นำนั่งสมาธิ วิธีแก้กดลูกนัยน์ตา #หลวงพ่ออยู่ทั้งคน

วันที่ 28 กย. พ.ศ.2569

2026_09_28_1br2.jpg

                 

                  ทีนี้สำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับการเอาลูกในตาเนี่ย กดลงไปดูในท้อง  เพราะว่า รักษากฎเกณฑ์มากเกินไป  มองไปในท้อง  เพราะว่า ฐานที่ 7 อยู่กลางท้อง  รักษากติกากฎเกณฑ์ก็จะต้องทำอย่างนี้ ผิดจากนี้ มีความรู้สึกว่า มันไม่ใช่ แต่วิธีการมองน่ะ ทำไม่เป็น  ก็กดลูกในตาไป  ทำให้ตึง ตึงเครียดขึ้นในระบบประสาทและกล้ามเนื้อเนี่ย มันตึงไปหมด  พอตึงเครียดเข้า  นั่งก็เมื่อย  ไม่มีความสุขเลย  ออกมาก็ไม่สบาย เหนื่อย เมื่อย ยิ่งได้ยินคนอื่นเค้านั่งแล้วได้ผล ยิ่งกลุ้มใจ  บางครั้งก็น้อย ว่าใจเราคงไม่มีบุญวาสนาในการเข้าถึงธรรมแน่อะ  แต่น้อยใจก็ยังทำอยู่  ด้วยวิธีการเดิมเกร็งๆเครียดๆ 

                

                  เพราะฉะนั้นน่ะถ้าหากติดตรงนี้มาหลายปีนะ  ให้ทิ้งกฎเกณฑ์ทั้งหมด ลืมไปว่าศูนย์กลางกายอยู่ ฐานที่ 7 อยู่ตรงไหน  ลืมไป ก่อนนะลูกนะ  ลืมไปเลย  ไม่ผิดวิธีหรอก  หลวงพ่ออยู่ทั้งคนเดี๋ยวจะจะตะล่อมให้เข้ากลางให้ ได้  ไม่ต้องกลัว  ลืมไปเลย  หลับตาให้สบาย ๆ  ไม่นึกว่าเราจะเห็นอะไร  ไม่คิดอะไรทั้นสิ้น  คลี่คลายระบบประสาทของเราซะก่อน  สบาย ๆ ใจไปอยู่ตรงไหนก็ช่างมัน  แต่ให้มันนิ่งๆ นุ่มๆ สบายๆ จะอยู่ตรงไหนก็ได้  ไม่ผิดวิธีนะลูกนะ  ไม่ผิด  ให้มันสบายๆซะก่อน แล้วก็สมมุติว่า  ขอบฟ้าทั้งหมดนะรอบตัวเรา  กลมนั่นอะ  คือศูนย์กลางกายฐานที่ 7 แล้วตัวเราเนี่ยใสเหมือนกับเพชรเลยอ่ะ  อยู่กลางพอดีเลย  คิดเพียงแค่เนี้ยะ  คิดทีเดียว  อย่าลืมนะคิดหนึ่งทีหรือทีเดียว  แล้วก็นั่งเฉยๆนิ่งๆ  จะภาวนาสัมมาอะระหังเป็นเพื่อนก็ได้  ไม่ภาวนาก็ไม่เป็นไร 

 

                  แล้วก็ อย่าไปปรารถนา ที่จะเห็นภาพอะไรนะลูกนะ  มันยังไม่ถึงเวลาน่ะ  เราก็ต้องยอมรับว่า มันยังไม่ถึงเวลา  สมมุติ ว่าเวลานี้ นะมันเป็นเวลา 1:00 น. หรือเป็นเวลาเที่ยงคืนเราดับไฟหมด  ไม่มีแสงที่เกิดจากไฟที่ทำด้วยมนุษย์เลย  มันเที่ยงคืนบรรยากาศรอบตัวเรามันก็มืดสนิท  ก็อย่าไปกลุ้มใจว่า เอ๊...ทำไมนะ ดวงอาทิตย์ไม่โผล่มาให้เราเห็นเลยเนี่ย  อย่าลืมว่าที่นี่นะ ไทยแลนด์ประเทศไทย  ไม่ใช่ นอร์เวย์คือมีดวงอาทิตย์เที่ยงคืน  เราก็ต้องยอมรับว่าคือเที่ยงคืน มันต้องมืด ตีหนึ่งก็มืด ตีสองก็มืด ตีสามยังมืดอีก ตีสี่ก็แล้วมืดอีก  ถามว่า เมื่อเราไม่เห็นดวงอาทิตย์ ตั้งแต่เที่ยงคืน ตีหนึ่ง ตีสอง ตีสาม เราควรกลุ้มมั้ย  ถามตัวเองนะลูกนะ  เรานะควรกลุ้มมั้ย  หรือเราควรทำใจเย็นๆนิ่งๆสงบๆ  รอเวลาให้มันถึงหกโมงเช้า ยอมรับสภาพว่า ตีหนึ่งมันต้อง มืดตีสองมันก็ มืด ตีสาม ตีสี่มันมืดทั้งนั้นแหละ  ยอมรับตรงนี้ก่อนแล้วใจจะสบายไป 90 กว่า เปอร์เซ็นแล้วก็ทำใจเย็นๆ  ไม่เห็นภาพก็ไม่เป็นไร  นิ่งไปเถอะนิ่งเฉย ๆ  พอถึงเวลา หกโมงเช้าเห็นเอง แสงเงินแสงทอง ก็เรืองรองขึ้นมา  เป็นรางวัลสำหรับผู้ที่ใจเย็นพอ  รอคอย ดวงตะวันที่ขึ้นมาจากขอบฟ้าได้  เป็นรางวัล จะได้ยินเสียงนกเสียงกาแซ่ซ้องสรรเสริญ ว่าเออ คนใจเย็นนี่  บัดนี้เขาสมหวังแล้วนะ เวลาหกโมงเช้าเขาได้เห็นแสงเงินแสงทองอะไรต่างๆจับขอบฟ้านะ  ยอมรับนะลูกนะ ว่ามัน เมื่อมันยังไม่ถึงเวลามันก็คือยังไม่ถึงเวลา  แต่อย่าเอาไปเทียบกับเวลาที่ผ่านมา  และเวลาที่เหลืออยู่อีกไม่มาก  เพราะเวลาที่ผ่านมาเราทำไม่ถูกวิธี 

 

                 เวลาที่เหลืออยู่นี้น่ะมันเท่ากันทุกๆวันนั่นแหละ  คือเรามีเวลาของชีวิตอยู่เพียงวินาทีเดียวเท่ากันทุกคน  ที่เป็นเวลาของเรา  พรุ่งนี้ยังไม่ใช่ มะรืนนี้ก็ไม่ใช่  เพราะเราจะมีเวลาที่มีชีวิตอยู่ถึงพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้หรือเปล่าไม่ทราบ เวลาในอนาคตไม่ต้องพูดถึง  เวลาผ่านไปในอดีตก็ดีดมันไปซะ 

 

                ยอมรับว่าเราจะต้องรอคอยด้วยใจที่เยือกเย็น  ด้วยใจที่สงบที่หยุดที่นิ่งๆ  พอยอม...ใจก็หยุด  พอหยุดมันก็เย็น พอเย็น  พอใจ เย็นใส เย็นใส  ไม่ช้าก็เห็นภาพขึ้นมาเอง  ทำอย่างนี้นะลูกนะ  ลืมกฎเกณฑ์ที่ได้แนะนำเข้าตามฐานต่างๆ ไปหยุดในกลางท้องฐานที่ 7  ลืมไปก่อนนะลูกนะ  ลืมไปก่อนชั่วคราว  ไม่ใช่นิจนิรันดร์นะ ลืมไปก่อนชั่วคราว  อย่างนี้เดี๋ยวจะสบายสบายสบายนั่นแหละคือต้นทาง  ต้นทางที่จะเข้ากลางได้  ต้นทางที่จะเข้ากลางของกลาง  เดี๋ยวเราก็ฝันในฝันฝันในฝัน  ฝันเห็นแสง ฝันเห็นดวง ฝันเห็นกายภายใน ฝันเห็นองค์พระ  มันก็จะเป็นไปเองนะลูกนะ  เพราะฉะนั้นใครทำผิดวิธีมานาน  วันนี้หมดกรรม แล้วทำอย่างที่  หลวงพ่อแนะนำนะลูกนะ เอ้าเรามีเวลาเหลืออีกนิดเดียว  ลองทำที่แนะนำกัน ต่างคนต่างทำไปเงียบๆนะลูกนะ

 

 รับชมวิดีโอฉบับเต็ม: https://youtu.be/zDXxLKz3m74

 

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0012345989545186 Mins