”เป็นเหมือนน้ำ“

วันที่ 15 มค. พ.ศ.2569

15-1-69_b42%283%29.png

 

      พระอาจารย์ :เอาล่ะครับงั้นเดี๋ยวเราจะเริ่มต้น ในวันนี้ของเรานะ ด้วยนิทานและกันนะครับ และเป็นนิทานที่หลวงพี่คิดว่าหลายท่านทีเดียวน่าจะชอบ น่าจะได้ประโยชน์นะ

 

กาลครั้งนานมาแล้วครับ มีชายคนหนึ่งชายคนนี้เขาเป็นคนที่มีร่างกายกํายําแข็งแรง แล้วก็ค้นพบว่าพรสวรรค์ของตัวเองคือความแข็งแรง บวกกับความเสียงดังชัดเจน เขาเป็นที่ยอมรับในหมู่เพื่อนมากๆ เมืองที่เขาอยู่เป็นเมืองของกสิกรรม เขาทําหน้าที่เป็นเหมือนหัวหน้าทีม เราได้รับความไว้วางใจทั้งจากเพื่อนจากพระราชา ในการนําทีมทําอะไรน่ะเหรอ ในการนําทีม ทําอาหารดูแลกิจการกับข้าวของทั้งเมืองเลย ให้คนในเมืองเขาก็มีความภาคภูมิใจตัวเองเป็นอย่างมากในเรื่องของกสิกรรมเขาก็ใช้แรง เป็นคนแข็งแรงเป็นคนจริงจังเป็นคนเสียงดัง อู้ยเขาได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง มากๆ และเขาก็เลยรู้สึกว่า โชคดีนะ เขาเกิดมาเสียงดัง เขาถึงได้สามารถได้รับการยอมรับได้แบบนี้ เขามั่นใจ มีความภูมิใจในวิธีการเป็นของตัวเองมาก ๆ เขามั่นใจมากครับ

 

มีวันหนึ่ง บ้านเมืองของเขา โดนพายุถล่ม หูเละเทะไปหมดเลย คนทั้งหลายเนี่ยต้องตัดสินใจอพยพ ย้ายไปยังเมืองใหญ่ จริงจริงแล้ว วิบัติภัยครั้งนั้นเนี่ยไม่ได้ถล่มแค่เมืองเขาเมืองเดียวถล่มเมืองข้างเคียงอีกสองสามเมืองไปด้วย ถล่มแบบรุนแรงเลยอะ เขาเลยต้องเริ่มต้นใหม่ ทีนี้มันเริ่มต้นใหม่ที่เดิมไม่ได้ครับ เหมือนแผ่นดินมันเปลี่ยน น้ํามันเปลี่ยน ท่านต้องย้ายเข้าไปในเมืองใหญ่ ฉันเขาเข้าไปอยู่ในเมืองใหญ่ เมืองแห่งนี้ โดยธรรมชาติแล้วไม่ได้ทํากสิกรรม เมืองแห่งนี้ทําการค้าขายเป็นหลัก

 

เขาด้วยความมั่นใจ ก็เลยเริ่มต้นตั้งรกรากพระราชาให้ชี้ทาง เขาเลยเริ่มทําการค้าขาย ด้วยเสียงอันดัง คือความมั่นใจ ด้วยร่างกายกํายํา ด้วยคําสั่ง ปรากฏว่า ไม่ค่อยมีคนเข้าร้านเขาเลย เขารู้สึกเครียด รู้สึกว่าเขาก็ทําเหมือนเดิมแล้วนะ ตั้งใจแล้วนะ ทําไมคนถึงไม่ชอบนะ ทั้งที่ตอนเขาอยู่เมืองเก่า คนชอบเขาเต็มไปหมดเลย ด้วยความเครียดนั้น เขาจึงไปปรึกษาปราชญ์ประจําเมือง

 

ปลาประจําเมืองรับปรึกษาเมื่อเข้าไปหาปลาประจําเมือง ปรากฏว่า ตรงหน้าแท่น เขาเรียกว่าหน้าลาน หน้าที่แบบที่ปรึกษาของบาปประจําเมือง มีชายอีกคนเข้าปรึกษาด้วยในวันนี้ ชายคนนี้ รูปร่างสันทัด สมส่วน ชายคนนี้มาจากเมืองอีกเมือง ซึ่งเป็นเมืองแห่งศิลปะ คนๆ นี้เป็นความอ่อนช้อย อ่อนนุ่ม และปรากฏว่าทุกครั้งที่เขาสะบัดฝีแปรง จะมีคนชื่นชมยินดีกับความอ่อนนุ่มอันนั้น จะมีคนชื่นชมยินดี กับความอ่อนน้อมอันนั้น จะมีคนรู้สึกดี รู้สึกแฮปปี้ กับความอ่อนช้อย กับความอ่อนน้อม กับความนุ่มนวลที่เขาทํา ใช่ เขาเลยยึดติดเหมือนกันว่า เขาควรต้องพูดน้อย ๆ นุ่มนวล มีความลุ่มลึกในศิลปะ

 

ปรากฏว่า หลังจากผ่านเหตุการณ์วิบัติภัยเหมือนกัน เขาก็มาอยู่ในเมืองนี้ เขาก็ใช้ความนุ่มนวล อ่อนช้อย อ่อนนุ่ม ในการขายของ พวกเมืองแห่งการค้าขาย เขาก็กลับขายไม่ได้ ทั้งสองคนจึงมาตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน คือมาปรึกษาปราชญ์ประจําเมือง ปราชญ์ประจําเมืองได้ยินปัญหาของทั้งสองคน ตอนแรกชายที่แข็งแรง ก็คิดว่า หรือ ฉันต้องเพิ่มความนุ่มนวล อ้าว ทําไมชายที่นุ่มนวลยังมีปัญหาเลย ชายนุ่มนวลรู้ว่าฉันต้องเพิ่มความดุดัน อ้าว ทําไมความดุดันยังมีปัญหาเลย เริ่มเกิดความสับสน กันและกัน

 

ปราชญ์จึงพูด ปราชญ์จึงไม่พูดไรเยอะครับ ปราชญ์หยิบน้ํามาแก้วหนึ่ง แล้วค่อยเทน้ํานั้นลงภาชนะที่เป็นไหรูปงู น้ําก็ห้อยไหลลงไหลูกงู แล้วก็เปลี่ยนรูปจากอยู่ในแก้วกลายไปอยู่ในงู แล้วปราชญ์คนนั้นก็พูดขึ้นมาว่า be water my friend

 

ถ้าใครเคยดู บรูซ ลี ครับ บรูซ ลี จะมีคําๆ หนึ่งที่เขาเคยให้คําสัมภาษณ์ไว้ แล้วเขาก็พูดถึงเรื่องประโยค ประโยคนี้ครับว่า be water my friends คือ ทําตัวให้เป็นนามนะ ทําตัวให้เป็นน้ํา ทําตัวให้เป็นน้ําคืออะไรครับ ทําตัวให้เป็นน้ํา มีความหมายว่าอย่างไร ทําตัวให้เป็นน้ํา คงหมายความว่า อะ ก่อนที่จะพูดดีกว่า พวกเราครับคิดว่า การที่เมื่อกี้พูดถึงกับคําว่าทําตัวให้เป็นน้ํา พูดถึงว่า be water กับนิทานเรื่องนี้

 

พระอาจารย์สัจจาธิโก

 

ฟังเพิ่มเติมได้ที่

https://www.youtube.com/live/MngpFrKrs1s?si=lqlszSbg84ucdCSP

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0017043670018514 Mins