ทุ่มชีวี สร้างมหาธรรมกายเจดีย์

วันที่ 26 สค. พ.ศ.2568

28_8_68_68b%281%29.jpg

ทุ่มชีวี สร้างมหาธรรมกายเจดีย์

บูชาธรรม ๑๑๔ ปี พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)

(วันอาทิตย์ที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๑)

 

                  ภาพความอัศจรรย์เมื่อวันที่ ๖ กันยายนที่ผ่านมา ทำให้ขนของเราลุกซู่ขึ้นมาเมื่อเห็นภาพคล้ายๆ กับดวงอาทิตย์ถูกดูดหายไปจากท้องฟ้าแล้วมองทะลุเห็นอีกฟากฟ้าได้ และในทันทีทันใดนั้นก็มีดวงแก้วใสๆ บังเกิดขึ้นมาอย่างฉับพลัน เหมือนมาบดบังดวงอาทิตย์ไม่เต็มดวง เหลือแต่ขอบของดวงอาทิตย์ที่เหมือนเป็นวงแหวน และเป็นดวงอาทิตย์ที่เราดูได้ด้วยตาเปล่า เป็นดวงแก้วใสๆ คล้ายดวงธรรมผุดซ้อนขึ้นมาเป็นดวงแก้วใสๆ เหมือนยื่นเข้ายื่นออก เหมือนการซูมเข้าซูมออกของกล้องถ่ายรูป ผุดเกิดขึ้นซ้อนๆ กันมา วงแหวนนั้นก็หมุนได้ไปทางขวา แล้วก็มีสีต่างๆ เกิดขึ้นเหมือนสีรุ้ง เกิดขึ้นมาทีละสี บางคนก็เห็นครบ บางคนก็เห็นไม่ครบแต่สีสุดท้ายก็เป็นสีทองทาบทาอยู่บนท้องฟ้า

 

                  ทันทีที่เรามีมหาปีติ เปล่งเสียงปฏิญาณตนว่าจะทุ่มชีวี สร้างมหาธรรมกายเจดีย์ บูชาธรรมหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ ก็ปรากฏภาพของหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ บางคนก็เห็นเป็นรูปหล่อทองคำของท่าน บางคนก็เหมือนเห็นเป็นแก้วใสๆ เหมือนท่านเป็นแก้วใสๆ ใหญ่โตมากทีเดียว แล้วก็มีดวงอาทิตย์ ดวงที่โตเท่าเดิมที่ไม่ได้เล็กลง อยู่ในกลางท้องของท่าน พร้อมกับอาการหมุนของขอบวงแหวนนั้นในรัศมีที่เปล่งออกมา ดวงแก้วก็ผลุบเข้าผลุบออก บางครั้งก็กะพริบทุกครั้งที่ปฏิญาณตนเหมือนจะรับรู้ในการตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวด้วยจิตที่เป็นกุศลว่า เราจะทุ่มชีวี สร้างมหาธรรมกายเจดีย์ โดยไม่หวาดหวั่นต่ออุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น

 

                  ภาพนั้นเกิดขึ้นเป็นเวลายาวนานถึง ๓๐ นาทีทีเดียว ๑๗.๓๐ น. ถึง ๑๘.๐๐ น. อย่างต่อเนื่องให้หายสงสัยและอิ่มใจ พึงพอใจกับปรากฏการณ์คล้ายเป็นการรับรู้ถึงการสร้างบารมีของลูกทุกคนที่เราทุ่มเทชีวิตจิตใจบูชาธรรมหลวงพ่อวัดปากน้ำ ในวาระวันที่ท่านได้บรรลุวิชชาธรรมกายครบ ๘๑ ปี ในวันที่ ๕ กันยายนที่ผ่านมา

 

                  ในระยะเวลาอันใกล้นี้ก็เป็นโอกาสที่สำคัญเช่นเดียวกันของหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้เป็นครูบาอาจารย์ที่ยิ่งด้วยครูบาอาจารย์ ในการบังเกิดขึ้นของท่านนั้นครบ ๑๑๔ ปี ในวันที่ ๑๐ ตุลาคมนี้ เป็นวันที่โลกได้มีบุคคลสำคัญที่สุด บังเกิดขึ้นมาเพื่อประโยชน์สุขแก่มวลมนุษยชาติ ต่อจากนั้นมาอีก ๓๓ ปี กลางพรรษาที่สิบเอ็ดของการบวชเป็นพระภิกษุ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ท่านก็ได้บรรลุวิชชาธรรมกาย จากการปล่อยชีวิตของท่าน สละชีวิต เพื่อขอให้ได้พบธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบรรลุ ถ้าได้บรรลุแล้วก็จะอุทิศตนเป็นทนายแก้ต่างให้แก่พระพุทธศาสนา โดยไม่กลัวกับอุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น

 

28_8_68_68b%282%29.jpg

 

                  หลังจากนั้น ท่านก็ได้ทำอย่างที่ท่านได้ตั้งใจเอาไว้คือเผยแผ่วิชชาธรรมกาย เรื่องราวเกี่ยวกับธรรมกายให้กับมวลมนุษยชาติได้รับรู้ ซึ่งในขณะนั้นคำว่า “ธรรมกาย” นี้เป็นแต่เพียงอักษรที่จารึกเอาไว้ในคัมภีร์ต่างๆในพระพุทธศาสนา ทั้งเถรวาทและมหายาน แต่ว่าไม่มีใครได้เข้าใจถึงความหมายอันลึกซึ้งของคำว่าธรรมกาย ทั้งๆ ที่เป็นกายที่สำคัญที่สุดและเป็นหลักของพระพุทธศาสนา มีแต่คำย่อๆ ปรากฏเอาไว้ ทิ้งเอาไว้ให้กับผู้มีบุญได้ศึกษากันต่อไป

 

                  ท่านได้นำมาเปิดเผย ชี้แจงให้ผู้มีบุญทั้งหลายได้รับทราบเอาไว้ว่าธรรมกายคือกายตรัสรู้ธรรม ที่มีอยู่ในมนุษย์ทุกๆ คนในโลก ซึ่งภายนอกก็มีความแตกต่างหลากหลาย ทั้งเชื้อชาติ ศาสนา และเผ่าพันธุ์ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ประเพณี อะไรต่างๆ แต่ในท่ามกลางความหลากหลายนั้นก็มีสิ่งที่เหมือนกันอยู่คือธรรมกาย มีกายตรัสรู้ธรรมอยู่ภายในแต่ว่าความรู้เกี่ยวกับเรื่องธรรมกายและการเข้าถึงธรรมกายได้ขาดหายไปหลังจากพุทธปรินิพพานได้ ๕๐๐ ปี

 

                  เมื่อการค้นพบวิชชาธรรมกายกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง ความรู้ที่ขาดหายไปนั้นก็กลับคืนมา เป็นประโยชน์สุขต่อมวลมนุษยชาติ สิ่งที่หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านค้นพบแล้วนำมาเปิดเผยเพียงแค่นี้ก็เป็นประโยชน์อันยิ่งใหญ่ต่อมวลมนุษยชาติอยู่แล้ว ยังไม่ได้กล่าวถึงวิชชาธรรมกายที่ท่านศึกษาค้นคว้ากันต่อไป จนกระทั่งหมดอายุขัยของท่าน

 

                  เพราะฉะนั้น การบูชาธรรมท่านจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ และเป็นบุญอันยิ่งใหญ่ที่เพิ่มเติมจากการทำบุญตามปกติของเรา ที่ได้สร้างพระธรรมกายประจำตัวประดิษฐานที่แกนกลางมหาธรรมกายเจดีย์ สิ่งนี้จะเป็นภาพสุดท้ายปรากฏให้เราเห็นในยามที่สำคัญที่สุดของชีวิตเรา ก่อนที่จะมีการแตกดับของกายเนื้อ เพื่อที่จะเดินทางไปสู่ปรโลก ด้วยจิตใจที่ชื่นบานเบิกบาน และได้รับความบันเทิงในสุคติโลกสวรรค์ เพราะฉะนั้นแค่เพียงท่านมอบสิ่งที่ดีงามนี้ว่าให้แก่มวลมนุษยชาติก็เกินควรเกินค่า เกินกว่าที่เราจะตอบแทนด้วยวัตถุสิ่งของใดๆ

 

                  แต่ว่าความลึกซึ้งของวิชชาธรรมกายไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น ยังมีสิ่งที่ท่านค้นคว้ากันต่อไปอีก หลังจากที่ท่านได้มาอยู่มาปกครองที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ เป็นเจ้าอาวาส เป็นสมภารที่นั่น ก็ศึกษาค้นคว้ากันต่อไป ทั้งด้วยตัวเองและศิษยานุศิษย์ของท่าน ท่านค้นพบว่า การทีสรรพสัตว์ทั้งหลายมีความทุกข์ทรมานนั้น เพราะว่ามันมีฉากหลังคอยบังคับบัญชาอยู่มีแหล่งกำเนิดที่ผลิตกิเลสอาสวะ ความโลภ ความโกรธ ความหลง บังคับบัญชาสรรพสัตว์ทั้งหลายอยู่

 

                  หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านค้นพบไปว่า จะต้องไปถึงแหล่งกำเนิดให้ได้สรรพสัตว์และสรรพสิ่งทั้งหลายจึงจะพ้นจากทุกข์ทั้งปวง เพราะฉะนั้นตลอดชีวิตของท่านที่อยู่ที่วัดปากน้ำ ท่านเป็นทั้งครูแล้วก็เป็นทั้งนักเรียนเป็นนักเรียน ก็คือศึกษาค้นคว้าวิชชาธรรมกายกันต่อไป เป็นครูก็คือรู้แล้วเห็นแล้ว วิชชาอะไรก็มาถ่ายทอดกันต่อให้ศิษยานุศิษย์ของท่าน ทำงานกันไปเป็นทีม ที่มีหน้าที่ค้นคว้าทำวิชชาก็รวมกันเป็นทีม ค้นกันไปตลอด ๒๔ น. ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ทั้งวันทั้งคืน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปทำหน้าที่

 

                  ส่วนตัวหลวงพ่อท่านเองนั้นก็ไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อน ท่านหลับตาประกอบความเพียรค้นคว้า หยุดในหยุดเข้าไปเรื่อยๆ เพื่อจะไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรมให้ได้ เพราะเป็นวิธีเดียวเท่านั้นที่จะให้สรรพสัตว์ทั้งหลายหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะได้ ก็ทำอย่างนั้นเรื่อยไป มีเวลาก็เจียดเวลามาสำหรับเผยแผ่แนะนำสั่งสอนมวลมนุษยชาติ รวมทั้งส่งศิษยานุศิษย์ของท่านไปเผยแผ่ทั้งภายในและต่างประเทศ จนกระทั่งวิชชาธรรมกายขยายไปได้ในระดับหนึ่งทีเดียว จวบจนกระทั่งหมดอายุขัยของท่าน

 

                  บุคคลอย่างเช่น หลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญนี้ เป็นบุคคลที่หาได้ยากยิ่งในหมู่ผู้รู้ทั้งหลาย บัณฑิตนักปราชญ์ว่าเป็นบุคคลที่หาได้ยากอยู่แล้ว แต่ท่านนั้นยากยิ่งกว่านั้นเข้าไปอีก เพราะที่ผ่านมาแล้วยังไม่เคยมีมาก่อนเลยในอดีตที่ผ่านมาว่า มีผู้รู้ท่านใดจะปรารถนาไปถึงแหล่งกำเนิดแห่งกิเลสอาสวะเหล่านั้น ยังไม่มีปรากฏ เพราะเหตุนั้นการบูชาธรรมท่านจึงมีอานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่ จนไม่อาจที่จะหาคำใดๆ มาพรรณนา มาอุปมาให้ฟัง จนกว่าเราจะเข้าถึงวิชชาธรรมกายนั่นแหละ

 

                  เพราะฉะนั้นการบูชาธรรมท่านที่ผ่านมานั้น จึงเป็นสิ่งที่ลูกทุกคนควรจะปลื้มปีติยินดี และการบูชาธรรมของท่านถัดไปคือวันที่ ๑๐ ตุลาคมครบ ๑๑๔ ปี ถ้าท่านยังมีชีวิตอยู่ นี่ก็เป็นสิ่งที่ลูกทุกคนก็ควรจะทำกันไปทุ่มเทชีวิตจิตใจทำกันไป สิ่งที่เราทำนั้นเราได้บุญก่อนเป็นอันดับแรก และเราก็ได้ทั้งหมดนั่นแหละ

 

                  ส่วนพระพุทธศาสนาก็จะได้ศาสนวัตถุคือมหาธรรมกายเจดีย์ เป็นศาสนวัตถุที่แตกต่างจากวัตถุธรรมดาทั่วๆ ไป ซึ่งจะทำให้ผู้พบเห็นนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงในจิตใจที่ยิ่งใหญ่ นำไปสู่สุคติภพ และความสุขไปทุกภพทุกชาติ จนกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม ได้ทั้งประโยชน์ปัจจุบัน อนาคต และประโยชน์อย่างยิ่ง พระพุทธศาสนาก็ได้ตรงนี้แหละ ชาวโลกก็ได้เข้าถึงสันติสุขภายใน และรู้ความจริงของชีวิต ที่จะได้เรียนรู้จากธรรมกายที่ตัวได้เข้าถึง

 

                  ดังนั้น ลูกทุกคนจะมีส่วนอย่างสำคัญยิ่งในการสร้างสันติสุขให้บังเกิดขึ้นแก่โลก เป็นผู้เปิดหนทางสวรรค์และนิพพานให้แก่เพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย โอกาสที่จะทำอย่างนี้จะมีได้ที่ไหน เป็นสิ่งที่หาได้ยาก เป็นบุญของลูกทุกๆ คน

 

“ให้ลูกทุกๆ คนที่ได้สร้างบุญใหญ่

สร้างพระธรรมกายประจำตัว

ประดิษฐานที่มหาธรรมกายเจดีย์

และได้รับพระของขวัญคือพระมหาสิริราชธาตุ

เอาไว้เป็นเครื่องระลึกนึกถึงพระรัตนตรัย

และนึกถึงความดีของเราที่มีโอกาสได้สร้าง

สิ่งที่สำคัญที่สุดของมวลมนุษยชาติ

พรรษานี้จึงเรียกว่า พรรษาพระมหาสิริราชธาตุ

คือผู้ที่ได้รับไปแล้วก็เอามารวมประชุมกัน

มานั่งปฏิบัติธรรมด้วยกัน”

พระราชภาวนาวิสุทธิ์

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0015838662783305 Mins