เรื่องของโอโม กล่องที่ 45 : ขอวีซ่าไปอเมริกาครั้งแรก
ช่วงกลางปี พ.ศ. 2539 ระหว่างที่รับบุญโครงการปฏิบัติธรรมพิเศษ อยู่ที่สวนบัว จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับแจ้งว่าหลวงพ่อทัตตชีโว ได้เมตตาให้ร่วมคณะไปงานทอดกฐินและดูงานที่อเมริกาประมาณต้นเดือนพฤศจิกายน
ผู้ประสานงานนัดให้ไปทำวีซ่าที่สถานฑูตอเมริกาในวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2539 ผมเดินทางจากเชียงใหม่มาถึงที่วัดตอนเช้าก็เดินทางต่อไปสถานฑูตเลย
ไปถึงก็รอสัมภาษณ์ที่ละคน มีหลายช่อง คนสัมภาษณ์เป็นคนอเมริกันแต่พูดไทยได้ มีคนบอกว่าเจ้าหน้าที่ก่อนที่จะมาได้เรียนภาษาไทยมาก่อนแล้ว การสัมภาษณ์ก็ดูสบายหน่อยเพราะถามเป็นภาษาไทย
คณะที่ไปในส่วนของฆราวาสมีผมกับป้าหวิน(อุบาสิกาถวิล วัติรางกูล) เค้าเชิญป้าไปสัมภาษณ์ พอสัมภาษณ์เสร็จ คนที่สัมภาษณ์ก็เรียกเจ้าหน้าที่ช่องอื่นมายืนล้อมเป็นวงกลม ยืนถกกันให้เห็นต่อหน้าเลย ตรงหลังช่องสัมภาษณ์ ป้าหวินหันมาพูดกับผมแบบคาดเดาไปล่วงหน้าว่า ป้าคงไม่ได้ไปแล้วหละ คุณวันชัยไปกับหลวงพ่อนะ
หลังจากยืนถกกันสักพัก ก็กลับมาบอกป้าหวินว่าผ่าน ทีนี้ถึงคราวผมแล้วซึ่งเข้าสัมภาษณ์อีกช่องหนึ่ง ความที่ไม่เคยไปขอวีซ่าเราเลยนึกว่าไปเป็นหมู่คณะ คิดว่าทางผู้ประสานงานทำเอกสารรวมเป็นองค์กรเรียบร้อยแล้ว และผู้ประสานงานก็ไม่ได้แจ้งว่าส่วนตัวเราต้องเตรียมอะไรไปบ้าง วันนั้นก็เลยมีแต่ตัว หัวใจ และบัตรประชาชน พอเค้าขอเอกสารอะไรก็บอกว่ามีแต่ไม่ได้เอามา ถามอยู่2-3อย่าง เค้าปั๊มหลังพาสปอร์ตแล้วคืนให้ ตกลงเราไม่ผ่าน
ทางคณะที่ไปบอกว่าคงไม่ได้ไปแล้วโดนปั๊มหลังคล้ายๆโดน blacklist แบบนี้อีก 5-10 ปีถึงจะมาขอได้ใหม่ กลับมาวัด ก็มาปรึกษาพี่หมู(ดร.ศิริพร)ว่าเราก็ไม่ได้ผิดอะไรนี่ เอกสารเรามีทุกอย่าง แต่ไม่ได้เอาไป จะลองไปขอใหม่อีกทีได้ไหม พี่หมูก็สนับสนุนว่าน่าลองดู วันรุ่งขึ้นผมไปที่สถานฑูตอีกครั้ง ขนเอกสารไปเพียบ
มาคราวนี้ขออะไรมีหมด เค้าดูแล้วก็คืนทุกใบ มีใบเดียวที่ขอไปถ่ายเอกสารเก็บเข้าแฟ้มคือ ใบประกาศที่สอบได้ธรรมศึกษาเอก แล้วผลก็ออกมาว่าผ่าน โอ้ เรียนธรรมศึกษาดีอย่างนี้นี่เอง
วันรุ่งขึ้นไปเอาพาสปอร์ตคืน เปิดดูวีซ่าที่ได้ คือ 10 ปี คือตั้งแต่ ปี 1996-2006 มานั่งนึกว่า โลกหนอทำไมช่างแตกต่างกันแบบนี้ วันแรกตก วันที่ 2 ได้ 10 ปี และวีซ่านี้เองได้ใช้มาถึงตอนที่ย้ายจากยุโรปมารับบุญที่ชิคาโก โดยไม่ต้องไปขอวีซ่าใหม่