
พระอาจารย์ : มีกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วครับ มีคุณลุงคนนึง คุณลุงคนนี้เนี่ย เอ่อ เป็นคนชอบแจกสิ่งของ ชอบแจกสิ่งของ แกเป็นเศรษฐีครับ ที่ชอบเอาของมาแจกให้กับผู้คนตลอดเวลา แกเอาของที่ชอบเอาของมาแจกให้ผู้คนตลอดเวลา แกก็ให้ของไปทุกวันทุกวันทุกวันทุกวันทุกวันทุกวัน มีอยู่วันนึงแกให้สิ่งของไปมีคนมาขอรับ แต่คนมาขอรับอะได้สิ่งของไปแล้ว คนนี้แปลกมากเลยเขากลับไม่ยิ้มกลับหน้านิ่วคิ้วขมวด กลับบ้านไป คุณลุงเนี่ยที่กลับไปบ้านก็ไปนั่งเครียดกับตัวเองว่า ฉันทำอะไรผิด ฉันให้เขาไม่ดีเหรอ ทำไมเขาถึงไม่ยิ้มเลย เครียดมากกว่าเดิมอีก ขนาดคุณลุงแกให้ของ ก็เลยกลายเป็นให้ไปเหม่อลอยไป ซึ่งปกติกลัวคนตั้งใจให้มาก รอบนี้คนเดิมก็มาขออีก แล้วเขาได้ไปเขาก็ไม่ยิ้มอีก แกก็เริ่มเครียดกว่าเดิมอีกว่า พรุ่งนี้ถ้าเจออีกนะ ต้องถามให้ได้เลยว่า ฉันทำอะไรผิดไหม และสุดท้าย วันที่ 3 คนๆ นี้กลับไม่มาที่คุณลุง เป็นผู้ให้แต่กลับเครียดซะเหลือเกิน ฟังช้าช้านะ ทั้งที่เป็นผู้ให้แต่กลับเครียดซะเหลือเกิน เครียดที่มันเกิดอะไรขึ้น เครียดที่ทำไมเขาถึงไม่ยิ้มเลยอะ เครียดที่ทำไมเราตั้งใจทำอย่างดีแล้ว เขาไม่มีความสุขเหรอ
คุณลุงมานั่งคิดกับตัวเองครับ คุณลุงรู้สึกแย่กับตัวเอง คุณลุงสงสัยในตัวเองว่าฉันทำอะไรไม่ดีพอหรือเปล่า ทำไมอีกฝ่ายถึงไม่โอเค ทำไมอีกไฟล์ถึงไม่ตอบสนองในแบบที่เขาอยากได้ เขาเป็นคนให้โดยไม่หวังอะไรตอบแทนแล้วนะ แต่ทำไมอีกฝ่ายที่ยิ้มถึงไม่ยิ้มให้เขาเลย ภรรยาเห็นเขากลุ้มมา 3 วันแล้ว ภรรยาเลยเดินเข้ามาถามว่า "เธอให้เพื่อเขา หรือให้เพื่อตัวเอง" คุณลุงตอบว่า "ก็ให้เพื่อเขาสิ ฉันไม่หวังเลยตอบแทนเลยนะ แต่ฉันอยากรู้ว่าเขาได้มันไปไหม ถึงได้ดูรอยยิ้มเขาไง" ภรรยาเลยถามต่อว่า "แล้วการที่เขาไม่ยิ้ม แปลว่าเขาไม่ได้รับประโยชน์หรือ ถ้าเขาไม่ได้รับประโยชน์เขาจะมาหยิบจากเธอหรือ และการที่เขาไม่ยิ้ม มันมีอะไรที่สามารถแปลความหมายได้ไหม ที่ไม่ใช่ว่าเธอไม่ดี เขาไม่ยิ้ม แปลความเป็นอื่นได้ไหม มีความหมายอย่างอื่นได้ไหม"
คุณลุงก็นิ่งเงียบไปครับ แล้วก็ตกผลึกกับตัวเองว่า จริงๆเขาไม่ยิ้ม เขาอาจจะเครียดอยู่ก็ได้นะ เขาอาจจะกังวลอยู่ก็ได้ กลายเป็นว่าไอ้การว่าเขาไม่ยิ้มอะ มีซีนารีโอที่หลากหลายมากมาก ที่ไม่ได้แปลว่าเขาไม่พอใจ และยิ่งกว่านั้นภรรยาก็ถามต่อไปว่า "เธอบอกว่าเธอไม่หวังอะไรอะ แค่รอยยิ้มก็พอ การที่เขาต้องให้รอยยิ้มเธอ มันมีความหมายยังไงหรอ" มันมีความหมายว่าเขาได้รับประโยชน์เขามีความสุข แล้วการที่เขามีความสุขเธอรู้สึกยังไงอ่ะ "การที่เขามีความสุข ฉันรู้สึกว่าฉันมีคุณค่า" สรุปเธอให้เพื่อเขาหรือให้เพื่อเพิ่มคุณค่าในตัวเอง ถ้าเธอคิดจะให้ ลองให้เพื่อเขากว่านี้ เราจะมีคุณค่าไหม ไม่เป็นไร ก็แค่อยู่กับเขา เธอลองดูได้ไหม เมื่อได้ยินจนจบดังนั้นครับ เศรษฐีก็ตกผลึก แล้วก็คุยกับตัวเองว่า ที่ผ่านมาเราให้ไม่ถูกวิธีมาตลอดเลย
ถ้าเราติดกับรอยยิ้มคนอื่น ชีวิตมันก็ทำให้ชีวิตเราลำบากจริงไหม เพราะเราไม่รู้เลยว่าคนอื่นเขาเหนื่อยไปกับเราแค่ไหน บางทีเขาเหนื่อยกับเรื่องอื่นอยู่ แต่เราเอาแต่คิดว่าเขาไม่โอเคกับเราแน่เลย การให้ทานที่แท้จริง มันมีการให้ทาน 2 แบบครับ
การให้ทานแบบตกปลา : คือวางเหยื่อไว้ รอปลามางับเพื่อหวังจะกินปลา ก็เหนื่อยกังวล ต้องชักเย่อกับปลา เพื่อให้ได้ดั่งใจ แม้กระทั่งได้มาซึ่งรอยยิ้ม ก็เป็นเรื่องการชักเย่ออยู่ดีนะ ต้องมานั่งกังวล แบกว่าเขาจะยิ้มไหม เขาจะอะไรไหม เขาจะยังไงไหม
การให้ทานแบบทิ้งขยะ : ฉันจบแล้วจากใจของฉัน ฉันให้ไปแล้ว มันออกไปจากใจฉันแล้ว ต่อจากนี้ไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะต้องมานั่งแบกอีกต่อไปแล้ว
เทศกาลนี้ที่เป็นเทศกาลคริสต์มาส หลายคนกังวลเพราะว่าการให้ของเราต้องการให้เขาตื่นเต้น เลี้ยงข้าวเพื่อนแต่เพื่อนไม่ยิ้มไม่ขอบคุณ แล้วก็มานั่งเจ็บใจ จริง ๆ แล้ว ถ้าเราไม่ไปวางบิลไว้กับผลลัพธ์ แต่เราตัดสินใจว่าเราทำดีกับเขาแล้วเป็นเหมือนซานต้าจริงๆคือคนที่พร้อมให้โดยไม่รู้สึกว่าขาดทุนทางความรู้สึก การให้นั้นยิ่งกำไรเพราะใจเรามันกว้างขึ้นมันดีขึ้นมันง่ายขึ้น
พระพุทธเจ้าเคยสอนศิลปะการให้ไว้แล้วนะครับ สิ่งสำคัญคือ ให้เราได้ให้ เหมือนให้เราได้ให้ เขาบอกว่าผู้ใดห้ามผู้อื่นให้ทาน ผู้นั้นเชื่อว่าทำลายลาภของคน 3 คนคือ ผู้ให้ ผู้รับ แล้วก็ตัวคนห้ามเอง ส่วนผู้ใดที่ให้ แม้แต่ผู้สาดน้ำล้างภาชนะลงไปในบ่อคร่ำด้วยเจตนาให้สัตว์เล็กสัตว์น้อยได้กิน ผู้นั้นยังได้บุญ จะกล่าวไปใยกับจิตให้มนุษย์ด้วยกันอย่างงั้น ย่อมได้บุญมหาศาลอยู่แล้ว
วันนี้อยากให้เราให้ด้วยศรัทธาคือเชื่อว่าการทำดีมีผล ให้ด้วยความเคารพอะ เออคือให้เกียรติผู้รับ ให้ตามกาล ให้ในเวลาที่เขาเหมาะต้องการ ให้ด้วยจิตอนุเคราะห์คือหวังประโยชน์ และสุดท้ายให้โดยไม่กระทบตนเองและผู้อื่น ฉะนั้นให้ด้วยความเชื่อในบุญ ด้วยความเคารพผู้รับ ให้ในสิ่งที่เขาอยากได้ โดยหวังเขาเป็นประโยชน์และสุดท้ายไม่กระทบตัวใครเลย การให้แบบนี้คือการปล่อยออกด้วยใจที่ ไม่ปล่อยออก เพราะอยากให้คนรัก แค่เป็นการวางใจให้เป็น เท่านั้นเองน่ะ สาธุนะครับ
พระอาจารย์สัจจาธิโก
ฟังเพิ่มเติมได้ที่
https://www.youtube.com/live/2Ix2lQ8-eXo?si=ivKgwlD5BzSU5CYT