาไปเรื่อย ๆ รักษาสิกขาบทไว้ให้ ดีบำเพ็ญสมณธรรมจนกว่าจะพ้น ๗ วันนี้ ถ้ายิ่งดีก็ให้บวชให้นานที่สุด เท่าที่จะทำได้ ซึ่งจะเป็นช่วงจังหวะที่น้องชายยอมรับได้ และใจเปิด
หลังจากที่ญาติทำบุญอุทิศไปให้เรื่อยๆ บุญของผู้ที่อุทิศไปให้ ซึ่งคลายความเศร้าโศกแล้ว ทำให้มีกำลังส่งบุญอุทิศไปให้ผู้ตายได้มากขึ้น ส่งผลให้น้องชายเริ่มยอมรับได้บ้างแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ยังเดินวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ครอบครัว เดินบ้างนั่งบ้าง เข้าไปอยู่ใกล้ๆ ภรรยาและลูกบ้างและก็ได้ไปร่วมอยู่ในงานสวดศพ และงานเผาศพของตนเอง ตอนนี้กายละเอียดของเขาแต่เดิมที่เศร้าหมองก็เริ่มเรืองรองขึ้นเป็นลำดับ จากผลบุญที่อุทิศไปให้ เมื่อกายเรืองรองก็เปลี่ยนชุดที่สวมอยู่เดิมตอนตายอยู่ในน้ำเป็นชุดแบบของกายละเอียด

น้องชายขณะนี้มีความรู้สึกลึกๆที่ห่วงลูก ห่วงภรรยา และห่วงธุรกิจการงานที่ยังต้องสะสางอีกมาก จึงต้องการอยู่ใกล้บุตรภรรยาตลอดเวลา ได้ฝากมาบอกว่าตอนนี้ยังไม่สามารถตัดความอาลัยอาวรณ์จากลูกเมีย และทรัพย์สินที่สูญเสียไปได้แต่ตอนนี้ก็กำลังพยายามทำใจอยู่ ซึ่งขณะนี้ความรู้สึกของกายละเอียดนิ่งขึ้น และดีขึ้นมากกว่าเดิมมากแล้ว

คุณจัตรฤดี เจียรไพโรจน์ พี่สาวผู้เสียชีวิต เปิดใจ
คุณฉัตรฤดี เจียรไพโรจน์ “มีสมบัติมากแค่ไหน ตายแล้วเอาไปไม่ได้”
“วันเกิดเหตุตอนค่ำ น้องสะใภ้โทรมาร้องไห้บอกว่าสามีคือน้องชายของดิฉันถูกน้ำพัดหายไปยังหาตัวไม่เจอในใจตอนนั้นมีความรู้สึกว่าคงต้องเสียน้องชายคนเล็กไปแน่แล้วจึงโทรศัพท์แจ้งข่าวพี่ๆ น้องๆ คืนนั้นร้องไห้กันทั้งคืนไม่เป็นอันนอนกันเลยรู้สึกช็อกมากเพราะมันเกิดขึ้นอย่างกะทันหันพอวันรุ่งขึ้นคือวันจันทร์ประมาณ ๑๑.๐๐ น. ก็มีญาติๆ ที่ไปช่วยกันตามหาโทรมาบอกว่าเจอศพน้องชายแล้ว


หลังจากเสียชีวิตไปได้ ๓ วัน คืนนั้นน้องชายของสามีซึ่งปกติจะสนิทกับน้องชายคนที่ตายมาก ตอนเช้าเขาก็มาเล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ เหมือนกับครึ่งหลับครึ่งตื่นแล้วอยู่ๆ เต็นท์ที่นอนมันสั่น เขาก็นึกว่าตัวเองไปชนเต็นท์ แต่ที่ไหนได้ พอเงยหน้ามองขึ้นไปด้านบน ก็เห็นหน้าของน้องชายที่เสียชีวิต ก้มลงมามองเขา เลยตกใจรีบคลุมโปงทันที ซึ่งหลังจากที่น้องชายเสียชีวิตดิฉันได้ทำบุญใหญ่อุทิศไปให้เขาเป็นการเฉพาะเจาะจง ภายหลังทราบว่าขณะนี้เขาได้ไปเกิดเป็นเทวดาสายคนธรรพ์บนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาแล้ว
ดังนั้น อยากจะบอกทุกคนว่า ถ้ามีโอกาสก็ให้รีบทำบุญ สะสมบุญไว้มากๆเพราะตอนเรายังมีชีวิตอยู่ ถึงแม้จะมีสมบัติมากมายอย่างไร ตายไปก็เอาไปไม่ได้ อย่างเช่น น้องชายของดิฉัน เป็นต้นเพราะฉะนั้นก็อยากจะขอให้ทุกคนมีโอกาสสร้างบุญกันให้มากๆนะคะ”