
หนังสือของวัดพระธรรมกายฉบับแรก คือ หนังสือเดินไปสู่ความสุข
จัดทำโดยคณะพระเถระ และท่านเจ้าภาพยุคบุกเบิก
จากศรัทธา ปณิธานที่มั่นคง

ในยุคที่หลวงพ่อเริ่มสร้างทีม อุบาสิการุ่นแรก ๆ เริ่มรู้จักวัดพระธรรมกายซึ่งมีปัจจัยหลายประการที่ดึงดูดให้เขาเหล่านั้นมารู้จักวัดพระธรรมกาย จนก่อให้เกิดแรงบันดาลใจในเบื้องต้นสู่การก้าวเข้ามาวัดอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจเป็นอุบาสิกา
รู้จักวัดพระธรรมกาย
• หนังสือ “เดินไปสู่ความสุข” อุบาสิกายุคบุกเบิกรู้จักวัดจากการอ่านหนังสือธรรมะหนังสือธรรมะเล่มแรกของวัดพระธรรมกายที่จัดพิมพ์มาเพื่อเชิญชวนผู้คนให้มาวัดคือ หนังสือ“เดินไปสู่ความสุข” ซึ่งคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ตั้งใจให้หมู่คณะบ้านธรรมประสิทธิ์เขียนประสบการณ์และความประทับใจในการปฏิบัติธรรม เพื่อชักชวนผู้มีบุญ

หนังสือโลกทิพย์ฉบับที่ ๕๓ ปีที่ ๔ หนังสือวารสารกัลยาณมิตร
เดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๘ เริ่มพิมพ์เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๙
มาร่วมสร้างบารมี ในตอนที่เริ่มสร้างวัดราวปี พ.ศ. ๒๕๑๒ เมื่อทุกคนได้เขียนประสบการณ์ความประทับใจในการปฏิบัติธรรมแล้วอธิษฐานจิตเสียงบุญว่า
“ใครที่เคยสร้างบารมีร่วมกันมา ก็ให้มาสนับสนุนร่วมกันสร้างศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม เมื่อได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ให้ทุกตัวอักษรไปจุดประกายเหมือนไฟลนก้น ให้อยู่ไม่ได้ จะต้องรีบมาบ้านธรรมประสิทธิ์ มาสร้างบารมีร่วมกัน”ซึ่งตอนนั้นเป็นดั่งคำอธิษฐาน อุบาสิกาท่านนั้นได้มาสร้างบารมียาวนานจนถึงปัจจุบัน
• หนังสือ “โลกทิพย์” นิตยสารธรรมสมาธิ ฉบับที่ ๕๓ ปีที่ ๔ เดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๘ลงบทความประวัติหลวงพ่อธัมมชโย จากหน้าปกที่เป็นภาพหลวงพ่อธัมมชโย ทำให้อุบาสิกายุคแรกท่านหนึ่งเกิดความประทับใจในท่านั่งสมาธิ และความผ่องใสของท่าน จึงคิดว่าสักวันหนึ่งจะมาวัดนี้ และวันหนึ่งก็ได้มาถึงวัดจริง ๆ
• หนังสือ “วารสารกัลยาณมิตร” วารสารธรรมะรายเดือนของวัดพระธรรมกาย ฉบับปฐมเริ่มในเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๒๙ หนังสือเล่มนี้ทำให้อุบาสิกาบางท่านได้อ่านและเกิดแรงบันดาลใจอยากมาสัมผัสวัดพระธรรมกาย ปัจจุบันหนังสือธรรมดังกล่าวมีชื่อว่า หนังสือ “อยู่ในบุญ”



แผ่นพับชวนสาธุชนมาวัดทุกวันอาทิตย์ “มาวัดทุกวันอาทิตย์ สร้างชีวิตให้มีคุณค่า
• แผ่นพับ “มาวัดทุกวันอาทิตย์ สร้างชีวิตให้มีคุณค่า” เป็นแผ่นพับที่เชิญชวนผู้สนใจมาวัดพระธรรมกาย และขึ้นรถที่จุดจอดรถรับ-ส่ง ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สนามหลวง และในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ
• จากกิจกรรมของชมรมพุทธศาสตร์ในสถาบันการศึกษา อุบาสิการุ่นแรกหลายท่านรู้จักวัดจากการเข้าร่วมกิจกรรมในมหาวิทยาลัย เช่น ชมรมพุทธศาสตร์และวัฒนธรรมไทยมหาวิทยาลัยรามคำแหง จัดนิทรรศการบันได หรือชมรมพุทธศาสตร์และประเพณี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชมรมพุทธศาสน์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน) จัดนิทรรศการมงคลชีวิตทําให้สมาชิกใหม่เข้าชมรมมาร่วมกิจกรรมสวดมนต์ทำวัตร นั่งสมาธิ จนมาถึงวัดพระธรรมกายได้อย่างง่าย ๆ แม้ในโครงการอุปสมบทหมู่ภาคฤดูร้อน และโครงการอบรมธรรมทายาทหญิง โครงการเหล่านี้เป็นการจุดประกายของนิสิต นักศึกษาให้มาถึงวัดได้ง่ายขึ้น
• จากเพื่อนชวนเพื่อนมาวัด ด้วยการมาเป็นอาสาสมัครช่วยงานวันบุญใหญ่ เช่น งานแจกอาหารเช้า-เพล งานเขียนอนุโมทนาบัตร กิจกรรมต่าง ๆ ที่ชมรมฯ จัดขึ้นทำให้นิสิตนักศึกษาจำนวนมากได้รู้จักวัดพระธรรมกาย กล่าวได้ว่าชมรมพุทธฯเป็นแหล่งบ่มเพาะบุคลากรสำคัญที่นำพาให้ได้มาวัดอย่างต่อเนื่อง และเลือกเส้นทางเป็นอุบาสิกา

ธรรมทายาทหญิงรุ่น ๑

อาสากัลยาณมิตรรุ่น ๑
• จากผู้เข้าอบรมที่ผ่านโครงการอบรมธรรมทายาทหญิงรุ่นที่ ๑ เข้าอบรมวันที่ ๒กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๙ อบรมทั้งหมด ๓ เดือน ระหว่างนั้นได้ฝึกนั่งสมาธิอย่างจริงจัง ฟังธรรมจากหลวงพ่อ และพระอาจารย์ เรื่องทาน ศีล ภาวนา ฝึกกิจวัตรความเป็นระเบียบ ความสะอาดการรับประทานอาหารเป็นวง ฝึกทำวัตรต่าง ๆ ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอน และการรับบุญต่าง ๆเช่น หั่นผักที่โรงครัว ปัดกวาดเช็ดถูที่พักอาศัย ฝึกจัดดอกไม้ ฝึกต้อนรับ และฝึกการรับโทรศัพท์เป็นต้น เมื่ออบรมธรรมทายาทหญิงสิ้นสุดลง บางส่วนจึงสมัครเข้ามาเป็นอุบาสิการุ่น ๒ ทำหน้าที่ช่วยงานในวัดพระธรรมกายด้านต่าง ๆ เช่น งานธุรการงานจัดดอกไม้ งานสาธารณูปการงานต้อนรับปฏิสันถาร งานอบรมเยาวชน และการเป็นพี่เลี้ยงในโครงการอาสากัลยาณมิตรและพี่เลี้ยงโครงการธรรมทายาทหญิงในรุ่นต่อ ๆ ไป
• จากประกาศรับสมัครอาสากัลยาณมิตรทางหนังสือพิมพ์และรายการวิทยุ ปี พ.ศ. ๒๕๒๙ หลวงพ่อให้ทำประชาสัมพันธ์ประกาศรับสมัคร “อาสากัลยาณมิตร” คือนิสิต นักศึกษาที่สําเร็จการศึกษาแล้ว เข้ามาอบรมทำหน้าที่อาสากัลยาณมิตรซึ่งแต่ละท่านที่มาสมัครล้วนเป็นคนใหม่ ไม่เคยมาวัดมาก่อน แต่เมื่อได้ยินคำว่า อาสากัลยาณมิตร ที่ลงตามหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ ได้แก่ ไทยรัฐ เดลินิวส์ วัฏจักร ฐานเศรษฐกิจ เป็นต้น บางท่านฟังรายการวิทยุก็รีบมาสมัครในปีนั้น ณ สำนักงานกัลยาณมิตร (อาคารสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) ปัจจุบันอาสากัลยาณมิตรรุ่น ๑ เข้ามาเป็นอุบาสิการุ่น ๑ ในปีเดียวกันนั้นเอง


มีการรับสมัครอาสากัลยาณมิตรรุ่น ๒, ๓ ต่อเนื่องมา รวมทั้งรับสมัครโครงการอบรมธรรมทายาทหญิงรุ่น ๒, ๓ ต่อเนื่องมาเป็นประจำทุกปี โครงการทั้งสองจึงเป็นโครงการเพื่อเตรียมอุบาสิกาสู่เส้นทาง “อุบาสิกา”
• จากการชักชวนให้เข้าโครงการต่างๆ เพื่อสมัครเป็นเจ้าหน้าที่ : เช่น โครงการวิทยากรแก้วโครงการบัณฑิตแก้ว การรับสมัครเจ้าหน้าที่สำนักงานกัลยาณมิตรในตำแหน่งต่าง ๆ กล่าวได้ว่า อุบาสิการุ่นแรกมาจากการรับสมัครเจ้าหน้าที่สำนักงานกัลยาณมิตร, ชมรมพุทธในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ, โครงการอบรมธรรมทายาทหญิง, การรับสมัครอาสากัลยาณมิตรทางหนังสือพิมพ์ และเพื่อนชวนเพื่อน ซึ่งเป็นเส้นทางก่อนก้าวเข้ามาเป็นอุบาสิกา
ความรู้สึกเมื่อมาถึงแผ่นดิน ๑๙๖ ไร่
อุบาสิกายุคแรก ได้กล่าวถึงความประทับใจเมื่อมาถึงวัดครั้งแรกไว้ว่า ยุคแรกเริ่มของการก่อสร้างวัดพระธรรมกาย สถานที่แห่งนี้มีความเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติอย่างมาก ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนด้วยคุณสมบัติบางประการ พื้นที่ภายในวัด ๑๙๖ ไร่ จะสัมผัสได้ถึงความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย การจัดวางอาหารที่สวยงามและน่ารับประทาน การจัดเก็บจานชามและซ้อนอย่างเป็นระเบียบ รวมถึงการแต่งกายของสาธุชนในชุดสีขาวที่ดูสบายตา และความเรียบร้อยโดยรวมของสถานที่ สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกสบายตา สบายใจ และสงบ
ชอบบรรยากาศของวัด : เมื่อมาวัดเป็นครั้งแรก สิ่งที่สร้างความประทับใจอย่างยิ่ง คือความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และบรรยากาศที่สงบ ร่มรื่น และร่มเย็นของวัด
ความสงบ ร่มรื่น ร่มเย็น สบายตา บรรยากาศธรรมชาติที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่สีเขียว และความเงียบสงบอย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้ผู้คนที่มารวมกันนับหมื่นสามารถเข้าถึงความสงบภายในและสภาวะจิตที่เป็นสมาธิได้อย่างง่าย ๆ
การแต่งกายของสาธุชนในชุดสีขาวที่ดูสบายตา และความเป็นระเบียบเรียบร้อยโดยรวมของการต้อนรับที่อบอุ่นและเป็นกันเอง เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดจาสุภาพไพเราะ ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นพี่เป็นน้อง บางท่านถึงกับรู้สึกขนลุกด้วยความปีติที่เห็นผู้คนยืนต้อนรับอย่างเป็นระเบียบสวยงาม
หลายท่านรู้สึกราวกับ “ได้กลับบ้านหลังใหญ่อันแสนอบอุ่น” หรือ “ได้กลับมายังสถานที่ที่คุ้นเคยและอบอุ่น” บางท่านรู้สึกเหมือนแผ่นดินและท้องฟ้าเป็นอ้อมกอดที่อบอุ่น รู้สึกปลอดภัยในสถานที่แห่งนี้
ฉะนั้นบรรยากาศของวัดและสถานที่ต่าง ๆ จึงเป็นบันไดแรกที่ทำให้เกิดความประทับใจมีอิทธิพลต่อความรู้สึก และการตัดสินใจที่จะกลับมาวัดอีกครั้ง

ศรัทธาในปฏิปทาและศีลาจารวัตรของครูบาอาจารย์
บุคลิกภาพที่สง่างามและความผ่องใสของหลวงพ่อธัมมชโย แววตาที่เปี่ยมด้วยเมตตาของท่าน ทำให้รู้สึกอยากศึกษาธรรมจากท่าน คำสอนที่เข้าใจง่ายและมีเหตุผลของหลวงพ่อธัมมชโยและหลวงพ่อทัตตชีโว ซึ่งช่วยให้ผู้คนคลายความทุกข์และมีกำลังใจ
ปฏิปทาและความเมตตาของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ที่ดูอบอุ่นใจดี ผ่องใส มีญาณทัสนะและเมตตาช่วยเหลือลูกศิษย์ เป็นแบบอย่างด้านความสะอาดและความเป็นระเบียบ
แรงบันดาลใจสู่การเป็นอุบาสิกา
ประทับใจครูบาอาจารย์ : ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่แสดงความประทับใจในคุณธรรมความเมตตา และแบบอย่างที่ดีงามของหลวงปู่ หลวงพ่อธัมมชโย หลวงพ่อทัตตชีโว และคุณยายอาจารย์ฯ เช่น ความบริสุทธิ์ผ่องใสของหลวงพ่อธัมมชโย ความเย็น ความสงบ ความมีญาณทัศนะของคุณยายอาจารย์ฯ และความเป็น “ผู้ให้” ที่แท้จริงของท่าน
ศรัทธาในการปฏิบัติธรรมและเป้าหมายชีวิต : การได้มาวัดและปฏิบัติธรรมทำให้เห็นหนทางที่แท้จริงของชีวิต เข้าใจเป้าหมายชีวิต เกิดความปรารถนาที่อยากปฏิบัติธรรม ต้องการสร้างบารมี และติดตามหลวงพ่อไปจนถึงที่สุดแห่งธรรม
คำสอนและวิสัยทัศน์ของหลวงพ่อ : คำสอนเรื่องการปฏิบัติธรรม ความสำคัญของการสร้างคนดี และวิสัยทัศน์ในการขยายวิชชาธรรมกายไปทั่วโลก เป็นแรงบันดาลใจสำคัญ เช่นคำถามของหลวงพ่อที่ว่า “อยากจะเป็นแม่ของลูกหรือเป็นแม่ของโลกจ๊ะ” ทำให้หลายคนตัดสินใจเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร
บุญเก่าและการได้มาสร้างบารมี : ทุกท่านมั่นใจว่า การได้มาเจอวัดพระธรรมกายและครูบาอาจารย์เป็นผลจากการได้สร้างบารมีร่วมกันมากับมหาปูชนียาจารย์มาแต่ปางก่อนและในชาตินี้ก็มาสร้างบารมีร่วมกันต่อ
ประทับใจในบรรยากาศและระเบียบของวัด : การได้มาสัมผัสบรรยากาศที่สะอาด สงบร่มรื่น มีระเบียบ และเจ้าหน้าที่พูดจาไพเราะต้อนรับทักทายอย่างอบอุ่น ทำให้เกิดความประทับใจและตัดสินใจเป็นอาสาสมัคร
รุ่นพี่ชวนมาเป็นอุบาสิกา : การชักชวนของเพื่อนหรือพี่ ๆ ในวัด เป็นจุดเริ่มต้นของการเข้ามาทำงานพระพุทธศาสนาเพราะเห็นแบบอย่าง การวางตัว บุคลิกภาพที่น่าศรัทธา จึงอยากเป็นแบบพี่อุบาสิกาบ้าง
เหตุการณ์วิกฤตชีวิตเปลี่ยน : บางท่านเข้ามาในช่วงที่วัดกำลังประสบปัญหาหรือวิกฤตการณ์ซึ่งกลายเป็นแรงผลักดันให้ตัดสินใจเข้ามาช่วยงานและเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร
การเข้ามาสู่เส้นทางอุบาสิกาที่วัดพระธรรมกายนั้น ไม่ได้เกิดจากเหตุผลเพียงหนึ่งเดียวแต่เป็นผลรวมจากการได้รับการแนะนำ ความประทับใจในบรรยากาศของวัด คำสอนและปฏิปทาอันงดงามของครูบาอาจารย์ ประสบการณ์ภายในจากการปฏิบัติธรรม และความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะทำหน้าที่รับใช้งานพระพุทธศาสนาและสร้างบารมี ซึ่งหล่อหลอมให้พวกเขาทุ่มเทชีวิตอย่างไม่ลังเล











ประชุมหัวหน้างาน และพี่เลี้ยงดูแลอุบาสิกา เพื่อพัฒนาระบบความเป็นอยู่ อาศรมอุบาสิกา

การจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพี่ ๆ น้อง ๆ อุบาสิกา อาศรมอุบาสิกา
หลวงพ่อสร้างทีมอาสากัลยาณมิตร
วัดในยุคแรก (9,000 ไร่) มีลักษณะเป็นทุ่งนาฟ้าโล่ง มีความเป็นธรรมชาติและพื้นที่กว้างใหญ่ ไม่มีอาคารขนาดใหญ่ หรือโบสถ์ที่เด่นชัด แต่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่สีเขียว ทำให้บรรยากาศร่มรื่น สถานที่โดยรวมมีความกว้างใหญ่มาก ในช่วงแรกของการอบรมผู้คน จะมีเพียงเต็นท์ยักษ์ เป็นศาลาโล่ง ๆ กว้าง ๆ สภาพความเป็นอยู่เรียบง่ายและการทำงานที่หล่อหลอมความอดทน ยุคนั้นวัดยังขาดแคลนอุปกรณ์การทำงาน และอุปกรณ์การสื่อสารที่ใช้ติดต่อประสานงาน
อุบาสิการุ่น ๒ ได้เล่าถึงการอบรมอาสากัลยาณมิตรดังนี้
การอบรมอาสากัลยาณมิตรตอนนั้นใช้เวลา ๒ สัปดาห์ เรียนวิธีการนั่งสมาธิและการทำหน้าที่กัลยาณมิตร แล้วออกทำหน้าที่เยี่ยมสาธุชนที่บ้าน ตามรายชื่อสาธุชนที่มาวัดให้ไว้ ซึ่งยินดีให้เรานำหนังสือธรรมะหนังสือสวดมนต์ไปให้ที่บ้าน โดยมีที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์นัดหมายล่วงหน้า ก่อนออกไปทำหน้าที่ พี่เลี้ยงจะแนะนำวิธีการโทรศัพท์นัดหมาย การพูดคุยกับสาธุชนครั้งแรก ต้องวางตัวอย่างไร พูดอย่างไร และรักษาศรัทธาสาธุชนอย่างไร โดยมีการสาธิต การทักทายการแนะนำตัว ลำดับการพูด มารยาทการนั่ง ให้ดูเป็นตัวอย่าง
ก่อนออกไปทำหน้าที่ พี่เลี้ยงจะให้นั่งสมาธิก่อน และพี่นัส (อุบาสิกาวิชญา ไตรวิเชียร) จะนำให้พวกเราอธิษฐานจิต ขอให้พวกเราไปพบเจอหมู่ญาติอันเป็นที่รัก ส่วนเครื่องแบบจะเป็นเสื้อสีขาวมีเกล็ดบังทรงแขนตุ๊กตา และกระโปรงจีบรอบตัว คาดเข็มขัด รองเท้ารัดสน พร้อมมีรายชื่อของผู้ที่เราจะไปหาอยู่ในมือ และเอกสารแนะนำงานบุญต่าง ๆ โดยพวกเราจะนั่งรถสองแถวเล็กออกไปตั้งแต่เช้า และจะไปจอดที่สํานักงานกัลยาณมิตร (สมก.) จากนั้นจะนั่งรถเมล์ต่อไปยังบ้านสาธุชน ตกเย็นเราจะมากราบหลวงพ่อ ที่สำนักงานกัลยาณมิตร ท่านจะถามเราแต่ละคนว่าไปเจอใคร พบใคร มีปัญหาอะไรบ้าง ตอบคำถามสาธุชนอย่างไร และท่านก็แนะนำ วิธีการพูด และการตอบปัญหาอย่างชัดเจน
หลวงพ่อธัมมชโย จะมีปกิณกธรรมให้เราฟังทุก ๆ วัน จนเราเข้าใจเป้าหมายชีวิตว่า ไม่ใช่เพียงเกิดมาเพื่อทํามาหากิน มีครอบครัว แล้วก็ตายเท่านั้น แต่เราได้ฟังธรรมะจนเข้าใจลึกซึ้งถึงการเกิดมาสร้างบารมี เพื่อสร้างบุญติดตัวเราไปข้ามชาติ ท่านปลูกฝังเช่นนี้มาเรื่อย ๆ หลวงพ่อท่านย้ำว่า เรามาอยู่วัดไม่ใช่สะดวกสบาย เพราะว่าตอนนั้นยังนอนแคร่ ปักกลดอยู่ใต้เต็นท์ประมาณ ๑ ปีจึงมีบ้านซึ่งนอนเรียงกันเป็นแถว กว่าจะได้มาอยู่อาศรมอุบาสิกา (เฟส ๒ บ้านพัก
หลังคามุงจาก) หลวงพ่อท่านให้โอวาทไว้ว่า “หน้าที่เราได้รับนี้มีไว้เพื่อสร้างบุญบารมี การสร้างบุญบารมีจะทำให้เกิดมาแล้วไม่สูญเปล่า ชีวิตหลังความตายนั้นยาว และต้องกลับมาเกิดอีกหลายภพชาติ ฉะนั้นให้หมั่นสั่งสมบุญไว้มาก ๆ ในหน้าที่ที่เราได้รับมอบหมาย”
ชีวิตอาสากัลยาณมิตร
“มีครั้งหนึ่ง วันนั้นเป็นวันที่หลวงพ่อเรียกรวมอาสากัลยาณมิตร ที่สำนักงานกัลยาณมิตร(สมก : สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน) ในช่วงเย็นภายหลังที่พวกอาสากัลยาณมิตรกลับมาจากการทำหน้าที่ เมื่อเข้าไปกราบท่าน หลวงพ่อพูดคุยกับพวกเราอย่างเบิกบาน ถามถึงประสบการณ์การทำหน้าที่ ท่านตอบคำถามและให้กำลังใจ ทำให้พวกเรามีแรงบันดาลใจปีติใจจากการทำหน้าที่มาทั้งวัน หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ขากลับพวกเรานั่งรสบัสกันมา๕๐ คน เมื่อผ่านเข้ามาประตูหน้าวัด “มองเห็นต้นไม้อยู่ในสภาพราบเป็นหน้ากลองเพราะโดนพายุพอรถเข้าไปถึงที่พักซึ่งเป็นเพียงแคร่และมีกลด ในกลดมีเครื่องนอน ตอนที่ยังไม่มีแคร่นอน เรานอนบนพื้นหินเกร็ด มีเสื่อพับเป็นที่รองนอน แล้วผูกกลดแขวน พอกลับเข้าไปทันทีที่เห็นสภาพที่พักโดนพายุคือถ้าไม่ได้อิ่มเอม และปีติใจมาตั้งแต่เริ่มต้น เราคงรู้สึกอยากจะร้องไห้เพราะพายุพัดหลังคาเต็นท์ ผ้าใบขาดหมด กลดที่กางไว้เป็นระเบียบเรียบร้อยปลิวไปอยู่รวมกันหมด เสื้อผ้าที่รีดไว้ไปกองรวมกัน ไม่มีสภาพที่วันนั้นจะนอนได้ แต่วันนั้นพวกเรากลับมีกำลังใจช่วยกันเก็บปัดกวาดเช็ดถู และปรับที่นอนในคืนนั้น เรียกได้ว่าหลวงพ่อท่านรู้เหตุการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นท่านทําให้เราเบิกบานก่อนเจอสถานการณ์พายุเข้า เราเลยพร้อมที่จะปรับตัวทุกรูปแบบ หลวงพ่อท่านเป็น “สุดยอดของผู้นำมาก”


สภาพสถานที่พักโดนพายุ และน้ำท่วม อาสากัลยาณมิตรช่วยกันแก้ไข
“หลวงพ่อมีอัธยาศัยให้กำลังใจอยู่เสมอ และทุ่มเทให้เวลาลูก ๆ ในการทำหน้าที่กัลยาณมิตร“การทำหน้าที่กัลยาณมิตรเป็นต้นทุนในการหากองเสบียงมาเลี้ยงวัด” ในช่วงของการซื้อที่ดิน ๑,๐๐๐ พันไร่แรก ได้เริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๗)
ปี พ.ศ. ๒๕๒๙ อาสากัลยาณมิตรทำหน้าที่บอกบุญกองผ้าป่า ช่วงนั้นกองละ ๑,๐๐๐ บาทการทําหน้าที่จึงต้องเดินทางไปหาสาธุชนอย่างน้อย ๓ ครั้ง ครั้งแรก คือไปเชิญชวนโดยมีโบรชัวร์และแผ่นรายชื่อไปให้ท่านเหล่านั้นนึกถึงหมู่ญาติ ว่ามีใครบ้างที่จะเป็นคณะกรรมการร่วมทอดผ้าป่าครั้งนี้ ครั้งที่ ๒ จะไปรับรายชื่อมาพิมพ์ (การพิมพ์จะมีแผนกรัตนลักษณ์เป็นทีมจัดทำ)รายชื่อที่พิมพ์จะอยู่ในแผ่นพับของโบรชัวร์ทอดผ้าป่า ครั้งที่ ๓ คือนำเอกสารกองผ้าป่าประมาณ ๕๐-๑๐๐ ใบ ไปให้ท่านเจ้าภาพที่รับเป็นประธานกองผ้าป่า นำไปแจกญาติโยม ส่วนปัจจัยที่รวบรวมได้มาถวายวัดในวันงานบุญใหญ่
ช่วงนั้นอาสากัลฯ ทำหน้าที่เชิญชวนญาติโยมร่วมสร้างที่ดิน 9,000 ไร่แรก จนสามารถซื้อแผ่นดินอีก ๑,๐๐๐ ไร่ (พ.ศ. ๒๕๒๙) ได้ครบ ๒,000 ไร่ หนึ่งในอาสากัลยาณมิตร รุ่น ๑ได้กล่าวว่า “ไม่มีสถานที่ใดในวัดพระธรรมกายที่เรายังไม่เคยชวนผู้มีบุญทำหน้าที่ ทุก ๆ สถานที่เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ บุญนี้นึกถึงทีไรก็รู้สึกปลื้มมาก ๆ”









