นิทานก่อนนอนสอนใจ
เรื่อง นกวิเศษกับสองพี่น้อง

นานมาแล้ว มีพี่น้องชาวสองคน คนพี่ชื่อ อีบู คนน้องชื่อ โซบู เกิดในครอบครัวที่ยากจน อาศัยอยู่ในกระท่อมที่ก่อสร้างด้วยโคลนใกล้กับราวป่า ครอบครัวเขามีเพียงพื้นดินที่รกร้างแปลงหนึ่งเท่านั้น ทรัพย์สมบัติอย่างอื่นหามีไม่ แม้อาหารที่จะใช้เลี้ยงชีวิตไปวันๆ ก็สร้างความหนักใจเป็นหนักหนา เด็กทั้งสองจึงไม่มีโอกาสที่จะได้ดื่มนมหรือมีเสื้อผ้าดีๆ ใส่อย่างครอบครัวอื่น

วันหนึ่งสองพี่น้องได้ออกไปช่วยพ่อขุดดินดายหญ้าเพื่อเตรียมปลูกผักไว้กินเป็นอาหารในครอบครัว ทั้งสองตั้งหน้าตั้งตาทำงานด้วยความขยันจนผู้เป็นพ่อต้องเอ่ยชม "เจ้าทั้งสองนี่ขยันจริงนะ..ทำงานได้เก่งมากเลยทีเดียว" พื้นดินถูกจัดเตรียมไว้เพาะปลูกเรียบร้อย
"กลับบ้านได้แล้วลูก พรุ่งนี้เห็นจะลงมือปลูกพืชได้แล้วละ"

ทั้งสองเดินทางกลับบ้านกับพ่อด้วยความอ่อนล้า รุ่งเข้าทั้งสามก็ออกไปทำงานตามปกติ เมื่อพวกเขาไปถึงก็ต้องขยี้ตามองแล้วมองอีก แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง พื้นดินที่จัดเตรียมไว้เพาะปลูกเมื่อวันวานนั้น บัดนี้ได้กลับกลายเป็นที่รกร้างเต็มไปด้วยหญ้าและวัชพืชอีกมากมาย ทุกอย่างเคยเป็นอยู่อย่างไรก็เป็นอยู่อย่างนั้นมีการปลี่ยนแปลง
"นี่มันเป็นไปได้อย่างไรพ่อ เมื่อวานเราถอนหญ้าปรับพื้นเสร็จหมดแล้วนี่..."
ทั้งสองเอ่ยออกมาด้วยความแปลกใจ
"ใครทำให้มันเป็นอย่างนี้..ใครๆๆ" ผู้เป็นพ่อร้องออกมาด้วยความคาดไม่ถึง

พ่อลูกทั้งสามเริ่มต้นทำงานใหม่ด้วยความมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกคนยังสงสัยกับเหตุการณ์นั้นว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่แล้วความสงสัยนั้นก็ไม่มีทางที่จะพบกับคำตอบได้ ทั้งสามทำงานจนรู้สึกเหนื่อยไปตามๆ กัน
"เอาล่ะวันนี้พอแค่นี้..กลับบ้านได้แล้วลูก"
เมื่องานทุกอย่างเสร็จสิ้นลงผู้เป็นพ่อจึงเรียกให้ลูกชายทั้งสองกลับบ้าน ค่ำคืนนั้นหลังจากทานอาหารเสร็จพ่อของเขายังนอนครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่พบเจอเมื่อตอนเช้าว่า มันเป็นไปได้อย่างไร แต่ในที่สุดก็ต้องหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย
"วันนี้เราคงได้ลงมือปลูกผักกันสักทีนะพ่อ ทุกอย่างคงไม่เป็นเหมือนเมื่อวันวานหรอกนะ" อีบูเอ่ยขึ้น
"แน่นอนลูก ...คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก"
ทั้งสามมุ่งหน้าไปที่พื้นดินที่ตนปรับปรุงไว้รอการเพาะปลูก

"พ่อ..นั่น..." โซบูร้องขึ้น พร้อมชี้นิ้วไป
ผู้เป็นพ่อและพี่ชายถึงกับตาเบิกโพลงขึ้นทันที เมื่อเห็นพื้นที่นั้นได้กลับกลายเป็นเช่นเดิม หญ้ายังขึ้นรกเต็มพื้นที่เหมือนไม่มีใครมาทำอะไรก่อนหน้านี้
"นี่..มันอะไรกัน" ผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้นมาๆ ด้วยความแปลกใจอีกครั้งพร้อมกับความโมโห
"เป็นอย่างนี้อีกแล้ว ใครกันที่ทำให้เป็นแบบนี้" โซบูเอ่ยขึ้นด้วยความไม่พอใจ
"ข้าเหนื่อยเหลือเกิน..ใครกันที่ทำกับข้าแบบนี้ ไม่สงสารกับลูกบ้างหรือไร"
ผู้เป็นพ่อทรุดเข่าด้วยความเหนื่อยล้าและอ่อนแรง ลูกชายทั้งสองทรุดตัวลงนั่งข้างๆ
"พ่อ...ไม่เป็นไรนะ...ลองลงมือทำอีกสักครั้ง มันอาจจะไม่เป็นแบบนี้อีกก็ได้" อีบูและโซบูให้กำลังใจพ่อ
ทั้งสามพ่อลูกกัดฟันสู้อีกครั้งหนึ่ง ต่างลงมือช่วยกันดายหญ้าและพลิกฟื้นดินให้ร่วนเพื่อจะได้เพาะปลูกในวันรุ่งขึ้น ความเหนื่อยล้า ความลำบากไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อพวกเขา เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว พวกเขาจึงเดินทางกลับบ้าน

ในค่ำคืนนั้นผู้เป็นพ่อนอนไม่หลับ อยากค้นหาคำตอบว่า ใครที่ทำได้ขนาดนี้ เขาลุกขึ้นพร้อมเอื้อมมือไปหยิบมีดเล่มหนึ่งแล้วเดินออกจากบ้านมุ่งหน้าไปสู่ที่นาของตนเพื่อค้นหาคำตอบให้กับตัวเอง เขาซุ่มอยู่พุ่มไม้ใกล้ๆ แสงจันทร์สาดส่องสลัวๆ ทำให้มองเห็นอะไรๆ ได้ถนัดตาขึ้น

ไม่นานเกินรอ ก็ปรากฏร่างนกตัวหนึ่งบินมาจากราวป่าที่ไม่ไกลจากตรงนั้น มันโฉบลงบนพื้นที่นาของเขา แล้วกระพือปีกส่งเสียงร้องสามครั้งสิ้นเสียงนั้น ทันทีก็ปรากฎพืช หญ้าต่างๆ งอกขึ้น ทุกอย่างกลับกลายเป็นดังเดิม
"อย่างนี้นี่เอง...เป็นเพราะเจ้านกอุบาทว์นี้แท้ๆ"

เขาย่องไปข้างหลังมันเงียบๆ และจับมันไว้อย่างมั่น ทำให้มันส่งเสียงร้องพร้อมกับดิ้นไปมาเพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการของชาวนา
"เจ้าจะไม่มีโอกาสก่อความยุ่งยากให้ข้าอีกต่อไป ข้าจะเชือดคอของเจ้าให้แดดิ้นลงตรงนี้ ซะเดียวนี้..." เขากล่าวด้วยความโกรธ
"ได้โปรดเถิดนาย... อย่าฆ่าข้าเลย ข้าผิดไปแล้ว ท่านต้องการอะไรข้าจะให้หมด ขอเพียงท่านไว้ชีวิตข้า ข้าจะให้ทุกอย่างตามที่ท่านต้องการ"
ชาวนาเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็รู้สึกประหลาดที่นกพูดได้และรู้สึกหวั่นกลัวแต่ก็ต้องทำใจดีสู้เสือ เขาจับมันกลับบ้าน แล้วเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ภรรยาฟังและใคร่จะทดลองความมหัศจรรย์ของนก จึงสั่งให้นกหานม เนย อาหาร เนื้อ ต่างๆ มาให้
"เจ้าจงนำอาหารที่ข้าสั่งมาให้ข้าเดียวนี้"

เมื่อมันได้ยินเช่นนั้นจึงกระพือปีกส่งเสียงร้อง 3 ครั้ง อาหารที่ต้องการก็ปรากฎขึ้นทันที สองสามีกรรยาดีใจมาก และนับตั้งแต่วันนั้นพวกเขาจึงมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ต่อมาอีบูกับโซบูสงสัยว่า อาหารที่พ่อแม่หามาให้ทุกวันล้วนเลิศรสได้มาจากไหน วันหนึ่งจึงได้แอบดู ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด จึงได้รู้ว่าพ่อแม่อาศัยนกตัวนั้นจึงได้อาหารมาให้พวกตน

เมื่อพ่อแม่ออกไปข้างนอก ทั้งสองจึงอยากทดลองด้วยตัวเอง จึงสั่งให้นกนำนมมาให้ มันจึงเดินวนรอบชามแล้วกระพือปีกร้อง ทันใดนั้นนมก็เกิดขึ้นในชามเรื่อยๆ ทั้งสองตกตะลึงกับภาพที่เห็น และไม่ได้บอกให้นกหยุด ทำให้น้ำนมไหลนองเต็มพื้นบ้าน เขากลัวว่าน้ำนมจะท่วมบ้าน จึงจับนกโยนออกนอกบ้านทันที นกได้โอกาสรีบบินทะยานขึ้นสู่ฟ้าบ่ายหน้าไปสู่ป่าอันเป็นที่อยู่ของมันทันที
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ความวิเศษของคนคือ พรสวรรค์และพลังกาย
จงนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ตน อย่ามัวรอสิ่งวิเศษจากภายนอก
ปัญญาของคนเป็นสิ่งวิเศษเหนือสิ่งอื่นใด