
สามเสาหลัก
แห่งวัดพระธรรมกาย
โดยอาศรมอุบาสิกา

เรื่องเล่าของอุบาสิกาที่นำมาบันทึกไว้ในหนังสือ ๕๕ ปีวัดพระธรรมกายเล่มนี้ ได้จากบทสัมภาษณ์ของอุบาสิกาแห่งวัดพระธรรมกาย ที่เข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่เขตในตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ บทสัมภาษณ์จะเล่าถึงปณิธานของหลวงพ่อธัมมชโย หลวงพ่อทัตตชีโว และคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้วางรากฐานของวัดพระธรรมกายจนเติบใหญ่มาถึงปัจจุบันแรงบันดาลใจสู่เส้นทางธรรมเป็นอุบาสิกา บทบาทในงานพระพุทธศาสนา และพัฒนาการการเผยแผ่ธรรมะไปสู่กลุ่มชนทุกระดับทั้งในและต่างประเทศ
อุบาสิกาแห่งวัดพระธรรมกายได้กล่าวถึง สามเสาหลักรากแก้วของวัดพระธรรมกายที่ปลูกฝังอุดมการณ์ ทำให้เข้าใจเป้าหมายในการสร้างบารมีคือ หลวงพ่อธัมมชโย (พระไชยบูลย์ ธมฺมชโย), หลวงพ่อทัตตชีโว (พระเผด็จทตตชีโว) และคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง


หลวงพ่อธัมมชโย
พระผู้เป็นต้นแบบชี้ทางสว่าง

หลวงพ่อมีมโนปณิธานที่ยิ่งใหญ่ ที่จะรื้อสัตว์ขนสัตว์ไปสู่ที่สุดแห่งธรรม และตั้งใจเข้าพระนิพพานเป็นคนสุดท้าย เป็นคุณธรรมที่ยิ่งใหญ่มาก ท่านใช้ชีวิตเป็นเดิมพันในการสร้างบารมีเพื่อไปสู่ที่สุดแห่งธรรม สอนให้พวกเราเข้าใจเป้าหมายชีวิตว่า “เราเกิดมาเพื่อสร้างบารมี ฝึกฝนตนเองและเข้าถึงธรรม ท่านชี้หนทางสวรรค์และนิพพานให้กับชาวโลก ท่านมีวิสัยทัศน์ในการมองงานพระพุทธศาสนาได้กว้างไกล และมุ่งมั่นทำให้สำเร็จ (อุบาสิการุ่น ๒)

หลวงพ่อ อุบาสก อุบาสิกา และกัลยาณมิตรปฏิบัติธรรม ณ ดอยสุเทพ-ปุย ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

หลวงพ่อให้โอวาท อุบาสก อุบาสิกา ปฏิบัติธรรม ณ ดอยสุเทพ-ปุย ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ (๒ กันยายน ๒๕๓๗)
“หลวงพ่อมีปณิธาน ๓ ประการคือ สร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระแท้ และสร้างคนให้เป็นคนดี สิ่งเหล่านี้จะดึงดูดให้ผู้มีศรัทธามาปฏิบัติธรรมร่วมกัน เข้าถึงพระรัตนตรัยซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด” ปณิธานดังกล่าวนี้ไม่เคยหลุดไปจากใจท่าน (อุบาสิการุ่น ๑)
“หลวงพ่อมีเป้าหมายเผยแผ่วิชชาธรรมกายไปทั่วโลก เพื่อให้คน “รู้ เห็น คิด ทำเหมือนกัน ท่านตั้งใจรวมคน ๑ ล้านคนนั่งสมาธิให้ใจหยุดนิ่ง ภาพที่เกิดขึ้นนี้จะทำให้ชาวโลกหันมานั่งสมาธิ เกิดแรงบันดาลใจอยากเข้าถึงพระธรรมกาย” (อุบาสิการุ่น ๑)
หลวงพ่อมีความตั้งใจให้ลูกๆ ทั้งเขตในและภายนอกเข้าถึงพระธรรมกายมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งด้วยการปฏิบัติธรรม ท่านทำหน้าที่สอนลูก ๆ โดยไม่เคยบ่นเหนื่อย และอยากให้ลูกทุกคนเป็นดั่งยอดกัลยาณมิตรหัวใจเพชร ที่จะช่วยกันนำพาวิชชาธรรมกายขยายไปทั่วโลก (อุบาสิการุ่น ๓-๘)
ในยุคแรกๆ หลวงพ่อเมตตาให้เจ้าหน้าที่ในองค์กรไปปฏิบัติธรรมที่ดอยสุเทพ-ปุย(ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่) หลังเสร็จงานบุญใหญ่ อุบาสก อุบาสิกายุคแรกจึงได้นั่งสมาธิกับท่าน ท่านจะสอบถามประสบการณ์ภายในด้วยตัวท่านเอง ท่านจะแนะนำอย่างง่าย ๆ สามารถน้อมนำใจไปตามเสียงของท่านได้อย่างง่าย ๆ ทำให้มีผลการปฏิบัติธรรมก้าวหน้า (อุบาสิการุ่น ๑)

หลวงพ่อสอบถามประสบการณ์การปฏิบัติธรรม
อุบาสก อุบาสิกา ณ ดฟอยสุเทพ-ปุย

หลวงพ่อสร้างทีมพี่เลี้ยงปฏิบัติธรรมพิเศษ ภายหลังท่านให้ชื่อว่าทีม “ดอกไม้บาน”
ณ สวนพนาวัฒน์ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่

หลวงพ่อให้ความสําคัญกับการสร้างคนใหม่ ท่านจะนั่งสมาธิด้วยตัวท่านเอง (ในภาพเป็นธรรมทายาทหญิงรุ่นแรก)
ปฏิบัติธรรม ณ สวนพนาวัฒน์ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่
หลวงพ่อเน้นย้ำว่า “การนั่งสมาธิวันละ ๕ นาที ๑๐ นาที แต่ละวันนั้นไม่พอ ควรนั่งสมาธิวันละไม่ต่ำกว่า ๒ ชั่วโมง ๑ ชั่วโมงสำหรับดูแลตนเอง และอีก ๑ ชั่วโมงสำหรับการเป็นกัลยาณมิตรให้ผู้อื่น ด้วยเหตุนี้ท่านจึงมีโครงการปฏิบัติธรรมให้สมาชิกแต่ละคนนั่งสมาธิวันละ ๒ ชั่วโมงทุกวัน และโครงการปฏิบัติธรรม ๒ สัปดาห์ ให้สิทธิ์สมาชิกนั่งสมาธิ ๒ รุ่น ๆ ละ ๑๔ วัน /๑ ปี”(อุบาสิการุ่น ๑)
หลวงพ่อสอนเทคนิคการนั่งสมาธิที่เข้าใจง่าย โดยใช้หลัก สติ สบาย สม่ำเสมอ สังเกตท่านแนะนำว่า “ให้เราวางใจแบบไม่ต้องทำอะไรเลย วางใจเบา ๆ สบาย ๆ ผ่อนคลายทั้งกายและใจ หยุด นิ่ง เฉย อย่างมีสติ และสบาย ๆ แค่นั้นเอง” (อุบาสิการุ่น ๙-๒๑)
หลวงพ่อสอนวิธีการทำสมาธิ และเน้นหัวใจสำคัญของการเกิดมาเพื่อสร้างบุญสร้างบารมีท่านย้ำว่า “สิ่งที่ต้องสั่งสม คือ บุญกุศล สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ พระรัตนตรัยภายใน เป้าหมายชีวิตคือ ที่สุดแห่งธรรม” (อุบาสิการุ่น ๙-๒๑)
หลวงพ่อสอนว่าเมื่อนั่งสมาธิแม้ได้เห็นแสงสว่างเพียงแค่ช้างกระดิกหู งูแลบลิ้น บุญได้มากยิ่งกว่าสร้างโบสถ์ สร้างวิหาร สร้างศาลาการเปรียญ” (อุบาสิการุ่น ๙-๒๑)
หลวงพ่อเปรียบเสมือนพ่อที่คอยดูแลเอาใจใส่ สอนให้พวกเรารู้จักเป้าหมายชีวิตที่แท้จริงและย้ำเสมอให้รักการปฏิบัติธรรมยิ่งชีวิต ทุกคำสอนของท่านจะมุ่งเรื่อง “หยุดเป็นตัวสำเร็จ” ตามคําสอนพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) และ “เราเกิดมาสร้างบารมี" หลวงพ่อเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่เชื่อมโยงลูก ๆ กัลยาณมิตรและสาธุชนให้มาวัดปฏิบัติธรรม” (อุบาสิการุ่น ๓-๘)
หลวงพ่อสอนให้เราเชื่อมั่นในการสร้างบุญ สร้างบารมี การตามติดมโนปณิธานเดินตามเส้นทางของท่าน ถือว่าคุ้มค่าที่สุดที่เกิดมาในชาตินี้ หลวงพ่อท่านเคยกล่าวว่า “ต่อไปคนจะมาวัดมากมายและวิชชาธรรมกายจะขยายไปทั่วโลก” มาถึงวันนี้เป็นจริงดั่งคำพูดท่าน และหากผู้นำระดับโลกเข้าถึงธรรม สันติภาพจะเกิดขึ้นอย่างง่าย ๆ” (อุบาสิการุ่น ๒)
หลวงพ่อเมตตาพร่ำสอนทั้งเรื่องการปฏิบัติธรรม การใช้ชีวิต และการทำงาน ท่านสอนอย่างละเอียดทุกขั้นตอน ท่านไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยในการสอน จนทำให้เรารู้สึกอบอุ่นปลอดภัยในเส้นทางความเป็นอุบาสิกาแห่งวัดพระธรรมกาย (อุบาสิการุ่น ๒)
หลวงพ่อเป็นทั้งครู ผู้ให้ ผู้นำ เป็นทุกอย่างให้กับลูกศิษย์ เราเชื่อมั่นในตัวท่านเชื่อมั่นในบุญบารมี และศีลาจารวัตรของท่าน เราทุ่มเทชีวิตทำงานพระศาสนาให้ท่านได้ ท่านให้ทุกอย่างแก่เรา ที่ประทับใจมากที่สุด คือการส่งบุญดูแลบุพการีและพวกเราถึงภพต่อไป (อุบาสิการุ่น ๒)
หลวงพ่อเป็นผู้นำที่ฉลาด เข้าใจคน เข้าใจใช้คน สามารถแก้ปัญหาในใจ ให้กำลังใจผู้ที่กำลังใจตกได้ จนเขากลับมามีแรงบันดาลใจในการทำความดี ท่านเป็นผู้ให้โดยไม่มีข้อแม้และเงื่อนไข (อุบาสิการุ่น ๒)
หลวงพ่อให้ความสำคัญในการประพฤติพรหมจรรย์อย่างที่สุด ท่านจะระมัดระวังในความเป็นอยู่และการทำงานร่วมกันระหว่างพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา นอกจากศีลที่รักษากันตามสถานภาพแล้ว ยังมีระเบียบ กติกาและมารยาทในการอยู่ร่วมกัน เช่น พระภิกษุ สามเณรมิให้รับแขกที่กุฏิ ไม่เดินทางไปกับเพศตรงข้ามสองต่อสอง ไม่อยู่ในที่ลับตากับเพศตรงข้ามสองต่อสอง ไม่พูดคุยหยอกล้อจนเกินงาม มีระยะห่างในการสนทนากับพระภิกษุ สามเณร และเพศตรงข้าม เป็นต้น (อุบาสิการุ่น ๑)
หลวงพ่อมีปรกติสมถะและใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ท่านไม่ต้องการความหรูหรา ท่านรักความสะอาดและความเป็นระเบียบ เช่น ในห้องน้ำ หากมีน้ำหยดต้องเช็ด มดตัวเดียวต้องเก็บออก ข้าวของเครื่องใช้ท่านจัดวางเป็นระเบียบเรียงสูงต่ำ และวางสิ่งของในที่เดิมเสมอ ไม่เอียง และไม่ผิดองศา (อุบาสิการุ่น ๓-๘)
หลวงพ่อมีถ้อยคำที่ให้เกียรติบุคคลอื่นเสมอ เวลาท่านเรียก “พระ” ท่านจะเรียกว่า“ท่าน” ทุกรูป ถ้าพระพรรษาน้อย ๆ ท่านจะเรียกว่า “พระลูกชาย” เมื่อจะกล่าวถึงบุคคลที่ ๓ ซึ่งเป็นพระ หลวงพ่อจะเรียกว่า “ท่าน” เสมอ (อุบาสิการุ่น ๓-๘)
หลวงพ่อให้ความสำคัญกับการสร้างคนดีอย่างที่สุด ท่านให้โอวาทว่า “เราจะดีคนเดียวไม่ได้ คนรอบข้างเราต้องดีด้วย และการสร้างคนดีเป็นสุดยอดของการสร้างทั้งปวง หลวงพ่อจึงเน้นเรื่องการสร้างคนดีทุกระดับ ตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน วัยผู้ใหญ่ และสูงวัย ท่านหวังให้สังคมสงบร่มเย็นด้วยพุทธธรรม (อุบาสิการุ่น ๒)
หลวงพ่อกล่าวว่า “การสร้างวัดสำเร็จลงได้เพราะการปฏิบัติธรรม” ท่านเน้นให้ลูกศิษย์สร้างบุญ ด้วยการทำทาน รักษาศีล และทำสมาธิเป็นประจำ แม้จะเผชิญปัญหามากมายจากการขยายพื้นที่วัด ๒,000 ไร่ ท่านก็ไม่เคยย่อท้อ แต่มีจิตใจมุ่งมั่นเพื่อให้หมู่คณะและสาธุชนทั่วโลกมีสถานที่ได้มาสร้างความดี มาสั่งสมบุญร่วมกัน (อุบาสิการุ่น ๙-๒๑)

หลวงพ่อเป็นพระผู้มีคุณธรรมสูง ท่านทุ่มเทในการสร้างศาสนทายาท ศาสนสถาน อุบาสกอุบาสิกายุคแรก ๆ หลวงพ่อท่านลงฝึกการปฏิบัติธรรม การทำหน้าที่กัลยาณมิตรด้วยตัวท่านเองแม้อุบาสิกาในโครงการธรรมทายาทหญิงรุ่นที่ ๑ และอาสากัลยาณมิตรรุ่นที่ ๑ และในรุ่นต่อ ๆมา หลวงพ่อก็ลงฝึกสอนด้วยตัวเอง ท่านเอาใจใส่ในการสอนและประคับประคองให้ลูก ๆ รู้คุณค่าและรู้เป้าหมายชีวิตตลอดเวลา (อุบาสิการุ่น ๑)
หลวงพ่อท่านมีทุกศาสตร์อยู่ในตัว เช่น แม้ไม่ได้เรียนด้านการทำสื่อสิ่งพิมพ์ แต่ท่านสามารถให้นโยบายและสอนงานได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน ท่านเน้นย้ำเสมอให้ทำงานโดยเห็นแก่ประโยชน์พระพุทธศาสนาเป็นหลัก ท่านริเริ่มรายการวิทยุ “ธรรมะเพื่อประชาชน” และรายการ“สารคดีสว่างที่กลางใจ” เผยแพร่ธรรมะไปทั่วประเทศ ท่านเป็นแรงบันดาลใจทั้งหมดของความสําเร็จต่าง ๆ ของวัดพระธรรมกาย (อุบาสิการุ่น ๒)
หลวงพ่อเป็นผู้นำที่ริเริ่มโครงการเพื่อความมั่นคงของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง เช่น โครงการตักบาตรทั่วไทยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่าง ๆ โครงการเด็กดีวีสตาร์ เพื่อสร้างเยาวชนให้เป็นคนเก่งและดีให้กับสังคม และท่านมีนโยบายให้จัดถวายสังฆทานแด่พระภิกษุที่ภาคใต้มาอย่างยาวนาน ท่านไม่เคยคิดว่าไม่มีงบประมาณในการสร้างเยาวชนหรือถวายสังฆทานเลยเพราะท่านต้องการส่งเสริมให้ทุกคนมีกำลังใจในการทำความดี สั่งสมบุญสร้างมหาทานบารมีเพราะการให้เป็นความดีขั้นต้นที่ทุกคนสามารถทำได้ไม่ยาก (อุบาสิการุ่น ๒)

อุบาสก อุบาสิกา บัณฑิตแก้ว และศรัทธาวาส ปฏิบัติธรรม
ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซ วัลเล่ย์ เขาใหญ่
หลวงพ่อเป็นต้นแบบความเป็นครู ผู้ให้ ผู้นำ ท่านให้โอกาสลูกหญิงจํานวนมากได้มาเป็นอุบาสิกา และสร้างสิ่งก่อสร้างเพื่อเตรียมความพร้อมกับการปฏิบัติธรรม การระดมทุน และระดมธรรมได้อย่างเหมาะสมและสมบูรณ์แบบ ท่านมี “ผังสำเร็จ” ของงานอยู่ในใจ เมื่อพวกเราทำตามที่ท่านบอกแล้ว งานก็จะสำเร็จอย่างง่าย ๆ (อุบาสิการุ่น ๒)
ความเป็นครูบาอาจารย์ หลวงพ่อหล่อหลอมให้หมู่คณะรักกัน มีความสามัคคี มีความเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน รับฟังคำสั่งโดยไม่มีคำถาม ท่านสอนให้ไม่ประมาท สั่งสมบุญและแก้ไขข้อบกพร่องของตนเองอยู่เสมอ ความสำเร็จของวัดพระธรรมกายที่เติบใหญ่มาจนถึงปัจจุบัน เพราะพวกเรามีความเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ และความเป็นผู้นำของท่าน (อุบาสิการุ่น ๙-๒๑)
หลวงพ่อเป็น “สุดยอดของนักให้กำลังใจที่ดีบนพื้นฐานของความเป็นจริง” ท่านเป็นทั้งผู้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการสั่งสมบุญสร้างบารมี เป็นผู้แนะนำวิธีที่ถูกต้อง และเป็นผู้นำที่ทำให้ดูตลอดเวลา (อุบาสิการุ่น ๙-๒๑)
หลวงพ่อรัก เคารพ มีความอ่อนน้อม และมีความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์อย่างสูงสุด หลวงพ่อบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ด้วยของอันเป็นเลิศ เช่นสร้างรูปหล่อทองคำพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ในเส้นทางมหาปูชนียาจารย์และสร้างมหาวิหารหลวงปู่ฯ ไว้เป็นที่เคารพสักการะเพื่อระลึกถึงครูวิชชาธรรมกายที่ท่านสร้างไว้อย่างประณีต ท่านพูดเสมอว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นและสำเร็จได้เพราะบารมีหลวงปู่ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) และคุณยายอาจารย์ฯ”ท่านจึงสอนให้พวกเราเคารพเทิดทูนมหาปูชนียาจารย์ เช่น ภาพหลวงปู่สดฯ เมื่อวางแล้วจะต้องไม่มีอะไรวางทับ ท่านจะวางภาพหลวงปู่ด้วยความเคารพ” (อุบาสิการุ่น ๑)
หลวงพ่อมีจิตใจเยี่ยงพระโพธิสัตว์อย่างแท้จริง ท่านให้และช่วยเหลือผู้คนทุกหมู่เหล่า สนับสนุนกิจการงานพระพุทธศาสนาของสังฆมณฑล ท่านเป็นต้นแบบของการสร้างบารมีทุกอย่าง มีความงดงาม สง่างามและพูดไพเราะ ท่านให้อย่างไม่มีข้อแม้ใด ๆ หากรู้ว่าสิ่งใดทำแล้วจะทำให้ชาวโลกพบความสุขภายในแท้จริงได้ หลวงพ่อจะทุ่มเทเพื่อสิ่งเหล่านั้นอย่างสุดกำลัง (อุบาสิการุ่น ๓-๘)
หลวงพ่อให้ความสำคัญในการดูแลต้อนรับสาธุชนที่มาวัดเป็นอย่างดี โดยเน้นย้ำให้ผู้ประสานงาน เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทำหน้าที่ดูแลญาติโยมให้ได้รับความสะดวกสบาย เพื่อความประทับใจในการมาวัด (อุบาสิการุ่น ๓-๘)
หลวงพ่อให้ความสำคัญในการศึกษาพระบาลี ท่านกล่าวว่า “การศึกษาพระบาลี คือการรักษาพระพุทธวจนะของพระพุทธองค์ให้ดำรงอยู่ตราบนานเท่านาน ท่านเมตตาให้โอวาทว่า“เขาเรียนทางโลกยังไม่ตกกันเลย แล้วเรียนทางธรรมจะตกได้อย่างไร” ประโยคนี้ทำให้เกิดแรงบันดาลใจสอบผ่านให้ได้ทุกปี จนสำเร็จการศึกษาบาลีศึกษา ๙ ประโยคภายในเวลา 6 ปี ในเวลาต่อมาหลวงพ่อเมตตาให้อุบาสิกาศิริมาส พัฒนศรี (อุบาสิการุ่น ๑) พ.ศ.๙ ทำหน้าที่เป็น “อาจารย์ลูก” ในโรงเรียนอนุบาลฝันในฝัน แทนอุบาสิกาดร.ชนิดา จันทราศรีไศล (อุบาสิการุ่น ๕) พ.ศ.๙ซึ่งขณะนั้นกำลังศึกษาระดับปริญญาเอก ที่ประเทศออสเตรเลีย (อุบาสิการุ่น ๑)
หลวงพ่อเป็นผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ท่านเป็นผู้นำที่ปรับตามยุคสมัย ท่านส่งเสริมให้นำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ในการเผยแผ่ธรรมะ ได้แก่ การถ่ายทอดธรรมะผ่านดาวเทียม เผยแพร่ผ่านสถานี DMC อินเทอร์เน็ต สถานี GBN การใช้โปรแกรม Zoom (ซูม) หรือแพลทฟอร์มต่าง ๆในการรวมสาธุชนทั่วโลกมาฟังธรรมและร่วมพิธีกรรมงานบุญต่าง ๆ พร้อมกันทั่วโลก นอกจากนี้ท่านยังส่งเสริมงานด้านพุทธศิลป์ใช้แอนิเมชัน และ AI (Artificial Intelligence : ปัญญาประดิษฐ์)ในการสร้างสรรค์งานเผยแผ่ธรรมะ (อุบาสิกา รุ่น ๙-๒๑)
หลวงพ่อเคยตั้งเป้าหมายในยุคบุกเบิกสร้างวัด (ซึ่งยุคนั้นคนยังมาวัดไม่มาก) ไว้ว่า“เราจะสร้างสถานที่เพื่อรองรับคนหนึ่งล้านคนมานั่งสมาธิรวมกัน” ทำให้มีการวางแผนการจัดการจราจร โรงครัว และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ล่วงหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้วัดสามารถขยายพื้นที่จาก ๑๙๖ ไร่ เป็น 5,000 ไร่ และก่อสร้างศาสนสถานขนาดใหญ่ เช่น มหาธรรมกายเจดีย์, มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร), และสภาธรรมกายสากล เมื่อถึงวันงานบุญใหญ่ที่มีคนจำนวนเรือนแสนมาใช้สถานที่ ทำให้การจัดพิธีกรรม การต้อนรับ และการอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เป็นไปด้วยความราบรื่นเรียบร้อย (อุบาสิการุ่น ๙-๒๑)
ท่านมีเป้าหมายที่จะ “เผยแผ่วิชชาธรรมกายไปทั่วโลก” และต้องการสร้างองค์พระที่มีลักษณะกายมหาบุรุษสมบูรณ์หนึ่งล้านองค์ไปสู่ทุกครัวเรือน จึงนำไปสู่การจัดตั้งศูนย์สาขาและวัดสาขาทั้งในและต่างประเทศรวม ๒๓๑ แห่ง รวมถึงโครงการอุปสมบทหมู่ธรรมทายาท

อุบาสิกาส่งเพื่อนสมาชิกปฏิิบัติหน้าที่ในต่างแดน
โครงการบรรพชาสามเณร และโครงการบวชอุบาสิกาแก้วจํานวนมากเป็นการสร้างศาสนทายาทให้เพิ่มขึ้นเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา โครงการเหล่านี้ดำเนินต่อเนื่องมาหลายสิบปี(อุบาสิการุ่น ๙-๒๑)
หลวงพ่อผู้ปิดนรก เปิดสวรรค์ ผู้บอกทางให้เราก้าวเดินอย่างปลอดภัยในวัฏสงสาร และบอกเส้นทางสว่างเพื่อARPORT TAXI SERVICE อุบาสิกาส่งเพื่อนสมาชิกปฏิบัติหน้าที่ในต่างแดนการบรรลุธรรม การที่มนุษย์คนหนึ่งจะเกิดมาบนโลกใบนี้ แล้วรู้เป้าหมายชีวิตนั้นไม่ง่ายเลย แต่พวกเราก็ได้รู้เป้าหมายชีวิตที่แท้จริง พระคุณนี้พวกเราทดแทนท่านไม่หมดการอุทิศตนเข้ามาทำงานพระพุทธศาสนา และขยายวิชชาธรรมกายช่วยกันเป็นการตอบแทนพระคุณท่านที่ดีที่สุด การเกิดในชาตินี้ของเราไม่เสียประโยชน์ ได้สร้างประโยชน์แก่ตัวเอง และส่งมอบสิ่งดี ๆ ให้กับชาวโลกเพราะพวกเราพบครูดี ฟังค่าครู ตรองคำครู แล้วก็ทำตามครู (อุบาสิการุ่น ๙-๒๑)
ลูก ๆ อุบาสิกาขอน้อมกราบบูชาหลวงพ่อธัมมชโยท่านเป็นทั้งครู อาจารย์ ผู้นำด้านจิตใจและผู้นำด้านการบริหารงาน ท่านมุ่งมั่นเผยแผ่พระพุทธศาสนา และวิชชาธรรมกายไปทั่วโลกรวมถึงการปลูกฝังคุณธรรมและการสร้างบุคลากรที่เข้มแข็งไว้เป็นกำลังของพระพุทธศาสนาโครงการต่าง ๆ ที่ท่านดำริเป็นไปเพื่อการสร้างภิกษุสงฆ์ไว้เป็นหน่อเนื้อพระศาสน์ สร้างวัดเพื่อรองรับผู้คนจำนวนล้านไว้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวโลก หลวงพ่อเป็นผู้นำที่ไม่ละเลยการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเผยแพร่ธรรมะอย่างมีวิสัยทัศน์ นอกจากนี้ท่านยังมีความกตัญญูกตเวทีต่อมหาปูฌยาจารย์อย่างสูงสุด เป็นแบบอย่างที่ดีงามแก่ลูกศิษย์ แม้หลวงพ่อจะสร้างศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ ทว่าตัวท่านเองนั้นกลับใช้ชีวิตที่สมถะเรียบง่าย



หลวงพ่อทัตตชีโวเปรียบดั่ง
ประทีปแห่งปัญญา

หลวงพ่อทัตตชีโวเปรียบดั่งประทีปแห่งปัญญา และนักสร้างบารมีผู้เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ผู้มีคุณธรรมอันโดดเด่นหลากหลายประการ เป็นแบบอย่างแก่หมู่คณะและสาธุชนตลอดมา
บทสัมภาษณ์ของอุบาสิกาได้กล่าวถึงคุณธรรมของหลวงพ่อทัตตชีโวไว้ว่า
ผู้บุกเบิก : หลวงพ่อทัตตชีโวเป็นผู้บุกเบิกและพัฒนาวัดให้เติบโตอย่างยั่งยืน สร้างวัดเคียงบ่าเคียงไหล่มากับหลวงพ่อธัมมชโย ตั้งแต่ยุคแรกเริ่มของการสร้างศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรมท่านได้สร้างบุคลากรเพื่อสนองนโยบายการขยายพื้นที่วัดจาก ๑๙๖ ไร่เป็น ๒,000 ไร่ (อุบาสิการุ่น ๑)

หลวงพ่อทัตตชีโว พาคณะพระภิกษุสงฆ์ เยี่ยมชมการจัดระบบความเป็นอยู่ สถานที่
ณ อาศรมอุบาสิกา (บ้านหลังคามุงจาก)
ผู้นำ : ท่านเป็นผู้ที่ตรวจตราวัดและลงรายละเอียดในการทำงานอย่างสม่ำเสมอ ท่านจะพาพระอาจารย์และพี่เลี้ยงในโครงการต่าง ๆ ตรวจวัด พาดูตั้งแต่การออกแบบโบสถ์ การปลูกต้นไม้สองข้างทางเพื่อให้มีจุดรวมสายตาทำให้โบสถ์สง่า สวยงามและศักดิ์สิทธิ์ การสร้างโบสถ์ที่เรียบง่ายเพื่อง่ายต่อการดูแลรักษา การดูแลอุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ให้ประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุดท่านสอนว่า “พวกเราจะทำอะไรให้จำไว้ เงาต้องทับงาน ไม่ว่าจะมีงานอะไรก็ตาม หลวงพ่อจะลงไปตรวจงานบ่อยครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดหรือหากเหลือวิสัยก็ให้ผิดพลาดน้อยที่สุด”การเติบโตของวัดพระธรรมกายจึงเกิดจากความทุ่มเทของหลวงพ่อธัมมชโย หลวงพ่อทัตตชีโว และคุณยายอาจารย์ฯ เพราะท่านลงรายละเอียดในงานหยาบ ท่านเน้นความเป็นระเบียบ ความสะอาดและการปฏิสันถารโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านให้ความสำคัญกับงานปฏิบัติธรรมที่จะทำให้ทุกคนเข้าถึงธรรม(อุบาสิการุ่น ๑, ๒)
ผู้นำในสถานการณ์วิกฤต : เมื่อเกิดวิกฤตในวัดไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติหรือความไม่เข้าใจจากภายนอก ด้วยประสบการณ์ของหลวงพ่อทัตตชีโว ท่านจะเป็นแม่ทัพลงมาบัญชาการแทนหลวงพ่อธัมมชโย ท่านมีความละเอียดรอบคอบและระมัดระวัง ไม่ประมาทต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท่านใช้เหตุการณ์เหล่านี้เป็นโจทย์ในการฝึกลูก ๆ ในองค์กร ให้เป็นคนละเอียด รอบคอบช่างสังเกต เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต (อุบาสิการุ่น ๑,๒)

อุบาสิกาน้อมถวายมุทิตาสักการะอายุวัฒนมงคล หลวงพ่อทัตตชีโว ๘๔ ปี
วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๘ ณ เทวสภา
ผู้เป็นครู : หลวงพ่อเป็นครูผู้สอนธรรมะที่เป็นเลิศและเข้าถึงใจ ท่านเทศน์สอนได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล ท่านนำคำสอนของหลวงพ่อธัมมชโยและคุณยายอาจารย์ฯ มาใช้ ธรรมะที่ท่านค้นคว้าจากพระไตรปิฎก มาผสานกับประสบการณ์ชีวิตของท่าน แล้วนำมาถ่ายทอดโดยคำนึงถึงผู้เรียน เน้นบทฝึกการสร้างนิสัยอย่างมีหลักธรรมและหลักการ สิ่งเหล่านี้ท่านนำมาพัฒนาเป็นหลักสูตรการอบรมพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา อุบาสิกาแก้ว ครู ข้าราชการ พนักงานห้างร้านต่าง ๆ และสาธุชนทั่วไป (อุบาสิการุ่น ๙-๒๑)
ท่านเป็นครูอาจารย์ของพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ของวัดพระธรรมกาย และเป็นผู้นำมโนปณิธานการสร้างบารมีไปสู่ที่สุดแห่งธรรมมาถอดเป็นบทฝึกในชีวิตประจำวันแก่เจ้าหน้าที่ในองค์กรได้ทุกระดับ ทุกยุคทุกสมัย (อุบาสิการุ่น ๓-๘)
นักพัฒนาบทฝึก : “หลัก UG5 (Universal Goodness: 5)” บทฝึกการสร้างนิสัยมุ่งฝึกคนให้มีระเบียบวินัย รักความสะอาด มีความสุภาพ เป็นคนตรงต่อเวลา และมีสมาธิ ท่านยังเน้นเรื่องความมีวินัย เคารพ และอดทน ซึ่งเป็นคุณธรรมพื้นฐานในการสร้างคนดี หลักสูตรดังกล่าวนี้ได้นำมาอบรมกับผู้คนทุกระดับ ทุกเพศ ทุกวัย ทั้งในและต่างประเทศ (อุบาสิการุ่น ๓-๘)
ผู้แทนองค์ประธาน : หลวงพ่อทัตตชีโวเป็นประธานในการให้โอวาทแก่สมาชิกองค์กรทุกสัปดาห์ หลังสวดมนต์นั่งสมาธิอย่างสม่ำเสมอตลอดการสร้างวัดตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน แม้จะสูงวัยแต่ก็ยังแข็งแรง แจ่มใส และถ่ายทอดบทฝึกแก้นิสัยได้อย่างดีเยี่ยม ท่านกล่าวว่า “กว่าหลวงพ่อจะตกผลึกการสอนบทฝึกสร้างนิสัย เพื่อสร้างบารมีตามแบบอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ หลวงพ่อใช้เวลาค้นคว้ามากว่า ๕๐ ปี ให้รีบมาเอาความรู้กับหลวงพ่อกัน” นอกจากนี้ ท่านเมตตาเคี่ยวเข็ญให้สมาชิกองค์กรอ่านพระไตรปิฎก โดยท่านกล่าวว่าในการสร้างบารมี ให้อิงหลักธรรมเหมือนหลังอิงต้นโพธิ์ ปัจจุบันนี้ท่านกล่าวว่า “การบริหารเป็นเรื่องของคนรุ่นหลัง การค้นคว้า การทบทวนและการพัฒนาความรู้ จึงเป็นหน้าที่ของท่านที่จะนำมาสอนลูก ๆ ในองค์กร” (อุบาสิการุ่น ๑)
ผู้กวดขัน เอาใจใส่ ความเป็นอยู่
และการฝึกตัวของอุบาสิกา
“ตั้งแต่เริ่มมีอาศรมอุบาสิกาในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ สถานที่แรกอยู่ที่สวนมะม่วง ซึ่งคืออาคาร๑๐๐ ปี ด้านติดกำแพงวัดในปัจจุบัน อุบาสิกายุคแรกนอนกลด บนแคร่ไม้ จนมีบ้านหลังแรก เราต้องนอนกันเป็นแถว เท้าชนกัน หลวงพ่อทัตตชีโวท่านจะมาตรวจดูความเป็นอยู่ และอบรมพวกเราเป็นระยะ ๆ พวกเราซึ่งไม่รู้ธรรมะมาก่อน จึงค่อย ๆ เรียนรู้ การทำทาน การรักษาศีล ๘การทำสมาธิ การทำหน้าที่กัลยาณมิตร หลวงพ่อยังสอนเรื่องความมีวินัย ความเคารพ และความอดทน การดูแลปัจจัยสี่ให้สะอาดเป็นระเบียบ การรักษาสุขภาพ การตื่นนอน การดื่มน้ำการบริหารขันธ์ ทำให้เราดูแลสุขภาพเป็นจนถึงทุกวันนี้” (อุบาสิการุ่น ๒)
เมื่อพวกเราย้ายมาอยู่ที่อาศรมอุบาสิกาเฟส ๑ (บ้านพักหลังคามุงจาก) หลวงพ่อจะตรวจตราที่พัก ทิศทางลม หน้าต่างควรเปิดกว้างแค่ไหน บันไดควรกว้างแค่ไหน เวลาเกิดการเจ็บป่วยจะได้ช่วยกันพยุงลงมาได้ การจัดวางล็อคเกอร์ การจัดราวตากผ้า การเลือกผ้าเช็ดตัว การวางอุปกรณ์อาบน้ำในตะกร้า หลวงพ่อแนะนำว่า “ไปคิดดูว่าทำอย่างไรให้ผ้าเช็ดตัวสีเหมือนกันเลือกขนาดที่เหมาะสม และทำอย่างไรให้การเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ ดูแล้วสบายตา” ตอนนั้นพวกเราจึงเลือกผ้าเช็ดตัวสีฟ้า และเลือกผ้าเช็ดตัวขนาดกลางเพราะไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไปพอดีในการตากรวมทั้งเรานำอุปกรณ์อาบน้ำใส่ถังสีเหลืองขนาดเล็ก และเรียงตามรหัสเรียงตามบ้าน เรียงตามอายุ

และมีชื่อเจ้าของติดที่ถัง ความเรียบร้อยและความเป็นระเบียบทั้งสี ทั้งภาชนะ การเรียง การตากช่วยทำให้คนจำนวนมากเมื่ออยู่รวมกันแล้วเข้าสู่ระเบียบวินัยได้โดยง่าย ซึ่งหลวงพ่อทัตตชีโวท่านไม่ปล่อยผ่านเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ท่านให้หลักการทางพระพุทธศาสนาในการอยู่ร่วมกัน คือเสขิยวัตร การดูแลปัจจัยสี่ และอื่น ๆ ด้วยความที่หลวงพ่อใกล้ชิดคุณยายอาจารย์ฯ ท่านจึงเห็นแบบอย่างที่ชัดเจน เมื่อท่านเห็นต้นแบบ และค้นคว้าพระไตรปิฎก บวกกับประสบการณ์ของท่านท่านจึงตกผลึก แจกแจงแยกย่อยมาสอนพวกเรา สิ่งเหล่านี้จึงเป็นวัฒนธรรมองค์กรในการอยู่ร่วมกัน และยังคงดำรงมาถึงปัจจุบัน” (อุบาสิการุ่น ๑-๒)
หลวงพ่อทัตตชีโวเป็นหนึ่งในสามเสาหลักสำคัญ ในการก่อร่างสร้างวัดทั้งทางกายภาพและบุคลากร ท่านเป็นทั้ง ผู้บุกเบิก ผู้นำ เป็นครู นักพัฒนาบทฝึก ผู้แทนองค์ประธาน และเป็นพ่อผู้สร้างศาสนทายาทและบุคลากรด้วยความเอาใจใส่ละเอียดรอบคอบ มีวิสัยทัศน์กว้างไกลเปี่ยมด้วยเมตตาธรรม ทำให้วัดและงานเผยแผ่ธรรมะเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน



คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง
ผู้ให้กำาเนิดวัดพระธรรมกาย
ต้นแบบความเป็นอุบาสิกา

คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เป็นศิษย์เอกที่ได้รับการยกย่องจากพระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ว่า “ลูกจันทร์นี้เป็นหนึ่งไม่มีสอง” คำว่า“หนึ่งไม่มีสอง” หลวงปู่สดท่านพูดครั้งเดียวในชีวิตของท่านเท่านั้น และไม่พูดกับใครอีกเลย เป็นถ้อยคำอมตะที่สำคัญยิ่ง มอบให้แก่ผู้มีความดี สมบูรณ์พร้อมทั้งหมดอย่างคุณยายอาจารย์ฯ ผู้มุ่งมั่นสืบทอดมโนปณิธานพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ด้วยการรวบรวมหมู่คณะพลิกผืนนาฟ้าโล่ง


สร้างวัดพระธรรมกาย จากพื้นที่เริ่มต้น ๑๙๖ ไร่ จนกลายมาเป็น “ศูนย์กลางธรรมกายแห่งโลก”ด้วยเหตุนี้อาคารอุบาสิกาหลังปัจจุบัน หลวงพ่อธัมมชโย จึงสถาปนาชื่อว่า “อาคารคุณยายอาจารย์ฯ หนึ่งไม่มีสอง"
คุณยายอาจารย์ฯ ต้นแบบความเป็นอุบาสิกา เป็นบุคคลสำคัญสำหรับ “ชีวิตการเป็นอุบาสิกา”ลูกหลานอุบาสิกาขอน้อมกราบบูชาธรรมอย่างสูงสุดด้วยความเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้ครั้นเมื่อหลวงพ่อทั้งสองจะอนุญาตให้มีอุบาสิกาช่วยงานภายในวัด (แต่เดิมวัดพระธรรมกายไม่มีอุบาสิกาพักค้าง นอกจากคุณยายอาจารย์ฯเพียงท่านเดียว) คุณยายท่านยอมหลวงพ่อธัมมชโย เพราะท่านเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา จึงเป็นโอกาสให้พวกเราอุบาสิกามีโอกาสมาสร้างบารมีกันในวัดหากหลวงพ่อและคุณยายไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้ามาใช้ชีวิตเยี่ยงนักบวชอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน พวกเราจะไม่มีวันรู้จักคุณค่าของการเกิดมาเป็นนักบวชในฐานะอุบาสิกาเลย(อุบาสิการุ่น ๑-๒)
อุบาสิกาเขตในมีคุณธรรมของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ๑๒ ข้อประจำใจและเป็นหลักปฏิบัติในชีวิตการสร้างบารมี ดังนี้
๑) บริสุทธิ์กาย วาจา ใจ ๒) ชื่อสัตย์ซื่อตรง
๓) ขยันเอาบุญทุกอย่าง ๔) ประหยัดรู้จักคุณค่าของ
๕) อดทนและเงียบ ๖) ไม่อยากเด่นอยากดัง
๗) อ่อนน้อมมีความเคารพ ๘) เจียมตัวรู้จักประมาณ
๙) มักน้อยสันโดษ ยินดีปัจจัยตามมีตามได้ ๑๐) รักความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย
๑๑) รักกฎระเบียบวินัยของหมู่คณะ ๑๒) รักการประพฤติพรหมจรรย์
คุณยายอาจารย์ฯ แม้เป็นผู้ที่ไม่ได้เรียนหนังสือ อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ แต่ท่านเป็นครูบาอาจารย์ของหลวงพ่อธัมมชโย และคณะสงฆ์ เป็นผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย ท่านเป็นสตรีธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ท่านสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นอยากคิด พูด ทำ และเป็นให้ได้อย่างท่าน (อุบาสิการุ่น ๙-๒๑)
เมื่ออุบาสิการุ่นแรก ๆ พบคุณยายครั้งแรก “รู้สึกเหมือนท่านเป็นแม่ชีที่เป็นผู้ใหญ่มากท่านอบอุ่นใจดี เมื่อเข้าใกล้แล้วสัมผัสได้ถึงความเย็นใจ เมื่อท่านให้พร เราจะสัมผัสถึงกระแสความเย็นที่ท่านเมตตาช่วยเหลือในเรื่องต่าง ๆ จนได้รับผลสำเร็จทุกครั้งไป” แม้ท่านไม่รู้หนังสือแต่บุคลิกของท่านแสดงให้เห็นว่า ท่านเป็นนักปฏิบัติธรรมที่มีธรรมะอยู่ภายในมีความผ่องใสสงบ เย็น เป็นปกติ (อุบาสิการุ่น ๒)
คุณยายอาจารย์ฯ ทุ่มเทสร้างวัด ทำงานทั้งหยาบและละเอียดมาโดยตลอดแม้จะอายุมากแล้วก็ตาม กิจวัตรประจำวันของท่านจะตรงเวลาทุกวัน ภาคเช้า นั่งสมาธิถึงเพล ภาคบ่าย นั่งรถสามล้อปั่นตรวจวัด พร้อมจอบเสียมติดตัวไปด้วยเสมอ เห็นหญ้าขึ้นตรงไหนก็จะลงไปขุดออกบางครั้งก็ปลูกต้นไม้ด้วยมือท่านเอง คุณยายเป็นแบบอย่างทั้งงานหยาบและงานละเอียด(การปฏิบัติธรรม) กิจวัตร กิจกรรม และความเป็นอยู่ของท่าน ทำให้พวกเราเห็นต้นแบบได้ฝึกสติความสะอาด ความเป็นระเบียบ และความสุภาพ ตามแบบคุณยาย (อุบาสิการุ่น ๓-๘)
คุณยายอาจารย์ฯ เป็นต้นบุญต้นแบบในทุก ๆ ด้าน ท่านสอนว่า “ยายเหนื่อย ยายก็พัก แต่ไม่ใช่หยุด ยายอยากได้บุญ บุญนะใครทำใครก็ได้ ใครไม่ทำก็ไม่ได้ ทำบาทได้บาท ทำสลึงได้สลึง ไม่ทำก็ไม่ได้ เกิดชาติต่อไป เดี๋ยวเราไปเกิดเป็นคนจน เรื่องบุญ ยายไม่ยอมแพ้ใครหรอกเหนื่อยไม่เป็นไร ให้ได้ทำบุญ ยายทำบุญเท่าไหร่ก็ไม่พอ ต้องทำบุญทำทานกันนะ ตายแล้วเราเอาอะไรไปไม่ได้ นอกจากบุญกับบาป ทำบาปก็แบกบาปเอาไว้ ทำบุญก็แบกบุญเอาไว้ คนเราตายแล้วไม่สูญ จะสูญแต่กายหยาบ ยายทำบุญ เท่าไหร่ก็ไม่พอ” “เกิดเป็นคน มิใช่ของเกิดง่าย ชีวิตสั้นนัก เดี่ยววันเดี่ยวคืน ต้องสร้างบารมีกันไว้ เราเกิดมาสร้างบารมี” (อุบาสิการุ่น ๑)


คุณยายอาจารย์ฯ ท่านย้ำเตือนให้เราคิดเสมอว่า “รีบโกย (บุญ) ก่อนตลาดจะวาย สายบัวจะเน่า” ท่านปลูกฝังเรื่องบุญไว้ว่า “อย่าให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ใจจะต้องอยู่ในบุญ อยู่ในธรรมะ การทำงานต้องมีความละเอียด ความสะอาด และความเป็นระเบียบในทุก ๆ งานของวัด”คุณยายเคยพูดกับอุบาสิการุ่นแรก ๆ ว่า “คุณ ๆ คุณอย่าทิ้งวัดนะ อย่าหนียายไป ช่วยยายดูแลวัดนะ” (อุบาสิการุ่น ๑-๒๑)
คุณยายอาจารย์ฯ ท่านรักความสะอาด ความเป็นระเบียบ ท่านทำความสะอาดและจัดระเบียบสิ่งของในแบบที่ท่านเป็น และทำด้วยตัวท่านเอง และท่านสอนให้รู้จักดูแลสมบัติพระศาสนา จัดเก็บอุปกรณ์ให้เป็นระเบียบ ใช้จ่ายและใช้สอยข้าวของอย่างประหยัด คุณยายจึงลงมือทำให้ดู เช่นการทําความสะอาดห้องน้ำต้องสะอาดและต้องแห้งอยู่เสมอ เป็นต้น (อุบาสิการุ่น ๓-๘)
“ยายเริ่มจากความสะอาด ถึงได้สร้างวัดได้ใหญ่โตขนาดนี้” ความสะอาดและเป็นระเบียบนี้เป็นสิ่งที่ผู้คนมาวัดประทับใจตั้งแต่แรกเห็น บรรยากาศที่สงบ สะอาด ร่มรื่น สบาย และศักดิ์สิทธิ์

คุณยายอาจารย์ เป็นประธานกฐินครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๐
น้อมนำใจให้สงบและเข้าสู่สมาธิได้ง่าย ทำให้สาธุชนศรัทธาวัด ความสะอาด ความเป็นระเบียบและความประหยัด กลายเป็นวัฒนธรรมของวัดพระธรรมกายที่เติบโตมาได้จนถึงปัจจุบัน (อุบาสิการุ่น ๙-๒๑)
คุณยายอาจารย์ฯ ท่านรักษาใจไว้ที่ตรงกลางเป็นปกติ ท่านจะไม่ทำอะไรที่จะทำให้ใจของท่านเคลื่อนออกจากศูนย์กลางกาย (อุบาสิการุ่น ๒)
พี่อุบาสิกาท่านหนึ่งเล่าว่า “มีอยู่ครั้งหนึ่งขณะกำลังรับบุญภายในวัด ตอนเวลา ๘.๐๐ น. มีชาวนาที่อยู่ใกล้วัดเข้ามาหาท่าน ๒ คน พอคุณยายเห็นก็ถามว่า “คุณมีอะไรมาแต่เช้า เขาบอกว่า
เขาทุกข์มาก แล้วก็เล่าปัญหาให้คุณยายฟัง (ซึ่งตอนนั้นเราไม่ได้รับทราบ) แต่ได้ยินคุณยายท่านพูดว่า “เดี๋ยวยายจะช่วยนะ” คุณยายท่านเมตตากับคนทุกระดับ และเข้าใจปัญหาความทุกข์ ความหนักใจของผู้คนเป็นอย่างดี และท่านเมตตาช่วยทันที (อุบาสิการุ่น ๒)
คุณยายอาจารย์ฯ ท่านเป็นคนเด็ดขาด เป็นคนจริง มีสัจจะ มีญาณทัสนะแม่นยำมีอยู่ครั้งหนึ่งอาสากัลยาณมิตรรุ่น ๑ ป่วย ตัวเราก็เห็นว่าไม่ได้ป่วยมาก เป็นแผลเล็กน้อย แต่พอคุณยายทราบ คุณยายบอกว่า “ลูกเขาเป็นอย่างนี้ แม่เขารู้หรือยัง” และพวกเราก็กราบเรียนคุณยายว่ากำลังจะไปบอกทางบ้านค่ะ คุณยายบอกว่า “เขาไม่รอดหรอก เพราะว่าทำปาณาติบาตมามาก” ส่วนตัวเองตอนนั้นคิดในใจว่า พวกเราไปเยี่ยมเพื่อนก็ยังดูสดชื่น ดีขึ้นมาก ในใจคิดว่าไม่น่าจะเป็นอย่างที่คุณยายพูด แล้วเพื่อนคนนั้นก็ไม่รอดตามที่คุณยายบอกจริง ๆ (อุบาสิการุ่น ๒)
หลวงพ่อธัมมชโย ท่านให้คุณยายอาจารย์ฯ เป็นประธานในทุก ๆ งานบุญ ทำให้งานบุญต่าง ๆสำเร็จได้ง่าย เป็นอัศจรรย์ เพราะญาติโยมศรัทธาคุณยายอาจารย์ฯ สัมผัสถึงญาณทัสนะของคุณยายที่มีอย่างแม่นยำ และคุณยายเมตตาต่อลูกศิษย์ทั้งในเรื่องหยาบและละเอียด คุณยายกล่าวว่า “หากพวกเราตั้งมั่นอยู่ในทาน ศีล ภาวนา ก็จะเป็นบุญปิดประตูอบายภูมิเราได้” ท่านทำให้ลูกศิษย์มั่นใจในเส้นทางสร้างบารมี (อุบาสิการุ่น ๓-๘)
คุณยายอาจารย์ฯ จะย้ำเสมอว่า “พวกเราต้องฟังหลวงพ่อธัมมชโย ทำอะไรต้องมีกฎมีระเบียบ มีวินัย และต้องช่วยกันประหยัดข้าวของต่าง ๆ ของวัด” คำสอนของคุณยายเรียบง่ายสามารถปฏิบัติได้จริงในการทำงานทุกครั้ง แม้กายหยาบของท่านจะละสังขารไปแล้ว แต่เมื่อใดก็ตามที่เจออุปสรรค เมื่อเปิดหนังสือที่บันทึกประวัติคุณยายและคำสอนของคุณยาย ก็จะได้พบถ้อยคำที่เป็นคำตอบให้ตนเองรู้สึกว่า คุณยายท่านอยู่กับเราเสมอ คุณยายมักจะบอกว่า “ยายมาสร้างบารมี ยายเอาแต่บุญ ยายเอาแต่ธรรมะ เรามาวัดอย่าอยากเด่น อยากดัง เราต้องเจียมตัว ต้องประหยัด ต้องมักน้อยสันโดษ ให้พอใจปัจจัยตามมีตามได้” ซึ่งเป็นมรดกที่คุณยายทิ้งไว้ให้ คุณยายเมตตาให้รับเจ้าหน้าที่ฝ่ายหญิงพักค้างภายในวัด หลังจากที่หลวงพ่อทั้งสองอนุญาตและรับประกันการทำงานในวัดของอุบาสิกา คุณยายท่านโอนอ่อนผ่อนตามหลวงพ่อ แต่ท่านจะช่วยปรามช่วยสั่งสอนให้ทุกคนอยู่ในร่องในรอย เพื่อให้งานพระพุทธศาสนาดำเนินไปได้ ท่านรักและเคารพหลวงพ่อธัมมชโยมาก ท่านเป็นห่วงหลวงพ่อทั้งเรื่องสุขภาพและทุกเรื่อง ในยามที่วัดเผชิญปัญหาหนัก ๆ คุณยายจะนั่งสมาธิเข้าที่ แก้ไขให้ทุกอย่างสำเร็จ วัดพระธรรมกายจึงได้ผ่านอุปสรรคต่าง ๆ มาโดยตลอด (อุบาสิการุ่น ๑)

อุบาสิการุ่นพี่ท่านหนึ่งเล่าว่า “ยังจำได้และประทับใจมาจนถึงทุกวันนี้ งานบุญที่ปลื้มมากที่สุดในชีวิต คืองานกฐินที่คุณยายอาจารย์ฯ เป็นประธานครั้งแรก ในวันที่ 5 พฤศจิกายนปี พ.ศ. ๒๕๓๑ และงานสลายร่างคุณยายในวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ซึ่งเป็นงานใหญ่ที่ได้บุญเต็มที่และโชคดีที่ได้เกิดมาในร่มเงาบารมีของท่าน ถือว่าเป็นกำไรชีวิต
คุณธรรมของครูบาอาจารย์ของเหล่าอุบาสิกา ประดุจเสาหลักที่ค้ำจุนและนำพาพวกเราให้ก้าวเดินบนเส้นทางแห่งความดีงาม สู่เป้าหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนา และสร้างบารมีเพื่อปักหลักให้พระพุทธศาสนาแข็งแรงเป็นที่พึ่งของชาวโลกสืบไป” (อุบาสิการุ่น ๑)

เสาหลักอันแข็งแกร่งของบ้านหลังใหญ่ คือ วัดพระธรรมกาย
หลวงพ่อธัมมชโย
คือเสาหลักแห่งการเข้าถึงธรรม
การเผยแผ่ และวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล
ท่านมองเห็นอนาคตและนำพาทุกคนมุ่งไปสู่ที่สุดแห่งธรรมอย่างไม่รั้งรอ
หลวงพ่อทัตตชีโว คือเสาหลักแห่งเหตุผลและการปฏิบัติ
วางรากฐานบทฝึกนิสัย การแก้ไขตนเอง และความไม่ประมาทในชีวิต
คุณยายอาจารย์ฯ คือเสาหลักแห่งความจริงแท้
ความเพียรและความเมตตา
ผู้เป็นต้นแบบของการสร้างบุญบารมี อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ด้วยเสาหลักทั้งสามนี้
วัดพระธรรมกายจึงยืนหยัด และเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง
เพื่อเป็นที่พึ่งพาทางใจสร้างประโยชน์สุขแก่สังคมและ
พระพุทธศาสนาตราบนานเท่านาน

