เรื่องของโอโม กล่องที่ 72 : ประมูลโบสถ์
วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2541 พี่หนุ่ย (อุบาสกพลวัฒน์)และซู่ตี่(อุบาสิกามัณฑนา ฟั่น)เดินทางจาก LA.มาช่วยเป็นที่ปรึกษาที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมชิคาโก ที่กำลังจะดำเนินการประมูลโบสถ์เพื่อนำมาทำศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งใหม่ของเรา
ในการประมูลครั้งนั้นมีการประมูลถึง 8 โบสถ์ เราสนใจโบสถ์ที่หลังเล็กที่สุดแต่มีความพิเศษกว่าทุกโบสถ์ กล่าวคือ ปกติโบสถ์จะมีแต่ตัวโบสถ์ใช้ประกอบพิธีกรรม พักค้างไม่ได้ แต่โบสถ์นี้มีบ้านอยู่ด้านหลังมีทางเชื่อมมาที่ตัวโบสถ์เลย เราสามารถใช้เป็นที่พักของพระและอุบาสก ทั้งทำเป็นสำนักงานด้วย อีกอย่างเราใช้ตัวโบสถ์เป็นห้องปฏิบัติธรรมที่ใช้ทุกวัน ทำให้เราไม่ต้องเดินทาง เหมือนโบสถ์อื่นๆ
และแล้ววันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2541 เราก็ประมูลโบสถ์ได้ อายุของโบสถ์ประมาณจะ 60 ปีในตอนนั้น แต่ยังดูแข็งแรง เป็นของ Lutheran Church เค้ายุบรวมไปอยู่ศูนย์ใหญ่แล้วขายศูนย์เล็ก เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจและจำนวนผู้มาเข้าโบสถ์น้อยลง
หลังจากที่ประมูลได้ พวกเราที่ศูนย์และพี่ๆน้องๆกัลยาณมิตรก็มาช่วยกันปรับปรุงซ่อมแซมโบสถ์ บางส่วนก็ต้องจ้างเค้ามาทำเช่น การพ่นสีผนังโบสถ์ การปูพรม พี่หนุ่ยมีประสบการณ์ด้านนี้มากเพราะทำมาหลายศูนย์ ได้เลือกพรมให้พอเหมาะกับการใช้เป็นห้องปฏิบัติธรรม และยังได้ประสานงานต่างๆ ในโบสถ์มีออแกน ก็ขายให้บริษัทรับซื้อไป เหลือแต่เปียนโนโบราณ 1หลัง ยกลงไปตั้งในห้องอาหารชั้นใต้ดิน
จุดเด่นอีกอันของโบสถ์คือ stained glass ที่ผนังประธานของโบสถ์เป็นรูปพระเยซู ที่หน้าต่างจะเป็นลวดลายต่างๆ ชาวเมืองก็จับจ้องดูว่าเราจะจัดการอย่างไร เป็นของโบราณจะถอดไปขายก็ได้หลายตังค์ ส่วนของผนังด้านประธานเราเอาแผ่นเรียบปิดรักษาไว้ ที่หน้าต่างเราก็ไม่ทำอะไร ให้คงสภาพเดิม เวลาแสงแดดยามบ่ายส่องจะเห็นลวดลายของกระจกสีสวยงาม ชาวเมืองรู้สึกพอใจที่เราปฏิบัติเช่นนี้
>>>ขออนุโมทนาบุญพี่หนุ่ย ที่กรุณาส่งภาพตอนปรับปรุงโบสถ์มาให้ครับ