วัดพระธรรมกายในทัศนะผู้บริหาร ๕-๙

วันที่ 20 กย. พ.ศ.2569

 

 

2026_09_20_5br20.jpg

OTISCO

Mr. Sakchai Peechapat

GROUP CHIEF EXECUTIVE

34,079 Million Bt.

SET  AWARDS  2024

Business Excellence

Best CEO Awards

CEO of company listed on SET

 

2026_09_10_1ss1.jpg

Sakchai Peechapat

Chief Executive Officer, TISCO Financial Group | TISCO

 

2026_09_20_5br21.jpg

 

ก้าวสู่ยุคแห่งภูมิปัญญาที่แท้จริง

Wisdom Age

2026_09_10_1ss1.jpg

                     อายุผมกับอายุวัดพระธรรมกายค่อนข้างใกล้เคียงกัน เริ่มเข้าวัดตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ สมัยเรียนมัธยมที่โรงเรียนสวนกุหลาบ ได้บวชสามเณรที่วัดเบญจมบพิตร ทำให้ได้ฝึกสมาธิ ได้ความสงบ ความสบาย ใจเกลี้ยง ๆ รู้สึกว่าการนั่งสมาธิน่าสนใจ ยังไม่อยากลาสิกขา และรุ่นพี่ได้แนะนำให้มาบวชต่อที่วัดพระธรรมกาย ซึ่งเป็นวัดที่ฝึกอบรมเข้มข้นมาก ในตอนนั้นคิดว่า ถ้าผ่านการฝึกอบรมที่นี่ไปได้แล้ว อะไรในโลกก็ทำได้หมด หลักการใหญ่ ๆ ที่หลวงพ่อสอน เราเอามาใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตทั้งทางโลกและทางธรรม ที่เกื้อกูลสนับสนุนกันไปทำให้เราสามารถใช้ชีวิตที่เรียกว่า Work Life Integration และเจริญเติบโตทั้งการเรียนการทำงานได้เป็นอย่างดี

 

                      ประการแรก ๕๕ ปี วัดพระธรรมกายประสบความสำเร็จได้เพราะ People, Process,Technology แล้วก็ Data People (บุคลากร) : คือ ผู้นำองค์กรตั้งแต่หลวงพ่อทั้งสอง บุคลากรในวัดที่เอาชีวิตและจิตวิญญาณเข้ามาเป็นเดิมพัน ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยนำพาพระพุทธศาสนาหรือความรู้สากลเผยแผ่ไปทั่วโลกได้

 

2026_09_20_5br22.jpg

๕๕ ปี วัดพระธรรมกาย ประสบความสําเร็จได้เพราะ People process tech and data

 

                       Process (วิธีการ) : หลวงพ่อนำเอากระบวนการ โครงการต่าง ๆ เป็นบทฝึกในการหล่อหลอมคนขึ้นมาทั้งในประเทศ และต่างประเทศ แล้วถอดบทเรียนเอามาทำซ้ำ (Repeat) พัฒนาให้ดีขึ้น ทำงานด้วยใจจริง ๆ ทุ่มเทกันเต็มที่ เพราะมีเป้าหมายชัดเจน ส่วนวิธีการ ก็สามารถปรับให้ดีที่สุดที่หน้างาน

 

                       Technology (เทคโนโลยี) : แม้ว่าทางวัดไม่มีแผนก IT สารสนเทศ หรือ Tech Companyเพื่อจะมาเป็น Partner (พันธมิตร) เหมือนกับเอกชน แต่ก็ขวนขวายมาตลอด ตั้งแต่สมัย DMC(สถานีวิทยุโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม) ถ่ายทอดธรรมะไปทั่วโลก แม้ว่าวัดจะถูกปิดกั้น วัดก็สามารถหาช่องทาง Social Media ต่าง ๆ มาจนเรียกได้ว่าไม่มีอะไรเป็นอุปสรรคในการทำให้บรรลุเป้าหมายในการทำหน้าที่เผยแผ่ธรรมะ (Mission Oriented)

 

                       แล้วทุกคนเรียนรู้ Data (ข้อมูล) : ในยุคปัจจุบันเป็นเรื่องสำคัญ การเก็บข้อมูลต่าง ๆและพัฒนาต่อยอดให้ดีขึ้นเรียกว่า Data Driven Organization เป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

 

                       Stephen R. Covey* (สตีเฟน โคเวย์) พูดถึงยุคสมัยในโลกว่า มีทั้งหมด ๕ ยุค ตั้งแต่ยุคล่าสัตว์ ยุคการเกษตร ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ยุคเทคโนโลยีดิจิทัล (IT Digital) ปัจจุบันโลกเรากำลังเข้าสู่ยุคที่ ๕ คือ ยุคของ Wisdom Age โลกเราต้องการภูมิปัญญาทางด้านจิตวิญญาณ Al (Artifi-cial Intelligence หรือปัญญาประดิษฐ์) อาจมาแทนได้แทบจะทุกมิติ แต่จิตวิญญาณแทนไม่ได้ซึ่งผมคิดว่าจากนี้ไป เป็นบทบาทหน้าที่ของวัดพระธรรมกาย ที่จะนำภูมิปัญญาที่แท้จริง เพื่อนำความสุขไปสู่ชาวโลกได้ ผมคิดว่าโอกาสนี้ เป็นโอกาสที่สำคัญมาก ๆ ความพร้อมของคนในองค์กรที่สําคัญ คือ การฝึกตัวและมีประสบการณ์ในการเข้าถึงธรรม เข้าถึงความสุขที่แท้จริง แล้วสามารถถ่ายทอดต่อได้ ทำหน้าที่กัลยาณมิตรนำพาโลกก้าวเข้าสู่ยุคภูมิปัญญา (Wisdom) ที่แท้จริง

 

                      คนหรือองค์กรจะประสบความสำเร็จได้ ผมใช้คำว่ามี 3P : Passion (ความปรารถนาอย่างแรงกล้า) Professional (ความเป็นมืออาชีพ) และ Planet (สิ่งที่โลกต้องการ) ถ้าเราอยู่ในที่ Inter-sect (ส่วนรวม) ของ ๓ วงนี้ เป็นคนก็เป็นคนประสบความสำเร็จ เป็นองค์กรก็เป็นองค์กรที่สำเร็จวัดพระธรรมกายมี Passion มาก มีภารกิจอยู่ในใจตั้งแต่หลวงปู่ฯ ถ่ายทอดมโนปณิธานมา และความเป็น Professional ก็ถอดมาจากมหาปูชนียาจารย์ หลวงปู่ หลวงพ่อ คุณยายอาจารย์ฯ บุคลากรในองค์กรดูแล้วเยือกเย็น มีปัญญา มีธรรมะ เมื่อทำหน้าที่ก็ทำแบบที่ว่าต้อง “ดีกว่าดีที่สุด” ซึ่งเกิดจากการทำงานด้วยชีวิต และจิตวิญญาณ และ Planet สิ่งที่โลกต้องการคือ ช่วยแก้ปัญหาให้คนทั้งโลกคือความทุกข์ ทั้งทุกข์ประจำและทุกข์จร ช่วยให้คนมีความสุขกันมากขึ้น สร้างสันติสุขที่แท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทั้งโลกต้องการมาทุกยุคทุกสมัย !!

 

 

                                                                                                                                คุณศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์

                                                                                     ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ (Best CEO Award by SET Awards 2024)

 

* Stephen R. Covey เป็นนักเขียน และนักพูดที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักกันดีจากผลงานหนังสือ
“The 7 Habits of Highly Effective People” (๗) อุปนิสัยสำหรับผู้มีประสิทธิผลสูง) ซึ่งเป็นหนังสือที่ได้รับ
การแปลกว่า ๔๐ ภาษา และขายได้มากกว่า ๒๕ ล้านเล่มทั่วโลก

 

 

2026_09_10_1ssss1.jpg

 

 

 

2026_09_20_6br23.jpg

GOLDBREAD  GB  โกลล์เบรด 
อิ่ม คุ้ม เต็มค่า

 

2026_09_20_6br24.jpg

 

กัลยาณมิตร คือ บุพนิมิต

แห่งหนทางพระนิพพาน

2026_09_10_1ss1.jpg

                   เมื่อไปวัดพระธรรมกาย เราเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องขึ้นคือ คุณต้องเข้าวัด และปฏิบัติให้จริง ทั้งทำทาน รักษาศีล นั่งสมาธิ ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ เหมือนร่างกายเรากินอาหารก็ต้องครบ ๕ หมู่ ร่างกายถึงจะแข็งแรง ชีวิตคนเราก็เหมือนกัน

 

                  หลวงพ่อสอนให้นั่งสมาธิ แล้วมองตัวเอง ไปวัดทุกครั้งหลวงพ่อไม่เคยสอนเรื่องอื่น สอนให้นั่งสมาธิอย่างเดียว ถ้าเจออุปสรรค ให้นั่งสมาธิเยอะ ๆ คิดให้น้อย ๆ หรือไม่ต้องคิดเลยใหม่ ๆ เราไม่เข้าใจเหมือนกัน เป็นตรรกะที่เราคิดไม่ถึงว่า จะได้ผลจริง ๆ สิ่งที่ตามมาคือ ความสงบ จิตใจเราไม่ฟุ้งซ่าน ทำให้เราคิดอะไรออก มองภาพออก จิตใจกว้างขวางขึ้น จิตใจดีขึ้น จิตใจเราสงบขึ้น ทำให้เมื่อเจออุปสรรคสามารถแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุได้ว่า เมื่อเราทำแบบนี้แล้วเกิดจากอะไร ที่ธุรกิจเราไม่ดีขึ้นเพราะอะไร เราสามารถหาทางออกได้ หลวงพ่อมาชี้ทางให้เราได้เดินถูกทางถูกวิธี เราเริ่มทำธุรกิจดีขึ้น ธุรกิจเติบโตขึ้น ตัวเราเองก็ดีขึ้น ครอบครัวก็ดีขึ้น ทำให้ทุกวันนี้พวกเราดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง มั่นใจ ๑๐๐%

 

2026_09_20_6br25.jpg

2026_09_20_6br26.jpg

2026_09_20_6br27.jpg

ผมว่าเพราะหลวงพ่อ มีความสามารถในการนำคนทุกระดับมาทำงานร่วมกัน
เป็นไปได้ยากในองค์กรอื่นมันเป็นสิ่งที่น่าทึ่งมาก

 

                    เรื่องจิตใจผมว่าที่วัดสอนได้ดีมาก คนเข้าไปใหม่ ๆถ้าจิตใจไม่มีอคติ จะเข้าใจขึ้นเรื่อย ๆ เราต้องไปศึกษาด้วย

ตัวเองจริง ๆ ถึงจะเข้าใจจริง ๆ 

 

                    ๕๕ ปี ที่วัดเติบโตมา ผมว่าเพราะหลวงพ่อมีความสามารถในการนำคนทุกระดับมาทำงานร่วมกันเป็นไปได้ยากในองค์กรอื่น ๆ มันเป็นสิ่งที่น่าทึ่งมากครูบาอาจารย์ท่านฝึกมาดีมาก ๆ ตรงนี้ต้องยอมรับมาก ๆองค์กรใหญ่ถ้าไม่มีกฎระเบียบมารองรับ สิ่งที่เกิดขึ้น คือ ความวุ่นวาย คนในองค์กรประสานงานกันไม่ได้แล้วงานจะไม่เกิดประสิทธิภาพ แต่น่าทึ่งที่สุดคือ คนที่มาแสวงบุญที่วัด ทำตามกฎระเบียบพร้อมกัน ร่วมมือร่วมใจกัน ตรงนี้ที่ทำให้องค์กรเติบโตได้ อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่มีสาขาทั่วโลก และท่าเหมือนกันหมด

 

                      ตอนนี้ คนมาวัดไม่เคยลดลง แถมยังมากขึ้นกว่าเดิม แล้วเติบโตมากกว่าเดิมแบบน่าอัศจรรย์ ระบบงานต่าง ๆ ทุกคนในวัดมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน ทุ่มเทเอาชีวิตเป็นเดิมพันชัดเจนมาก ตรงนี้ผมเชื่อมั่นว่า วัดอยู่ได้ คำสอนของหลวงพ่อก็ยังอยู่ อยู่ในใจในจิตวิญญาณของพวกเราตลอดไป และเราตั้งมั่นว่าจะนำกำลังกาย กำลังใจกำลังทรัพย์ที่เรามี ทำให้เกิดประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

 

                                                                                                                                               คุณสุทัศน์ นันชัย

                                                                                                                       กรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็น.ซี.เอส.โกลด์เบรด จํากัด

                                                                                                                                            คุณเบญจวรรณ นันชัย

                                                                                                                     รองกรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็น.ซี.เอส.โกลด์เบรด จำกัด

 

 

 

2026_09_10_1ssss1.jpg

 

 

 

2026_09_20_7br28.jpg

มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

 

2026_09_20_7br29.jpg

2026_09_20_7br30.jpg     2026_09_20_7br1.jpg

 

“สมาธิ” ขุมพลังแห่งชีวิต

2026_09_10_1ss1.jpg

                    เมื่อครั้งยังเป็นนิสิตที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีโอกาสเข้าร่วมชมรมพุทธฯ และผ่านการอบรมธรรมทายาทหญิงจากวัดพระธรรมกาย ประสบการณ์ครั้งนั้นถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเพราะทำให้มองโลกและผู้คนอย่างเข้าใจลึกซึ้งกว่าที่เคย

 

                    การฝึกสมาธิทำให้จิตใจนิ่ง สงบ และมีวินิจฉัยที่ถูกต้อง ยิ่งในโลกการทำงานที่เร่งรีบ เต็มไปด้วยการแข่งขัน คนเรามิได้วัดกันที่ความเก่งเพียงอย่างเดียว แต่ยังวัดกันที่ใครสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่ากัน ผู้ที่ทำได้ย่อมได้เปรียบ และสิ่งนี้เกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อใจสงบอย่างแท้จริง โชคดีที่ได้ฝึกสมาธิกับครูบาอาจารย์ผู้เป็นต้นแบบ และปฏิบัติตามคำสอนของท่านโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ จึงเกิดผลที่ลึกซึ้งต่อชีวิตจริง

 

                    บุคคลที่ประทับใจที่สุดคือ คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ท่านเป็นสตรีผู้แข็งแกร่งและมีเป้าหมายมั่นคง ไม่ยอมให้สิ่งเล็กน้อยใด ๆ มาขวางกั้น นี่คือสิ่งที่ยึดเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตและการทำงาน ต้องรู้จักละสิ่งปลีกย่อย และมุ่งไปยังเป้าหมายที่แท้จริง

 

2026_09_20_7br31.jpg

2026_09_20_7br32.jpg

2026_09_20_7br33.jpg

 

วัดพระธรรมกาย ได้สร้างคน
เปรียบประหนึ่งมหาวิทยาลัยที่หล่อหลอมบุคลากร
โดยใช้สมาธิเป็นรากฐาน

 

                     ตลอด ๕๕ ปี วัดพระธรรมกายได้สร้างคน เปรียบประหนึ่งมหาวิทยาลัยที่หล่อหลอมบุคลากร โดยใช้สมาธิเป็นรากฐานแทรกซึมในทุกกระบวนการผ่านบทฝึกเล็ก ๆ อย่างการมองหาแต่สิ่งดี การคิดอย่างมีเหตุผล และการฝึกโยนิโสมนสิการ สิ่งเหล่านี้ได้สร้าง “คน” ขึ้นมา และเมื่อคนเปลี่ยน สังคมก็เปลี่ยนตาม ตัวเองก็เป็นหนึ่งในผลผลิตของวัด ที่อยู่กับวัดมาตั้งแต่อายุ ๑๕ ปี และไม่เคยขาดการมาวัดเลย

 

                     การสร้างคนเป็นงานที่ยากที่สุด แต่ก็เป็นพลังที่ทรงคุณค่าที่สุด โครงการต่าง ๆ ของวัดพระธรรมกายล้วนมุ่งสู่การพัฒนาคน เพราะเมื่อบุคคลหนึ่งรู้จักพัฒนาตนเองได้แล้ว เขาจะไม่หยุดอยู่แค่ตัวเอง แต่จะส่งพลังต่อไปยังสังคมตั้งแต่หน่วยเล็กที่สุดคือครอบครัว เพียงคนหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ บ้านทั้งบ้านก็เปลี่ยน และเมื่อบ้านเปลี่ยน สังคมทั้งสังคมก็ย่อมเปลี่ยนตาม นีคือพลังแห่งสมาธิที่ไม่เพียงสร้างความสงบให้แก่จิตใจ แต่ยังสร้างความมั่นคงให้แก่สังคม เป็นการพัฒนาแบบหยดน้ำที่กระเพื่อมออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

 

                     ในฐานะผู้บริหารมหาวิทยาลัย มองว่านี่คือบทเรียนที่สำคัญที่สุดต่อการศึกษาในโลกปัจจุบัน เราไม่อาจให้เพียงองค์ความรู้หรือใบปริญญาแก่นิสิตได้เพียงอย่างเดียว เพราะความรู้ในวันนี้อาจล้าสมัยในอีกไม่กี่ปี แต่หากผู้เรียนมีคุณธรรมและสมาธิ เขาจะสามารถยืนหยัดอยู่ได้ในทุกการเปลี่ยนแปลง รู้จักเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา และใช้ปัญญาควบคู่คุณธรรมในการสร้างประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน นี่คือ “อาวุธล้ำค่า” ที่การศึกษาไทยควรปลูกฝังควบคู่ไปกับวิชาความรู้ - สมาธิ ขุมพลังที่ทำให้ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดี และทำให้คนหนึ่งคนสามารถกลายเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมทั้งมวล

 

 

 

                                                                                                                      ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พรชณิตว์ แก้วเนตร

                                                                                                                  รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและกิจการต่างประเทศ

                                                                                                                                     มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

 

 

 

2026_09_10_1ssss1.jpg

 

 

 

 

 

2026_09_20_8br34.jpg

 

2026_09_20_8br35.jpg   2026_09_20_8br36.jpg   2026_09_20_8br37.jpg

 

ความแข็งแกร่ง

ที่ผ่านบททดสอบมากว่า ๕๕ ปี

2026_09_10_1ss1.jpg

                    ปี พ.ศ. ๒๕๒๘ มีลูกศิษย์หลวงพ่อธัมมชโยคนหนึ่งซึ่งเป็นลูกศิษย์ของคุณพ่อของผม คือ ร.อ.ศ.ดร.จิตรจำนงค์ สุภาพ ได้มาพบแล้วแจ้งว่า หลวงพ่อท่านอยากจะหาใครสักคนมาสอนเรื่องการพูดมีแนวทางถูกต้องตรงกับหลักการทางพุทธศาสนาให้กับบุคลากรของวัด เพื่อจะได้ไปทำหน้าที่กัลยาณมิตร ท่านคิดว่าน่าจะตรงตามที่หลวงพ่อปรารภ จึงได้นัดให้คุณพ่อผมได้เข้าไปพบกับหลวงพ่อทั้งสอง นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสพบกับหลวงพ่อทั้งสอง

 

                    เมื่อได้พบกัน หลวงพ่อท่านได้สอบถามถึงรายละเอียดของหลักสูตรการอบรมที่คุณพ่อผมจัดขึ้นคือ หลักสูตรการพูดระบบทฤษฎีธรีซาวด์ (Three Sound Theory Speech System) ซึ่งประกอบด้วย Sound Mind (จิตใจดี ) Sound Body (กายดี) Sound Speech
(วจีกรรมดี) เมื่อได้คุยอย่างลงลึกแล้ว หลวงพ่อเห็นว่าตรงกับสิ่งที่กำลังมองหาอยู่ หลวงพ่อจึงดำริให้มีการอบรมรุ่นทดลองรุ่นแรก ระยะเวลา 6 วันตามหลักสูตร ที่สมาคมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขนซึ่งหลวงพ่อทั้งสองได้มานั่งฟังทุกวัน เมื่อจบท่านได้ปรารภกับคุณพ่อผมว่า “โยมอาจารย์รับบุญส่วนนี้ไปเลยนะ จะได้ช่วยกันสร้างให้บุคลากรของวัดให้ออกไปทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่” คุณพ่อและคุณแม่ผม
(ดร.ปานใจ สุภาพ) จึงได้

 

2026_09_20_8br38.jpg

โครงการอบรมพระนวกะ ๒
เส้นทางสามัยฯ  อาศรมบรรพชิต

 

2026_09_20_8br39.jpg

2026_09_20_8br40.jpg

SPEECH  CONTEST
CHANGE The World

 

2026_09_20_8br41.jpg

 

                     รับบุญนี้ มาจากหลวงพ่อ ทำให้ผมได้มีโอกาสมาเป็นผู้ช่วยงานอบรมของคุณพ่อ และได้เข้ามาสัมผัสกับวัดพระธรรมกายอย่างเต็มตัวตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

 

                     ถัดจากนั้นอีก ๓ ปี ช่วงปิดเทอมระหว่างอยู่ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ชั้นปีที่ ๒ ผมได้มีโอกาสบวชธรรมทายาท รุ่นที่ ๑๗ ที่วัดพระธรรมกาย ทำให้ได้มีโอกาสศึกษาค่าสอนจากหลวงพ่อทั้งสอง พระอาจารย์และได้ปฏิบัติธรรมอย่างเต็มที่ เมื่อลาสิกขาไปศึกษาต่อ ก็มาช่วยงานอบรมที่วัดทุกรุ่นอย่างต่อเนื่องไม่เคยขาด ทําให้เกิดความคุ้นเคยกับพี่ ๆ อุบาสกอุบาสิกา จนรู้สึกเหมือนกับว่าที่นี่เป็นบ้านหลังที่สองของผม และจากการฝึกฝนตนเองในการเป็นทายาทสืบทอดทฤษฎีธรีซาวด์ของคุณพ่อ เมื่อจบปริญญาตรีในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ผมจึงได้มีโอกาสเข้ามาเป็นอาจารย์สอนในหลักสูตรอย่างเต็มตัว หลังจากนั้นก็ร่วมรับบุญกับคุณพ่อคุณแม่ในฐานะอาจารย์บรรยายในหลักสูตรให้กับบุคลากรของวัดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน รวมเวลา  ๔๐ ปีเต็มพอดี

 

                     สิ่งหนึ่งที่ทําให้ผมเชื่อมั่นว่าสิ่งที่สร้างให้วัดพระธรรมกายเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและมีความแข็งแกร่ง ก็เนื่องมาจากมโนปณิธานของหลวงพ่อทั้งสองและคุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ที่มีความแข็งแกร่ง ๓ เรื่องใหญ่คือ ๑. สร้างวัดให้เป็นวัด 
๒. สร้างพระให้เป็นพระแท้ และ ๓. สร้างคนให้เป็นคนดี ซึ่งผมได้ยินคำพูดนี้มาตั้งแต่วันแรกที่เข้าวัดจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเส้นทางการสร้าง ๓ อย่างนี้หลักใหญ่มาจากการเป็นต้นบุญต้นแบบของวัด ไม่ว่าจะเป็นการ

 

2026_09_20_8br42.jpg

2026_09_20_8br43.jpg

 

มโนปณิธานของหลวงพ่อและคุณยาย ที่ได้ตั้งไว้ ๓ เรื่องใหญ่ ๆ 
คือ ๑. สร้างวัดให้เป็นวัด  ๒. สร้างพระให้เป็นพระแท้  ๓. สร้างคนให้เป็นคนดี

 

                    สร้างวัดให้สะอาดเรียบร้อยเป็นระเบียบ เวลามาทำบุญก็เกิดความสุขกายสบายใจ การประพฤติปฏิบัติตัวของพระทุกรูป ด้วยจริยาวัตรอันงดงาม น่าเลื่อมใสและรู้สึกกราบท่านได้อย่างสนิทใจ รวมถึง การบรรยายธรรมะของหลวงพ่อทั้งสองและพระอาจารย์ทั้งหลาย ที่ได้นำหลักธรรมคำมโนปณิธานของหลวงพ่อและคุณยายที่ได้ตั้งไว้ ๓ เรื่องใหญ่ ๆ  คือ ๑. สร้างวัดให้เป็นวัด  ๒. สร้างพระให้เป็นพระแท้  ๓. สร้างคนให้เป็นคนดีสอนในพระพุทธศาสนามาย่อยให้ญาติโยมเข้าใจง่าย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันทีทั้งการทำงานและการดำเนินชีวิตให้มีความสุข ซึ่งความตั้งใจในการบรรยายธรรมของหลวงพ่อทั้งสอง นับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้วัดพระธรรมกายเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างแข็งแกร่ง และเป็นแม่เหล็กที่ทําให้สาธุชนมีความเลื่อมใสอยากเข้ามาสานต่อมโนปณิธานของหลวงพ่อเป็นหลักแสนหลักล้านอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

 

                    ตลอดระยะเวลา ๕๔ ปี ที่ผ่านมา วัดพระธรรมกายมีอุปสรรคบนเส้นทางการสร้างบารมีอย่างมากมายทั้งหนัก ทั้งเบา ทั้งที่หนักหนาสาหัสถึงขั้นที่เราต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพันเพื่อรักษาวัด รักษาพระพุทธศาสนาไว้ให้คงอยู่เพื่อลูกหลาน ซึ่งหลวงพ่อทั้งสองก็ได้พูดกับพวกเราเสมอว่า

 

                    “มารไม่มี บารมีไม่เกิด” เราต้องใช้ปัญญาและความอดทนเพื่อผ่านอุปสรรคเหล่านี้ ซึ่งหลวงพ่อท่านก็เป็นผู้นำที่ปฏิบัติเป็นต้นแบบให้กับพวกเราเสมอ ทำให้เราผ่านอุปสรรคต่าง ๆ มาได้

 

                    หลวงพ่อพูดกับพวกเราเสมอว่า วัดนี้ไม่ใช่ของหลวงพ่อ เป็นของพวกเราทุกคน เป็นของชาวพุทธทุกคน พวกเราต้องช่วยกันดูแลรักษาเพื่อให้ลูกหลานของเราได้มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง เราจะได้อยู่ในหมู่คณะและเดินทางไปสร้างบารมีด้วยกันแบบไม่มีใครตกหล่นทุกภพทุกชาติ ตราบกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม

 

 

 

                                                                                                                                       ดร.จอมพล สุภาพ

                                                                                                                   ผู้อำนวยการ มูลนิธิสถาบันการพูดแบบการทูต

                                                                                                           CEO บริษัท ธรีชาว เทรนนิ่ง แอนด์ คอนซัลแทนท์ จำกัด

 

 

 

2026_09_10_1ssss1.jpg

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0022596836090088 Mins