พิธีบำเพ็ญกุศลและไว้อาลัย แก่ผู้ประสบภัยคลื่นยักษ์สึนามิ ครั้งที่ ๑
ณ สนามกีฬาสะพานหิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต วันพุธที่ ๕ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘

เหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ นอกจากจะสร้างความสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สินจนไม่อาจจะประมาณค่าแล้ว อีกด้านหนึ่ง ความเสียหายทางจิตใจของชาวภูเก็ต ที่ต้องมาสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักในเวลาเพียงชั่วพริบตาเดียว ความทุกข์ในครั้งนี้ช่างแสนสาหัสนักและได้ขยายวงกว้างไปสู่จิตใจของพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศ
ด้วยเหตุนี้ นายกสมาคมชาวภูเก็ตคือ นายวิเศษ จูภิบาล จึงมีความตั้งใจที่จะจัดพิธีบำเพ็ญกุศล และไว้อาลัยแก่ผู้ประสบภัย เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับชาวภูเก็ตและพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศโดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ สมาคมชาวภูเก็ต สมาคมธุรกิจจังหวัดภูเก็ต สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ หอการค้า


ภูเก็ต ชมรมชาวเหนือ ภูเก็ต-อันดามัน ชมรมผู้ประกอบการชาวภูเก็ต ชมรมเภสัชกร จ.ภูเก็ต สมาคมบัณฑิตรัตน์ สหพันธ์รวมใจไทยทั้งชาติ เทศบาลนครภูเก็ต ศูนย์กัลยาณมิตร จ.ภูเก็ต เปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทย คณะกรรมการอิสลามจ.ภูเก็ต สมาคมคริสตจักร จ.ภูเก็ต มูลนิธิธรรมกุศลภูเก็ต

บริษัทการบินไทย จํากัด (มหาชน) สถานีโทรทัศน์ไอทีวี โดยมีมูลนิธิ-ธรรมกาย เป็นผู้ประสานงานการจัดพิธีกรรม ซึ่งมีการถ่ายทอดพิธีกรรมทางสถานีโทรทัศน์ ไอทีวี สถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ และช่อง DMCไปทั่วประเทศและทั่วโลก

งานในครั้งนี้จัดขึ้นในช่วงเย็นของวันพุธที่ ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๘ โดยได้รับความเมตตาจากคณะสงฆ์ จํานวนพันกว่ารูปเดินทางมาประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนานอกจากนี้ยังมีการประกอบพิธีกรรมของศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลามอีกด้วย และยังได้รับเกียรติจากคณะบุคคลสำคัญต่างๆ เดินทางมาร่วมงาน อาทิ ฯพณฯ สุชน ชาลีเครือ

ประธานวุฒิสภา เป็นประธานทอดผ้าบังสุกุล และ ฯพณฯ โภคินพลกุลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นตัวแทนของนายก-รัฐมนตรีเพื่อเป็นประธานในการประกอบพิธีไว้อาลัย


ภาพการจุดโคมประทีป และโคมลอยฟ้ากว่าหนึ่งหมื่นดวง ถูกถ่ายทอดไปสู่สายตาของพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศและปรากฏเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับในเช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งของไทยและต่างประเทศ งานในครั้งนี้นับว่าประสบความสําเร็จเป็นอย่างยิ่ง เป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีของคนไทยและยังเป็นการแสดงน้ำใจต่อชาวโลก ซึ่งเป็นภาพประวัติศาสตร์ครั้งแรกที่จะอยู่ในความทรงจ๋าของทุกคนไปตราบนานเท่านาน