กำเนิดอาศรมอุบาสิกา

หลวงพ่อเมตตาอนุญาตให้มีอาศรมอุบาสิกาเป็นที่พักของลูกอุบาสิกาที่มาสร้างบารมีในวัด
อุบาสิกาหรือนักสร้างบารมีเขตใน ผู้ตั้งใจช่วยงานวัดพระธรรมกายอย่างเต็มเวลา ได้เข้ามา(ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๒) ๓ เส้นทาง คือ ๑) เจ้าหน้าที่สำนักงานกัลยาณมิตร กรุงเทพฯ (ยุค พ.ศ.๒๕๒๗-๒๕๒๘) พักค้างภายนอกวัด ๒) เจ้าหน้าที่ธรรมทายาทหญิง รุ่น ๑ (พักที่บ้านร่มธรรม)๓) เจ้าหน้าที่อาสากัลยาณมิตร พักในเต็นท์หลังใหญ่ข้างสภาฯ หลังคาจาก
ปี พ.ศ. ๒๕๓๑ หลวงพ่อทัตตชีโว แนะนำให้อุบาสิกาที่พักค้างในพื้นที่ต่าง ๆ ภายในวัดเข้ามาอยู่รวมกันที่เต็นท์พักของเจ้าหน้าที่อาสากัลยาณมิตร ขณะนั้นมีพี่อุบาสิการุ่นแรก (พี่นัส) เป็นผู้รับนโยบายจากหลวงพ่อทัตตชีโว ท่านเมตตาให้การอบรมอุบาสิกาทั้งหมดจำนวน ๑๓๙ คน ปลายเดือนพฤศจิกายน – ต้นเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ เป็นเวลา ๗ วัน ณ สภาธรรมกายสากลหลังคาจาก หลักสูตรการอบรมคือ เคารพ วินัย อดทน และธรรมะในการอยู่ร่วมกันไม่ให้กระทบกระทั่งอุบาสิกาที่เข้ารับการอบรมแล้วจึงจะย้ายเข้ามาพักรวมกันที่บ้านพักอาสากัลยาณมิตร ซึ่งในช่วงนั้นยังต้องนอนในกลดบนพื้นดินลูกรัง จนกระทั่งมากางกลดบนแคร่ไม้ไผ่ เป็นเวลาเกือบ ๑ ปี

หลวงพ่อธัมมชโย และหลวงพ่อทัตตชีโว พร้อมด้วยคณะสงฆ์มาตรวจอาศรมอุบาสิกา (บ้านไม้ ๒ หลัง)
และเมตตาให้คำแนะนำการปรับสถานที่




คุณอาประมวล บุนนาค เจ้าภาพสร้างบ้านพักหลังแรกให้แก่อุบาสิกา
จนกระทั่ง ปี พ.ศ. ๒๕๓๒ พี่นัส (อุบาสิกาวิชญา ไตรวิเชียร) ได้กราบเรียนขอความเมตตาคุณอาประวาท บุนนาค เป็นเจ้าภาพสร้างบ้านพักอุบาสิกาหลังแรกเพื่อให้น้อง ๆ อุบาสิกาได้มีที่กันแดดกันฝน พักผ่อนยามค่ำคืนอย่างปลอดภัย เมื่อหลวงพ่อธัมมชโยทราบ ท่านจึงเมตตาตั้งชื่อที่พักนี้ว่า “อาศรมอุบาสิกา” สร้างเสร็จในเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๒ นับตั้งแต่ปีนั้น อุบาสิกาจึงทยอยกันเข้ามาสร้างบารมีในวัดโดยผ่านการเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานกัลยาณมิตร อบรมธรรมทายาทหญิงและอบรมอาสากัลยาณมิตร







หลวงพ่อธัมมชโย หลวงพ่อทัตตชีโว
และคณะพระเถระสำรวจพื้นที่ในวัด เพื่อสร้างที่พักอุบาสิกา

หลวงพ่อธัมมชโยตรวจบ้านจากที่เพิ่งสร้างเสร็จ



อุบาสิการุ่นแรกเตรียมสถานที่ พื้นที่และอุปกรณ์ต่างๆ ก่อนเข้าพักอาศรมอุบาสิกา
ปี พ.ศ. ๒๕๓๓ หลวงพ่อธัมมชโยและหลวงพ่อทัตตชีโวได้สำรวจพื้นที่ในวัดเพื่อจะสร้างอาศรมอุบาสิกา (เฟส ๒) รองรับอุบาสิกาที่จะทยอยเข้ามาอีกเกือบ ๒๐๐ คน บนพื้นที่กว่า ๑๐ ไร่เป็นบ้านหลังคามุงจากซึ่งเป็นที่พักชั่วคราวสร้างไว้ใช้ประมาณ ๕ ปี สร้างเสร็จ
ในวันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ รวมบ้านทั้งหมด ๑๐ หลัง

อาศรมอุบาสิกา (บ้านหลังคามุงจาก ใช้งานตั้งแต่ วันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ - ตุลาคม ๒๕๕๙ ๒๕ ปี)



อุบาสิการุ่น ๑ นำประชุมการจัดระบบอาวุโส
การจัดระบบความเป็นอยู่มีความสำคัญพอๆ กับการสร้างบ้านพัก ระบบความเป็นอยู่ของอุบาสิกาจะมีหัวหน้าบ้าน และรองหัวหน้าบ้านดูแลสมาชิกภายในบ้าน บ้าน ๑ หลังมีสมาชิกไม่เกิน ๑๖ คน รับบุญ (การแบ่งงานทำความสะอาด) ที่บ้านพัก และสถานที่ส่วนกลาง อุบาสิกา ๑ คน จะได้รับตู้ล็อกเกอร์ ๑ ตู้ และตู้เก็บผ้าห่มหมอนคนละ ๑ ตู้ ทุกท่านจะบริหารเสื้อผ้าและเครื่องใช้ส่วนตัวอย่างพอดี เมื่ออุบาสิกาทยอยเข้ามามากขึ้น บ้านหลังคามุงจากจึงมีทั้งหมด ๓๐ หลังรองรับอุบาสิกาจํานวน ๔๐๐ คน
ในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ เริ่มปรับระบบการทํางานเป็น
“โครงสร้างการบริหารสภาธรรมกายสากล”

อาจารย์ทีมที่ปรึกษาในการจัดทำโครงสร้างสภาธรรมกายสากล ได้แก่
ศ.ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ (ขวา) และ รศ.ดร.นิคม ทาแดง (ซ้าย)
รวมทั้ง รศ.ดร.ปรีชา คัมภีรปกรณ์ และรศ. ดร.กล้า ทองขาว ร่วมคิดตั้งแต่ปี พ.ศ ๒๕๓๓ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๓๓


เจ้าหน้าที่องค์กรดูผังโครงสร้างงานเพื่อเลือกงานตามความถนัด และความสนใจ
ในวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๔ และคณะทำงานได้ประกาศรายชื่อบรรจุเจ้าหน้าที่
ลงในหน่วยงาน วันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๔

การประชุมเชิงปฏิบัติการการสถาปนาระบบองค์กร
วันที่ ๒๒-๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
หลวงพ่อธัมมชโยท่านให้เวลาในการพัฒนางานเผยแผ่ของวัด ท่านมีวิสัยทัศน์ เอาใจใส่ และเปิดกว้างในการฟังความคิดเห็นของลูก ๆ จึงอนุญาตให้มีการปรับรูปแบบการทํางานรองรับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างเป็นทางการ โดยเชิญคณาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษา มีคณะพระภิกษุ อุบาสก อุบาสิการ่วมกันคิดและออกแบบการทํางานไว้ใช้ล่วงหน้า ๕๐ ปี มีประชุมเชิงปฏิบัติการการสถาปนาระบบองค์กรเมื่อวันที่ ๒๒-๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ และประชุมต่อเนื่องอีกหลายครั้ง
เมื่อหลวงพ่อและหมู่คณะได้ลงความเห็นเป็นเอกฉันท์แล้ว หลวงพ่อจึงลงนามในธรรมบัญญัติประกาศตั้งโครงสร้าง “สภาธรรมกายสากล” ในวันเพ็ญเดือน และเริ่มใช้งานอย่างเป็นทางการตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๕๓๔ เป็นต้นมา ปัจจุบันประกอบด้วย ๑๗ สำนักได้แก่
๑. สํานักประธานคณะกรรมการบริหารสภาธรรมกายสากล
๒. สํานักสาธารณูปการ
๓. สํานักต่างประเทศ
๔. สํานักบุคคลกลาง
๕. สถาบันพัฒนาเยาวชนโลก
๖. สํานักองค์ประธาน
๗. สํานักกัลยาณมิตรสากล
๘ สถาบันพุทธศิลป์แห่งโลก
๙. สานักศรัทธาภิบาล
๑๐. สํานักพระปริยัติธรรม
๑๑. สํานักบริการกลาง
๑๒. สํานักพัฒนาทรัพยากร
๑๓. สํานักเผยแผ่
๑๔. สํานักสื่อธรรมะ
๑๕. สํานักสื่อ DMC
๑๖. สํานักการศึกษา
๑๗. สํานักสื่อสารองค์กร

สํานักศรัทธาภิบาล

สํานักองค์ประธาน

สํานักกัลยาณมิตรสากล

อุบาสิกาทุกรุ่นเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานของทุก ๆ สำนัก
นับตั้งแต่เริ่มใช้โครงสร้างสภาธรรมกายสากล ในปีพ.ศ. ๒๕๓๔เป็นต้นมา มีหน่วยงานระดับสำนัก กองศูนย์ แผนกและงานต่าง ๆ เพื่อรองรับงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในและต่างประเทศต่อไป ปัจจุบันพื้นที่ทำงานของสำนักต่างๆ จะอยู่ที่อาคาร ๑๐๐ ปี คุณยายอาจารย์ฯ


สํานักงานมูลนิธิธรรมกาย

ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ หลวงพ่ออนุมัติการสร้างอาคารที่พักถาวร ท่านสถาปนาชื่อว่า “อาคารคุณยายหนึ่งไม่มีสอง” เป็นอาคารตึกสูง ๑๒ ชั้น มีพิธีตอกเสาเข็มต้นแรกเมื่อวันที่ ๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๕ หลังจากนั้นอีก ๔ ปี ในวันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ หลวงพ่อทัตตชีโวเมตตามาเป็นประธานสงฆ์ในการรับถวายอาคารหลังดังกล่าว อาคารสําเร็จลงได้จากความเมตตาของหลวงพ่อคณะสงฆ์และปัจจัยจากท่านเจ้าภาพที่ตั้งใจสร้างให้อุบาสิกาผู้เป็นกำลังของพระพุทธศาสนา
อุบาสิกาชุดแรกทยอยขึ้นพักอาศัย โดยมีการจัดระบบความเป็นอยู่ ระบบการพักค้างระบบการดูแลทำความสะอาด วิธีทำความสะอาดกับพื้นผิวและอุปกรณ์ต่างๆ และระเบียบต่าง ๆแบ่งการดูแลเป็นหัวหน้าชั้น หัวหน้าวิ่ง (ในแต่ละชั้นจะประกอบด้วย ๔ ปีก) และหัวหน้าห้อง เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบ UG5 (ความดีพื้นฐานสากล ๕ ประการ) จากบ้านหลังคามุงจากชั่วคราว สู่อาคารที่พักอาศัยแบบถาวร ซึ่งลูก ๆ อุบาสิกาได้ฝึกตัวกันอย่างยิ่งยวดในการดูแลที่พักอาศัยให้สะอาดแข็งแรงสวยงาม สมดั่งที่คุณยายอาจารย์ฯ สอนไว้ให้รู้จักรักษาสมบัติพระศาสนา


ด้วยความเมตตาของหลวงพ่อ คณะสงฆ์ และท่านเจ้าภาพทั้งหลาย
อาคารคุณยายหนึ่งไม่มีสอง
จึงเป็นที่พักกาย พักใจ ที่ฝึกหัดขัดเกลานิสัย
และเป็นประดุจสถานที่ปฏิบัติธรรม หล่อหลอมรวมใจ
เสริมสร้างพลังใจให้กับลูกหญิงทุกคนของหลวงพ่อ
ผู้มีคุณยายอาจารย์ฯ เป็นต้นบุญต้นแบบ ตามมโนปณิธานที่กล่าวด้วยถ้อยคำง่าย ๆ
ของท่านว่า “ยายเอาแต่บุญ เอาแต่ธรรมะ”
หลวงพ่อธัมมชโยท่านเมตตาให้โอวาทพวกเราเหล่าอุบาสิกาไว้ว่า
“ดวงใจของหลวงพ่อคือพวกเราลูกหญิง”
ที่ท่านเชื่อมั่นว่า...จะไม่ทิ้งหลวงพ่อไปไหน
จึงสร้างอาคารคุณยายหนึ่งไม่มีสองนี้ให้
เพื่อเราจะได้ช่วยกันทำงานพระพุทธศาสนาได้อย่างเต็มที่
พร้อมฝากวัดไว้ ให้ลูกหญิงของท่านช่วยกันดูแล

จากศรัทธา ปณิธานที่มั่นคง โดยอาศรมอุบาสิกา

ในการทำหน้าที่กัลยาณมิตรและความสำเร็จทุก ๆ งานบุญเรามีหลวงพ่อเป็นผู้นำเราเชื่อในตัวท่าน เชื่อมั่นในบุญบารมีของท่าน ในศีลาจารวัตรที่งดงาม ท่านจะบอกเราเสมอว่า “ให้ลูกอยู่กับปัจจุบัน อย่าไปคิดถึงวันข้างหน้า หรืออย่าไปคิดถึงวันที่ผ่านมา” ท่านพูดอย่างนี้ตลอด เพราะฉะนั้น สิ่งที่อาสากัลยาณมิตรทุกคนได้มายืนอยู่ตรงนี้ คือเราเชื่อมั่นและศรัทธาใน ผู้นำ ท่านหล่อหลอมพวกเราให้มีหัวใจที่เด็ดเดี่ยว และทำหน้าที่อย่างทุ่มเท เรารักองค์กร รักหลวงพ่อขนาดนี้ บอกได้คำเดียวว่า “เราเอาชีวิตเป็นเดิมพัน แล้วจะกลัวอะไรกับอุปสรรค ก็ลุยต่อไป” งานหยาบหล่อหลอมให้พวกเราสามารถทำงานละเอียด (การปฏิบัติธรรม) ได้ดี การจะทำงานละเอียด (การปฏิบัติธรรม) ได้ดี งานหยาบต้องละเอียดด้วย
ด้วยเหตุผลนี้วัดพระธรรมกาย จึงเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของหลวงพ่อและหมู่คณะในการเผยแผ่วิชชาธรรมกายไปทั่วโลก และเป็นรากฐานสำคัญในการหล่อหลอมผู้คนให้เป็นคนดี เพื่อเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ
