เลี้ยงลูก ไม่ต้องถูกใจ

วันที่ 22 มค. พ.ศ.2569

เลี้ยงลูกไม่ต้องถูกใจ

 

22-1-69_b50%283%29.png

พระอาจารย์พระมหามินทร์ : วันนี้เป็นเรื่องการเลี้ยงลูก ไม่ต้องถูกใจ ไอ้หลวงพี่ก็ไม่เคยมีลูกซะด้วย นึกไม่ออกเลย ก็เราไม่เคยมีลูก แต่ก็อาจจะเคยเลี้ยงเด็ก ซึ่งปกติแล้ว การเลี้ยงเด็กเนี่ย เราก็จะมีความสุขเมื่อ เมื่อเราอยู่กับเขาสักแป๊บหนึ่ง ชั่วครู่ชั่วคราว เราจะเห็นความอินโนเซ้นส์ความสบาย แต่พออยู่กับเด็กนานนาน เราได้เห็นนิสัยอัธยาศัยบางมุมที่อาจจะมองแล้วรู้สึกเอ๊ะเด็กมันดื้อไม่ค่อยจะดีเลยอ้าวมีมุมไม่ดีตรงนั้นตรงนี้

 

การเลี้ยงลูกเนี่ย คาดหวังมาก คิดเยอะ อยากจะให้เป็นดั่งใจตัวเอง พอมันไม่เป็นอย่างใจตัวเองมันก็มันก็เศร้ามันก็แชดมันก็ ลำบาก ลำบากใจเพราะเราตั้งใจคาดหวังอยากจะให้เขาได้ดีไง อยากจะให้เขาเป็นคนดีอยากจะให้มีความรู้อยากจะให้มีนิสัยที่ดีที่เรียบร้อย

 

สำคัญที่สุดในการที่จะดูแลเด็กเด็กหรือว่าเลี้ยงลูก หรือไม่ต้องเลี้ยงลูกหรอกดูแลลูกจ้างลูกน้องเนี่ย สำคัญที่สุดก็คือ ลองฝึกเรื่องของปิยวาจาให้ได้ สำคัญที่สุดแล้ว และเป็นเรื่องยากที่สุดด้วย บางทีเราเผลอพูดแบบไปธรรมดาๆ แต่ว่าบางทีมันกระเทือนใจเขา พอมาเตือนใจเขาเนี่ย ไอ้คนที่ฝึกมา ไม่ค่อยดีเนี่ย เขาโกรธ พอโกรธแล้วก็ มันก็จะมีความแค้น มีความอาฆาต

 

พระอาจารย์สัจจาธิโก : คำว่าไม่จำเป็นต้องถูกใจเราต้องเข้าใจความหมายให้ถูกต้องเสียก่อน หลักหลักของคำว่าไม่ต้องถูกใจคืออะไร หลักหลักคือ ลูกไม่ต้องถูกใจเรา และเราก็ไม่ต้องถูกใจลูก สองอย่างนี้คู่กันนะแต่ต้องดูให้เหมาะสม

 

เราชอบให้ลูกถูกใจเรา ลูกต้องเป็นอย่างนั้น ลูกฉันต้องเก่งแบบนี้ ต้องไม่ได้รับการผูกกันอะไรเยอะแยะไปหมดเลย ทำให้หลายครั้งทีเดียวเราคอนโทรลแล้วก็ควบคุมทุกอย่างเลย ควบคุมไปจนทั้งควบคุมลูก จนทั้งลูกอึดอัดและลูกไม่อยากอยู่ใกล้เรา พ่อแม่หลายคนกลัวลูกไม่รัก หลายครั้งเราก็ดุแรงไป พอกลัวลูกไม่รัก เราก็จะรู้สึกว่าฉันต้องเป็นแม่ที่ดีครับ และแม่ที่ดีก็คือแม่ที่สามารถดูแลทุกอย่างในลูกได้ จนเยอะไปลูกเลยไม่รักเลยครับเพราะลูกรู้สึกว่าหน้าผากออก

"สื่อสารความรู้สึกให้เป็นมากกว่าสื่อสารความต้องการ" เราสื่อสารความต้องการเป็น แต่สื่อสารความรู้สึกกันไม่ค่อยเป็น ฉันต้องการให้ลูกเป็นแบบนี้ แต่เราไม่ได้สื่อสารความรู้สึกอะครับว่า เรารู้สึกน้อยใจรู้สึกอึดอัด รู้สึกอย่างงี้นะ มันทำให้หลายหลายครั้งมันมีความไม่ลงตัวเกิดขึ้น

ชีวิตของลูกไม่ใช่ของเรา แม้ตอนเด็กเราต้องปกป้องลูกเพราะเขาดูแลตัวเองไม่ได้ แต่ถึงจุดหนึ่งเราต้องรู้ว่า นี่ไม่ใช่สิ่งของ เราไม่ใช่เจ้าของ อย่าไปกลัว อย่าไปกังวลแทน

 

คุณอุ้ม : มีเนื้อหาจาก Facebook ที่ชื่อว่า ตามใจนักจิตวิทยา กล่าวไว้ว่า ก่อนที่ความคาดหวังและความกดดันของเราจะทำร้ายลูก สิ่งที่พ่อแม่ควรตระหนักอยู่เสมอ มีดังนี้ค่ะ

  • ข้อ 1 พ่อแม่ไม่ควรเปรียบเทียบลูกกับใคร เพราะว่าเด็กทุกคน มีความแตกต่างกันตั้งแต่เกิดมา

 

  • ข้อ 2 พ่อแม่ไม่ควรยัดเยียดความฝันของเรา ให้กับลูกค่ะ ปล่อยให้ลูกได้เดินไปตามทางที่เขาเลือกเดิน และอวยพรให้เขาไปถึงฝั่งฝัน

 

  • ข้อ 3 ไม่มีความผิดหวังใดน่ากลัวไปกว่าความผิดหวังที่พ่อแม่มีต่อตัวลูกเลยค่ะ สิ่งที่เราควรทำคือ เชื่อมั่นในตัวลูก แม้ว่าวันนั้นโลกทั้งใบจะหันหลังให้กับเค้า

 

  • ข้อ 4 ทุกคนสามารถทำผิดพลาดกันได้ค่ะ ไม่มีใครที่สมบูรณ์แบบ ถ้ายอมรับได้ว่าลูกทำเต็มที่แล้ว เราก็ควรจะเข้าใจ และยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็น

 

  • ข้อ 5 เด็กควรจะได้เป็นเด็กค่ะ และควรจะได้รับการส่งเสริมทุกๆด้านตามวัยของเขาที่ควรจะเป็น และการสอนความใจดี หรือ kindness ให้กับลูกด้วย

 

พระอาจารย์สัจจาธิโก

 

ฟังเพิ่มเติมได้ที่

https://youtu.be/QbbZ0hTbYvo?si=ksMWTOi3cI23bbq6

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0014990528424581 Mins